Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
17 กรกฎาคม, 2561, 20:49:34

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ศิวลึงค์…สัญลักษณ์แห่งองค์พระศิวะ นัยแห่งการกำเนิด  (อ่าน 172 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
ยามเฝ้าบอร์ด
ผู้ดูแลบ้าน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,644
สมาชิกลำดับที่ 1
มือปราบเกรียน



| |

« เมื่อ: 29 กันยายน, 2560, 13:22:44 »

“ศิวลึงค์…สัญลักษณ์แห่งองค์พระศิวะ นัยแห่งการกำเนิด”

หลาย ๆ ท่านคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า ศิวลึงค์เปรียบเสมือนตัวแทนแห่งองค์พระศิวะ แต่ศิวลึงค์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวแทนของพระศิวะเท่านั้นนะครับ หากแต่ยังมีปรัชญาและความหมายอันลึกซึ้งซ่อนอยู่ในสัญลักษณ์นี้ ซึ่งวันนี้ทองถนิมจะขอนำข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังครับ
 
คำว่า ลึงค์ หรือ ลิงค์ (Lingam) ในภาษาสันสกฤต หมายถึง สัญลักษณ์ เครื่องหมาย หรือเพศ ศึวลึงค์ (Shivalingam) จึงหมายถึงเครื่องหมายแห่งพระศิวะ เป็นสัญลักษณ์สำคัญในศาสนาฮินดู เปรียบเสมือนตัวแทนของพระองค์ ตามคติความเชื่อของลัทธิไศวะนิกาย (นิกายที่นับถือพระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุด และนับถือเทพเจ้าองค์อื่น ๆ รวมถึงพระพรหมและพระวิษณุเป็นเทพเจ้าชั้นรอง) ศิวลึงค์เป็นต้นกำเนิดและการดำรงอยู่ของสรรพชีวิต และเป็นตัวแทนแห่งความบริบูรณ์ของแผ่นดินและพืชพรรณธัญญาหาร
 
การนับถือศิวลึงค์มีพัฒนาการมาจากการนับถืออวัยวะเพศชาย (Phallic Worship) ปรากฏแพร่หลายในวัฒนธรรมของชุมชนโบราณทั้งในเอเชียและยุโรป เช่น อียิปต์ ซีเรีย บาบิโลเนีย แอสซีเรีย เปอร์เซีย อินเดีย กรีก โรมัน อิตาลี สเปน เยอรมัน สแกนดิเนเวีย และกลุ่มประเทศในเอเชียอาคเนย์ เป็นต้น ในอินเดียลัทธิบูชาศิวลึงค์เกิดขึ้นครั้งแรกในบริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุ ตั้งแต่เมื่อ 5,000 ปีมาแล้ว และได้มีการบูชากันมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน คติความเชื่อของแต่ละวัฒนธรรมในการนับถืออวัยวะเพศชายนี้จะคล้ายกัน คือเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการกำเนิดและความอุดมสมบูรณ์ (Symbol of Fertility)
 
ศิวลึงค์เป็นเครื่องหมายแห่งพลังสร้างสรรค์ในบุรุษเพศที่มาจากองคชาต โดยมักปรากฎอยู่พร้อมกับโยนีอันเป็นพลังสร้างสรรค์แห่งสตรีเพศ (ศิวลึงค์เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของพระศิวะ และโยนีเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของพระนางปาราวตีหรือพระแม่อุมาเทวี) การที่ศิวลึงค์และโยนีอยู่ร่วมกันแสดงถึง การหล่อหลอมรวมกันเป็นหนึ่งของบุรุษและสตรีเพศ ก่อกำเนิดเป็นสรรพชีวิต เป็นสัญลักษณ์แห่งการเจริญพันธุ์
 
ในปราสาทเทวาลัยของฮินดูแทบทุกแห่ง จะมีห้องที่เรียกว่า “ครรภคฤหะ (Garbhagrha)” ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของศิวลึงค์กับฐานโยนี ห้องครรภคฤหะจะเปรียบเสมือนมดลูกของพระนางปาราวตี และมีศิวลึงค์ตั้งอยู่ ซึ่งศิวลึงค์จะแทนความหมายอวัยวะเพศชายขององค์พระศิวะ ความหมายทั้งหมดโดยรวมจะหมายถึงการปฏิสนธิ ซึ่งจะนำไปสู่การกำเนิดและความเจริญรุ่งเรือง การกำเนิดในที่นี้อาจหมายรวมไปถึงการกำเนิดของจักรวาล (ตามคติความเชื่อพระศิวะถือว่าเป็นเทพเจ้าผู้สร้างโลกและจักรวาล) และในพิธีกรรมบูชาศิวลึงค์อันศักดิ์สิทธิ์นั้น ขั้นตอนที่สำคัญก็คือ การนำน้ำนมวัว น้ำเนยเหลวหรือน้ำมันศักดิ์สิทธิ์มาเทลงบนยอดของศิวลึงค์ ซึ่งนั่นก็หมายความถึงจุดสุดยอดของการปฏิสนธิ น้ำนมที่ไหลผ่านศิวลึงค์นี้ถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่จะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล และความรุ่งเรืองของผู้คน บ้านเมือง และอาณาจักร
 
ศิวลึงค์มีได้หลายรูปแบบและหลายประเภท แตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ของผู้สร้าง รวมทั้งมีลึงค์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติด้วย เรียกว่า “สวยัมภูลึงค์” ลึงค์ประเภทนี้จะมีลักษณะเป็นก้อนหินหรือโขดหิน หรืออาจหมายถึงภูเขาทั้งลูกที่มีอยู่ตามธรรมชาติที่มีรูปร่างคล้ายลึงค์ ชาวอินเดียจะเชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พระผู้เป็นเจ้าประทานให้มนุษย์ไว้สักการะ ส่วนลึงค์ที่มนุษย์สร้างขึ้นจะเรียกว่า “มานุษลึงค์” ที่พบในวัฒนธรรมเขมรและในประเทศไทยอาจแบ่งได้เป็น 2 แบบใหญ่ ๆ คือ แบบไศวะนิกาย และแบบตีรมูรติ โดยแบบไศวะนิกายจะนิยมทำเป็นรูปของ “ศิวลึงค์เดี่ยว” ที่มีส่วนโค้งกลมของปลายอวัยวะเพศชายตั้งอยู่บนฐานโยนีที่เป็นแผ่นสี่เหลี่ยม
 
ศิวลึงค์แบบตีรมูรติ ตัวแท่งศิวลึงค์จะประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ส่วนล่างสุดเป็นสัณฐานรูปสี่เหลี่ยมเรียกว่า “พรหมภาค” ซึ่งเป็นตัวแทนของพระพรหม ส่วนกลางเป็นสัณฐานรูปแปดเหลี่ยมเรียกว่า “วิษณุภาค” เป็นตัวแทนของพระวิษณุ และส่วนบนสุดเป็นแท่งทรงกระบอกยอดมนเรียก “รุทรภาค” เป็นตัวแทนของพระศิวะ

สำหรับศิวลึงค์ที่ทำโดยมีใบหน้าของพระศิวะอยู่ด้วยนั้น จะเรียกว่า “มุขลึงค์” ถ้ามีพระพักตร์หน้าเดียวเรียก “เอกมุขลึงค์” และมีพระพัตร์สี่หน้าเรียก “จตุรมุขลึงค์”
 
ยังมีการพบศิวลึงค์ในรูปลักษณ์อื่น ๆ เช่น เป็นรูปพระศิวะที่เป็นมนุษย์ยืนอยู่เต็มองค์ที่ผิวของหินที่สลักใต้ส่วนหัวโค้งกลมรูปอวัยวะเพศชาย ศิวลึงค์ประเภทนี้มีชื่อว่า “กูทิมัลรัม ลึงค์ (Gudimallam Linga)” และนอกจากนี้ชาวฮินดูบางคนยังนิยมทำรูปศิวลึงค์ขนาดเล็กเพื่อมาห้อยคอเป็นวัตถุมงคลติดตัวอีกด้วย
 
เรื่องราวเกี่ยวศิวลึงค์ยังมีอีกมากมาย เอาไว้ในบทความหน้าทองถนิมจะนำมาแชร์ให้ทราบกันใหม่นะครับ
 
(ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล
https://www.thoughtco.com/what-is-shiva-linga-1770455
https://pparihar.com/2015/07/24/shiva-lingam-science/comment-page-1
https://en.wikipedia.org/wiki/Phallus
http://www.silpathai.net/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA/
http://www.monnut.com/board/index.php?topic=691.0;wap2
เฟสบุค EJeab Academies http://www.facebook.com/EJeab.Academy)
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: