Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 กรกฎาคม, 2561, 05:31:10

   

ผู้เขียน หัวข้อ: การสร้างพระบารมีของพระพุทธเจ้า  (อ่าน 148 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
ยามเฝ้าบอร์ด
ผู้ดูแลบ้าน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,644
สมาชิกลำดับที่ 1
มือปราบเกรียน



| |

« เมื่อ: 27 พฤศจิกายน, 2560, 07:29:47 »

เรื่อง “การสร้างพระบารมีของพระพุทธเจ้า”

(โอวาทธรรม หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)

การสร้างพระบารมีของพระพุทธเจ้ามีมากน้อยต่างกัน บางองค์ ๑๖ อสงไขย ๘ อสงไขย ๔ อสงไขย อย่างน้อย ๔ อสงไขย  นับไม่ได้  ๔ หน  นับไม่ได้  ๑๖  หน  นับไม่ได้ ๘ หน  เรียกว่าอสงไขยๆ  แล้วก็แสนมหากัปๆ เศษด้วยกันทั้งนั้น นี่กว่าจะเต็มสมบูรณ์ความเป็นพระพุทธเจ้า  ถ้าน้ำกว่าจะเต็มตุ่มเต็มถังนี้ก็  ๑๖  อสงไขย กว่าจะเต็มตุ่ม  ตุ่มใหญ่  ตุ่มแห่งความเป็นพระพุทธเจ้า บรรจุอรรถธรรมไว้อยู่นั้นหมด  พุทธวิสัยความสามารถของพระพุทธเจ้าอยู่นั้นหมด  ไม่มีใครมีความสามารถเหมือนพระพุทธเจ้า  เพราะเวลาสร้างก็สร้างเอาหนักเอาหนา ฟังซิว่า ๔ อสงไขยนับไม่ได้ถึง ๔ หน  ถ้าเราเทียบอย่างทุกวันนี้ก็เรียกว่า ๔ ล้านแล้วอีกแสนมหากัป  คำว่ากัปหนึ่งนี้นานแสนนานนะ จึงเรียกว่าหนึ่งกัปอีกด้วยนะ แสนมหากัปอีกด้วย  นั่นมากไหม  ๔ อสงไขยแล้วยังแสนมหากัปอีก  มากขนาดไหน  กัปหนึ่งนี้นานแสนนานกว่าจะนับเป็นกัปหนึ่งได้  กัปหนึ่งกัลป์หนึ่ง
               
นี่ละพระพุทธจ้าแต่ละพระองค์ๆ ทรงพยายามอุตส่าห์ทุกสิ่งทุกอย่าง  คอก็ตัดขาดไปได้เลยเพื่อสร้างพระบารมี   ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีความเสียดาย  คิดดูอย่างพระพุทธเจ้าของเราชาติสุดท้ายที่จะมาเป็นพระพุทธเจ้านี้ก็ทานกัณหา - ชาลี  ใครล่ะทานได้  ทานแล้วพราหมณ์เอาไปเฆี่ยนตีต่อหน้าต่อตาอยู่นั่น  ถ้าธรรมดาแล้วพราหมณ์นั้นคอขาดเลย   ตีลูกให้เห็นต่อหน้าต่อตาของเจ้าของทานจะทนได้ยังไงคนเรามีกิเลส  ฉวยได้ดาบก็ตัดคอพราหมณ์ ไม่ได้กัณหา - ชาลีไปเลยละ กัณหา - ชาลีก็ต้องกลับคืนมา  เพราะพราหมณ์นั้นคอขาดแล้ว  เนื่องจากมาเฆี่ยนต่อหน้าตีต่อหน้าต่อตาของเจ้าของทาน อับดับที่สองอีกก็ทานพระนางมัทรี พระนางมัทรีคือพระชายาคู่พึ่งเป็นพึ่งตายเหมือนเงาเทียมตัว
ชายาๆ แปลว่าผู้เกิดพร้อมกัน พระนางมัทรีนี้เกิดพร้อมกันกับพระพุทธเจ้า  นี่ละคู่พึ่งเป็นพึ่งตาย  พระองค์ก็สละให้ทานได้ ทีนี้ในชาติพระเวสสันดรการให้ทานก็ไม่มีใครเป็นคู่แข่งทาน จนกระทั่งชาวบ้านชาวเมืองเขาไม่พออกพอใจ  ขับไล่ไสส่งพระองค์หนีจากเมือง  ขับออกจากความเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เข้าอยู่ในป่าเขาวงกต พระองค์ก็ยอมไปเขาให้ไปก็ไป เรื่องของชาวบ้านชาวเมืองเขาไม่พอใจเพราะการให้ทาน เอาช้างมงคลนั่นแหละทานแล้วเขาไม่พอใจ จึงขับไล่พระองค์ไปอยู่เขาคิรีวงกตโน่น พระองค์ก็ยอมไป แต่เรื่องนิสัยของพระโพธิสัตว์จะสร้างบารมีนั้นไม่ยอมถอย ไปในป่าไม่มีอะไรทานก็ยกกัณหา – ชาลีทาน ยกพระนางมัทรีทาน นั่นฟังซิ
               
นี่ละวิสัยของพระโพธิสัตว์ไม่มีคำว่าถอย โลกเขาไม่ยินดีเขาขับไปไหนก็ไป แต่เรื่องพระอัธยาศัยหรือนิสัยของพระโพธิสัตว์นั้นไม่ยอมปล่อยวางเลย เพราะนักทาน คำว่าโพธิสัตว์คือผู้ที่จะตรัสรู้ข้างหน้า แปลออกแล้วเป็นอย่างนั้น  เป็นผู้ที่มีความเมตตาสงสารมากมาโดยลำดับลำดา ไปอยู่ในฝูงสัตว์ก็ให้อภัยแก่สัตว์ เจ้าของยอมตายแทนสัตว์ได้ เป็นหัวหน้าสัตว์ เจ้าของยอมตายทีเดียวๆ อยู่กับสัตว์ เอ้า  สัตว์อดให้พระองค์อดเสียก่อนให้สัตว์อิ่ม พวกบริษัทบริวารอิ่มท้อง  พระโพธิสัตว์ถึงจะอิ่มทีหลัง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: