Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
24 พฤษภาคม, 2560, 22:32:19

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ความทุกข์ที่เกิดขึ้น  (อ่าน 51 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,321
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 01 เมษายน, 2560, 05:54:32 »

"...ความทุกข์ที่เกิดขึ้นทั้งหลาย ที่เกิดขึ้นกับใจกับตัวของเรานั้น ขอให้ถือว่าเป็นครูบาอาจารย์ชั้นดีของเรา เพราะว่าได้สอนเราให้รู้จักทุกข์ เมื่อรู้จักแล้วจะได้หาทางแก้ไข..."
โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท



"...คนผู้มีอาวุธคือปัญญาหรือศีลธรรมอันยิ่งใหญ่ ถึงแม้ว่าจะแสดงตนว่าไม่ดีอย่างไร เขาก็รู้ว่าเป็นคนดีอยู่นั่นเอง..."
โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต






"บุคคลพึงรีบขวนขวายในความดี
 พึงหักห้ามจิตจากความชั่ว
 เพราะเมื่อบุคคลทำความดีช้าอยู่
 จิตใจย่อมจะยินดีในความชั่ว"

 -:- สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ -:-






ให้พิจารณาพลิกข้างในออกมาข้างนอกซิ น่าดูไหม ดูเข้าไปอีกรัดรึงกันไว้ด้วยเส้นด้วยเอ็น เนื้อมีหนังเป็นเครื่องฉาบทาแล้วก็ทำให้ตาฝ้าตาฟาง มองไม่เห็นทิศเห็นแดน มองไม่เห็นความจริง อำนาจกิเลสตัณหามันก็ขึ้น ถ้าถลกหนังออกแล้วมันจะขึ้นได้อย่างไรกิเลสตัณหาใครจะยินดีกัน สัตว์ ก็เป็นอย่างนั้น คนก็เป็นอย่างนี้ หนูก็เป็นอย่างนั้น ช้างก็เป็นอย่างเดียวกัน ไม่ว่าเด็กไม่ว่าผู้ใหญ่เดินมาหากันมีแต่เนื้อเยิ้มไปด้วย ปุพโพโลหิต น้ำเน่า น้ำหนอง มันดูกันได้หรือ พบกันได้อย่างไร นั่น พิจารณาให้เห็นชัด ๆ อย่างนั้นเรื่องของปัญญา

ท่านมอบ งานให้ย่อ ๆ ไว้ก่อนให้ไปถึงอาการ ๓๒ โน่นแน่ะ ขอให้งาน ๕ ชิ้นนี้ชิ้นใดชิ้นหนึ่งก็ตามซึ่งถูกกับจริตนิสัยของการพิจารณาเรา ให้พิจารณานั้นลงไปแล้วมันก็จะวิ่งถึงกันหมด ตลอดอาการ ๓๒ ไม่มีสิ่งใดลี้ลับต่อสติปัญญาไปได้เลย นี่เป็นงานสำคัญงานนี้แหละเป็นงานของพระเป็นกิจธุระ ธุระอันจำเป็นของพระแท้ งาน ๕ ชิ้น ชิ้นใดก็ตามให้ พิจารณาให้ทำงานอันนี้ เดินก็ให้เดินทำงานนี้ นั่งก็ให้นั่งทำงานนี้ ยืนนอนเว้นแต่หลับให้ทำงานอันนี้ อย่าเผลอไผลไปที่อื่นที่ใด ซึ่งเป็นการพรากจากงานด้วยความใจลอยหรือความประมาทเผลอสติสตัง ตั้งหน้าทำงาน เราไม่หวังเอาผลประโยชน์จากงานอื่นใดนอกจากผลประโยชน์จากงานที่เราทำ นี้เท่านั้นสำหรับพระซึ่งเป็นนักบวช

พ่อแม่ครูอาจารย์หลวงปู่ใหญ่พระมหาบัว ญาณสัมปันโน
 เทศน์อบรมพระ ณ วัดป่าบ้านตาด
 เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๒๑







"การทำลายน้ำใจคน
 เป็นบาปเหลือหลาย
 การให้กำลังใจคน
 เป็นกุศลมหาศาล"

 -:-หลวงปู่บุญกู้ อนุวฑฺฒโน-:-





"ขนาดเราฟังธรรมะ ของพระพุทธเจ้ากัน
 จนหนังสือตำรา กองท่วมบ้านท่วมเมือง
 ก็ไม่เห็นมีอะไร ที่แตกต่างขึ้น เพราะว่า
 มันไม่ได้ปฎิบัติ ตามหลักเดิม
 ถ้าขาดการสังเกต มันก็รู้ธรรมไม่ได้"

-:-หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญญมากโร-:-








ทุกสิ่งทั้งหลายในโลก ไม่มีอะไรถาวร จะต้องเสื่อมโดยธรรมชาติ ธรรมดาทุกอย่าง ฉะนั้นจึงไม่ควรไปสนใจกับสิ่งที่ไม่ถาวรเหล่านี้

คนจะสวยจะงามก็ต้องแก่และตาย กุหลาบสวยก็ต้องโรย ดอกบัวงามก็ต้องร่วง มะม่วงสุกหอมก็ต้องมีแมลงกิน

สิ่งที่ถาวรและไม่ตายนั้น คือ "ดวงจิต" อย่างเดียว สิ่งนี้จึงควรสนใจ และรักษาให้มาก

 ท่านพ่อลี ธมฺมธโร








มันไม่ถูกต้องที่จะคอยจับตาดูผู้อื่น นี่ไม่ช่วยการฝึกปฏิบัติของท่านเลย ถ้าท่านรำคาญใจก็จงเฝ้าดูความรำคาญใจของท่าน
 ถ้าศีลของผู้อื่นบกพร่อง หรือเขาเหล่านั้นไม่ใช่พระที่ดี
 ก็ไม่ใช่เรื่องของท่านที่จะไปตัดสิน ท่านจะไม่เกิดปัญญาจากการจับตาดูผู้อื่น
 หลวงพ่อชา สุภัทโท








"การภาวนานี้ถ้าจะพูดอย่างกำปั้นทุบดินแล้ว ก็เป็น บุญ ไปทั้งนั้น แม้จะทำได้มากหรือน้อย หรือไม่ได้อะไรเลยก็เป็นบุญอยู่ในตัว คือ

เปราะที่ ๑. ระลึกได้เสมอเพียงแค่ พุทโธๆ เท่านี้ก็เป็นบุญส่วนหนึ่งแล้ว

เปราะที่ ๒. มีสติอยู่กับลมหายใจอย่างเดียวก็ได้บุญ และ

 เปราะที่ ๓ ทำใจนิ่งเฉยๆ รู้แต่ลมหายใจก็เป็นบุญอีก

ฉะนั้นจึงเป็นของที่ควรจะพากันทำอยู่เสมอ ไม่ควรปล่อยเวลาและโอกาสให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์"

ท่านพ่อลี ธมฺมธโร


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: