Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
24 พฤษภาคม, 2560, 22:31:17

   

ผู้เขียน หัวข้อ: บางงอนในความทรงจำ ตอนที่ 3  (อ่าน 55 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,552
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 07 เมษายน, 2560, 21:26:41 »

บางงอนในความทรงจำ ตอนที่ 3

เมื่อผมโตขึ้นผมก็ไม่ค่อยได้ไปที่บางงอนบ่อยนัก นานๆจะแวะไปกราบตาหลวงหันซักครั้ง บางครั้งถ้าไปกับพ่อก็จะแวะไปที่บ้าน ยายสร้อย ที่อยู่หน้าวัด ยายสร้อยเป็นคนแก่ที่แข็งแรง ออกกำลังกายอยู่เสมอ มีหนังสือ ธรรมะ อยู่ใต้ถุนบ้านมีที่นั่งที่พักผ่อน ใครไปใครมาก็ได้ กินหมาก กินน้ำ อ่านหนังสือ

วันนึง ผมเข้าไปเยี่ยมท่านกับพ่อเช่นเคย ผมเห็นหม้อดินเผา ที่ชาวบ้านเอาไว้ใส่ข้าวสาร หรือที่เรียกว่า "ออม" ไว้วันหลังจะถ่ายภาพมาให้ชมครับ ผมเห็นว่าแปลกดี เลยเอ่ยปากขอท่าน ท่านก็ให้มาหนึ่งใบ ยังเก็บไว้ที่บ้านจนถึงทุกวันนี้

พูดถึงเรื่องราวของคนบ้านนอกนั้น เคยนั่งคุยกับป้าราตรี คนหน้าวัดบางงอน ท่านชอบเล่าถึงเรื่องราวเก่าๆ ของบางงอน แต่ที่ผมชอบก็คือ ประโยคที่ท่านพูดว่า

"คนป่า นับญาติ คนหลาด(ตลาด) นับเงิน"

ซึ่งก็คงจะจริงตามนั้น ท่านยกตัวอย่างงานศพ คนชนบท ไม่มีเงินทองมากมายก็ต้องอาศัยญาติพี่น้อง มาช่วยกัน แต่ถ้าเป็นในเมืองมีเงินอย่างเดียวทุกอย่างก็จบ

นอกจากนั้นลุงอีกคนที่อยู่แถวๆนั้นๆ แต่ผมไม่รู้จักก็บอกว่า งานศพนี่เราจะขาดไม่ได้เพราะเป็นงานสุดท้ายแล้ว เราอาจจะไม่ว่างไปงานบวช แต่เราได้ไปงานแต่ง อาจจะพลาดงานขึ้นบ้านใหม่ แต่เราไปงานอื่นๆ แต่ถ้าพลาดงานศพก็จบกันเลย

งานศพเลยมีหลายคืนเพื่อให้ญาติมิตรได้มาเคารพศพกันเป็นครั้งสุดท้ายกันอย่างทั่วถึง

และที่ผมไม่ค่อยได้เล่าให้ใครฟังซักเท่าไหร่คือเรื่องราวของผมในตอนที่บวช ผมบวชที่นี่ครับ ที่วัดบางงอน ผมเลือกเองที่จะมาบวชที่นี่ วัดที่อยู่ห่างไกลจากสังคมเมือง เพราะผมศรัทธาในตาหลวงหัน

ผมจำได้ว่าตอนที่ผมบวช ท่านกำชับว่าให้ท่องบทสวดให้ได้ ถ้าสวดไม่ได้ก็ไม่ต้องบวช เพราะเรื่องแค่นี้ถ้าทำไม่ได้ โกนหัวบวชมาก็ไม่รู้ว่าจะบวชมาทำอะไร และผมเป็นนาคเดี่ยว บวชคนเดียวไม่มีคนช่วยด้วย เลยต้องขยันเป็นพิเศษ

เมื่อเป็นพระแล้ว เพื่อนๆที่ไปร่วมงานบวช ก็ผลัดกันเอาเงินใส่ย่ามให้ ดูรวมๆแล้วก็มากอยู่นะ เพราะผมเป็นคนที่เพื่อนเยอะ คนละร้อยสองร้อย เต็มย่ามเลย แล้วเราก็ยืนคุยกันที่ใต้ต้นมังคุดในวัด

ทันใดนั้นก็มีเสียงดังออกมาจากกุฏิเจ้าอาวาสว่า " บวชไม่ทันข้ามวัน หัดเล่นเงินแล้วเหรอ" (ไม่รู้แกเห็นได้ยังไง)ผมได้ยินก็รีบเดินเอาเงินทั้งหมดในย่ามไปให้โยมแม่ทันที เงินที่เขาฝากช่วยงานก็ต้องเอาไปช่วยงาน บวชแล้วไม่ต้องใช้เงิน

เรื่องเงินนี้ผมได้เห็นตาหลวงจัดการกับเงินที่ชาวบ้านถวายท่านแปลกๆ คือถ้าเป็นเงินทำบุญก็จะเข้าบัญชีของวัดไปแต่ที่โยมถวายให้ท่าน ท่านก็จะเก็บไว้ทั้งซอง วางกองๆไว้แถวๆที่นั่งของท่านนั่นละครับ

ผมจำได้ว่าครั้งนึงเคยไปซื้อของกับท่านที่ในตลาด เวลาถามว่าของราคาเท่าไหร่ ผมต้องฉีกซอง ออกมานับทีละซองกว่าจะได้ครบจำนวนก็หลายซองอยู่ บางซองก็ ยี่สิบ ห้าสิบ ตามแต่กำลังศรัทธาของญาติโยม

บางครั้งท่านพูดกับผมว่า อย่าไปยุ่งตรงนั้นนะ (ชี้ที่แถวๆซองปัจจัยของท่าน) นั่นมันงูพิษ เดี๋ยวมันจะกัดเอา ด้วยเหตุนี้ผมจึงจำติดใจมาจนทุกวันนี้ ไม่ว่าจะทำอะไร ทุกครั้งจะมีคนจัดการเรื่องเงินเสมอ ผมจะไม่ยุ่งกับเงินเหล่านั้นด้วยตัวเองเลย

เมื่อผมบวชเรียบร้อย ท่านให้ผมนอนบนกุฏิเดียวกันกับท่าน เป็นห้องเล็กๆอยู่ที่มุมด้านใน ซึ่งไม่มีคนอยู่ ผมมารู้เรื่องจากพระที่บวชก่อนผมว่า เคยมีพระมานอนแต่พอเปิดหน้าต่าง ด้านหลังซึ่งติดกับคลองก็เจอบางอย่างโผล่มาทักทาย หลังจากนั้นก็ไม่มีใครมานอนอีกเลย

(เมื่อวานผมเข้าไปดู ห้องนี้ปิดตายไปแล้ว มีตู้มาวางขวางประตูเอาไว้ด้วย)

แต่ผมไม่มีทางเลือก เลยต้องนอนที่นี่ไปจนถึงวันลาสิกขา ผมนอนกับเสื่อผืนบางๆกับพื้นไม้กระดานแผ่นหนาๆ ตามแบบของกุฏิโบราณที่สร้างจากไม้

ในขณะนั้นตาหลวงเริ่มอาพาธ ต้องนอนบนเตียงพยาบาลสูง เป็นเตียงแบบเตียงคนไข้ในโรงพยาบาล ในกุฏิก็มีกับแค่ผมกับตาหลวง แต่พอดึกๆ เวลาจะหลับก็จะได้ยินเสียงคนเดิน เพราะพื้นไม้มันต่อกันแต่พอเปิดประตูออกมาดูก็ไม่มีใคร

แต่พออยู่ไปนานๆก็ชิน เวลาจะหลับก็ได้แต่บอกในใจว่า ฝากดูด้วยนะผมจะนอน แล้วก็หลับสบายทุกคืน

หลังจากผมบวชได้สามวัน มีงานเผาศพที่วัดแห่งนึง จำไม่ได้แล้วว่าที่ไหน นิมนต์พระทั้งวัดไปสวดมาติกา บังสุกุล

ตาหลวงพูดกับผมว่า .. สวดกับเขาได้หรือเปล่า ถ้าสวดไม่ได้ก็อย่าไปเลย ไปนั่งหลอกชาวบ้านเปล่าๆ ผมเลยตัดสินใจ " ไม่ไป" ครับ พอตอนเพลนี่สิเริ่มมีปัญหา

กับข้าวที่เดินบาตรมาในตอนเช้าก็ยังมีอยู่ พอได้ฉัน แต่ทั้งวัดเหลือผมคนเดียว ทำยังไงดีละทีนี้ ผมเดินไปที่โรงเรียนวัดที่อยู่ไม่ไกลกันมากนัก เรียกเด็กนักเรียนให้มาช่วยประเคนของให้แล้วนั่งฉันคนเดียวเงียบๆ

ฉันเสร็จ นั่งให้ยะถา สัพพี คนเดียว บทสวดยะถา สัพพี นี่ก็แปลก ผมท่องได้ตั้งแต่ยังไม่บวช คงเพราะได้ฟังบ่อยๆ ได้ไปงานศพ งานบุญบ่อยๆ มันเลยจำได้เองมาจนกระทั่งทุกวันนี้

ผมมุ่งมั่นกับการหัดสวดสวดอภิธรรมเจ็ดคำภีร์ ตลอดทั้งวัน มีเวลาว่างต้องหยิบหนังสือมาอ่าน ท่องจำ จนอีกสามวันต่อมาก็เริ่มที่จะสวดได้ทั้งหมด หลังจากนั้นผมไปทุกงานที่ชาวบ้านนิมนต์ได้อย่างไม่ต้องกลัวว่าจะไปนั่ง หลอกชาวบ้าน กินแรงเพื่อน อีกต่อไป

ถ้ายังมีคนอ่าน จะเอาตอนที่สี่อีกซักตอน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: