Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
27 มิถุนายน, 2560, 17:26:48

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ความสุขความทุกข์  (อ่าน 69 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,355
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 04 เมษายน, 2560, 16:47:55 »


"ความสุขความทุกข์ชั่วคราว"

พระพุทธเจ้าบอกว่าใจนี่แหละเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สิ่งที่ให้ความสุขความทุกข์มากที่สุดก็คือ ใจของเรา ความสุขความทุกข์ทางร่างกายนี้มันน้อยกว่าความสุขความทุกข์ทางใจ และความสุขความทุกข์ทางร่างกายก็เป็นความสุขความทุกข์ชั่วคราว เดี๋ยวพอร่างกายตายไปมันก็หมด แต่ใจเรานี้มันไม่ตาย ถ้ามันทุกข์มันก็ทุกข์ไปเรื่อยๆ ถ้ามันสุขมันก็สุขไปเรื่อยๆ และเหตุที่ทำให้ใจเราทุกข์หรือสุขนี้ก็เกิดจากกิเลสตันหาของเรานี่เอง ถ้าเราอยากจะให้ใจเรามีความสุข เราก็ต้องกำจัดกิเลสตัณหา เพราะกิเลสเป็นตัวทำให้ใจเราทุกข์กัน เวลาเราโกรธเราก็ทุกข์แล้ว เวลาโลภนี้เราก็ทุกข์แล้ว เวลาโลภก็อยู่ไม่เป็นสุขแล้ว ต้องดิ้นไปหาสิ่งที่เราอยากได้

ฉะนั้น เราอย่าไปหลงกับกิเลสตัณหา พยายามมองให้เห็นว่าความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นเหมือนเชื้อโรค.

สนทนาธรรมะบนเขา

วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต





"พิจารณาเพื่อให้ปล่อยวางร่างกาย"

ถาม : พิจารณาการเกิดแก่เจ็บตายของตัวเอง พิจารณาย้อนถอยหลังไปวัยเด็กเรื่อยขึ้นมา อยู่ๆ น้ำตาไหล ตามรู้ต่อไปจนปรากฏว่าน้ำตาหยุดไหลไปเอง แล้วนิ่งจนสงบแล้วเกิดลำแสงขาวนวลขนาดเลเซอร์พ้อยย์ครับ การพิจารณาอย่างนี้ผิดถูกหรือไม่อย่างไรครับ

พระอาจารย์ : การพิจารณาเพื่อให้เราปล่อยวางร่างกาย พิจารณาแล้วเห็นว่าร่างกายไม่เที่ยง เกิดแล้วต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย ถ้าเราปล่อยวางร่างกายได้ก็ถูก ถ้ายังไม่ปล่อยวางร่างกายก็ยังไม่ถูก.

 สนทนาธรรมะบนเขา

วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐

พระจารย์สุชาติ อภิชาโต





คนมีธรรม มิใช่อ่านเก่ง จำเก่ง พูดเก่ง
 แต่ต้องสามารถนำธรรมไปปรับปรุงแก้ไข
 ความคิด การพูด และการกระทำของตนให้ดีขึ้น
 จนตัวเองรู้นั่นแหละของจริง
.
หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน






"ต้องมีสติเป็นเพื่อน"

ถาม : การเลือกเดินคนเดียวบางครั้งมีความรู้สึกเหว่ว้าบ้าง เหมือนเส้นทางนี้ยากและยาวไกล พระอาจารย์มีคำแนะนำเพื่อเพิ่มกำลังใจบ้างไหมคะ

พระอาจารย์ : ก็ต้องพยายามนึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อยู่เรื่อยๆ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ท่านก็เดินทางเดียวเหมือนกัน แต่การที่ท่านเดินได้อย่างสบายก็เพราะว่าท่านมีสติคอยควบคุมใจ ฉะนั้นถ้าเราอยากจะเดินทางเดียวนี้ เราต้องมีสติเป็นเพื่อน เราต้องสร้างสติขึ้นมา และสตินี้จะคุ้มครองรักษาใจของเราไม่ให้มีความรู้สึกว้าเหว่ จะให้เรารู้สึกมีความอบอุ่นใจมีความสุขใจ ในการเดินทางเส้นนี้ เราต้องหมั่นเจริญพุทโธอยู่เรื่อยๆ ถ้าเราอยากจะไปทางนี้ อย่าปล่อยให้ใจคิดปรุงแต่ง เพราะใจจะไปคิดถึงเรื่องต่างๆ บุคคลต่างๆ สิ่งต่างๆ แล้วพอเราไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเรื่องต่างๆ บุคคลต่างๆ หรือสิ่งต่างๆ เราก็จะรู้สึกว้าเหว่ขึ้นมา แต่ถ้าเรามีพุทโธคอยคุมไม่ให้ไปคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ได้ ความรู้สึกว้าเหว่ก็จะไม่เกิดขึ้น.

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๐

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต






"หัดพูดแต่คำวาจา ที่ประสานมิตร
 ไมตรีจิตต่อกัน และกัน ไม่ไปยุให้รำ
 ตำให้รั่ว ไม่ไปยุยง ให้ใคร
 ทะเลาะวิวาท แตกร้าวสามัคคีกัน

 พูดแต่วาจานิ่มนวลอ่อนหวาน
 ต่อบุคคลทั่วไป เว้นจากการ
 พูดคำหยาบโลนต่างๆ
 พูดแต่เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อตน
 และผู้อื่น

เรื่องใดที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อตน
 และผู้อื่นแล้ว ก็ไม่พูด เพราะเสียเวลา
 ไปเปล่าๆ นิ่งเสียดีกว่า"

-:-หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ-:-






"คนที่ไม่มีเงิน หรือไม่มีเวลา จะไปวัด
 แต่อยากทำบุญ ก็เพียงเจริญเมตตาจิต
 ไม่ให้โกรธเกลียดใคร มีแต่ความรัก
 ให้แก่เขา วิธีนี้ก็ถือเป็นการทำบุญ
 ที่ได้อานิสงส์มากทีเดียว"

-:-พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล-:-
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: