Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
22 กรกฎาคม, 2561, 18:04:43

   

ผู้เขียน หัวข้อ: สี่องค์ประกอบสู่การปฏิบัติ  (อ่าน 220 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
ยามเฝ้าบอร์ด
ผู้ดูแลบ้าน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,644
สมาชิกลำดับที่ 1
มือปราบเกรียน



| |

« เมื่อ: 19 ตุลาคม, 2560, 13:02:48 »

๐ สี่องค์ประกอบสู่การปฏิบัติ

ความเข้าใจอันถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับเซ็น หากการฝึกฝนของเราหมายบังเกิดผล เราจำต้องเข้าใจในองค์ประกอบทั้งสี่ อันก่อร่างหนทางเข้าสู่การปฏิบัติ

๑. เชื่อในผลแห่งกรรม : คือคำสอนพื้นฐานของพุทธศาสนาในเรื่องเหตุและผล ความทุกข์ยากในชีวิตนั้นเป็นผลของการกระทำในอดีต ผลตามธรรมชาติแห่งเหตุทั้งหลายที่เราได้ทำให้มันเกิดขึ้นในหลายภพชาติก่อนนั้น ไม่ควรเป็นเหตุแห่งความเศร้าหมองหรือขุ่นเคือง

๒. เป็นไปตามปัจจัย : ความโชคดีหรือสภาวะอันน่าพึงพอใจนั้นเป็นผลจากการกระทำบุญกุศลในอดีตชาติทั้งหลาย มันขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัย ก็เมื่อเหตุและปัจจัยเหล่านี้ลดน้อยถอยลง ผลที่น่ายินดีทั้งหลายก็สิ้นสุดลงไปด้วย ดังนั้น จงอย่าได้ดีใจหรือภูมิใจมากจนเกินไป เมื่อเผชิญกับปัจจัยอันน่าชื่นชมยินดี

๓. ปฏิบัติโดยไม่แสวงหา : การแสวงหานั้นให้ผลเป็นความทุกข์อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง จงอย่าแสวงหาแล้วเธอจะพ้นจากการมีตนเองเป็นศูนย์กลาง และเธอจะได้รับอิสระภาพแห่งจิตใจอย่างสมบูรณ์

๔ . ปฎิบัติตรงตามธรรม : ตระหนักว่าตัวตนและปรากฏการณ์ทั้งปวงล้วนว่างและบริสุทธิ์มาแต่เดิม การปฏิบัติข้อนี้เป็นข้อที่สูงสุดในทั้งสี่ข้อ และยังรวมเอาสามข้อที่กล่าวข้างต้นเข้าไว้ด้วย นี่คือการปฏิบัติแห่ง "การภาวนาโดยตรง" ในศูนยตา ด้วยการที่ผู้ปฏิบัติเข้ากระทำการช่วยเหลือผู้อื่นและตนเองในอย่างเต็มที่ กระนั้นก็ไม่ยึดถือในความคิดต่างๆแห่ง ตัวตน, ผู้อื่น และผลสำเร็จ พวกเขาตระหนักในความว่างของธรรมทั้งหลาย ในความว่างของปรากฏการณ์ทั้งปวง แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธการปรากฏอันหลายหลากของพวกมัน ด้วยเหตุนี้ แม้จิตของพวกเขาจะไม่ได้ถือความยึดมั่นใดๆเลย แต่พวกเขาก็ยังคงประกอบกิจอย่างแข็งขันในสิ่งใดก็ตามที่จำเป็นต้องกระทำ

ก่อนที่เธอจะเริ่มปฏิบัติ การรู้แจ้งคือแรงผลักดันของเธอ ในความเป็นจริง เธอจำต้องมีแรงผลักดันถ้าเธอจะปฏิบัติ แต่ในทันทีที่เธอเริ่มลงมือปฏิบัติ เธอจะต้องละวางความจงใจในการแสวงหาการรู้แจ้ง แรงผลักดันนั้นเป็นหนึ่งรูปแบบของการยึดมั่นในตน และถ้าเธอไม่ละวางความยึดมั่น เธอก็จะไม่มีวันลุถึงความรู้แจ้ง

/พระอาจารย์เซิ่งเอี๋ยน, 聖嚴 (พ.ศ.๒๔๗๓-๒๕๕๒) แห่งพุทธศาสนานิกายฉาน(เซ็น)ในไต้หวัน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: