Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
27 มิถุนายน, 2560, 17:27:09

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ความสุขอยู่ในใจ  (อ่าน 81 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,355
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 31 มีนาคม, 2560, 04:58:49 »

...ความสุข "อยู่ในใจ" เราเองนะ
 ไม่ได้อยู่กับ สิ่งต่างๆภายนอก
.
 ...สิ่งภายนอกกลับจะทำให้
 เราทุกข์เสียมากกว่า
เพราะได้มาแล้วก็ต้องหมดไป
 ได้มาแล้วก็เสียไป เปลี่ยนไป
 พอเขาเปลี่ยนไป "เราก็เสียใจ"
 .
 ...เอาความสุขภายในดีกว่า
 ด้วยการ "ใช้สติควบคุมใจ"
 ........................................
 .
คัดลอกการสนทนาธรรม
 ธรรมะบนเขา 29/3/2560
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
 วัดญาณสังวราามฯ ชลบุรี





"หยุดความอยาก"

ที่เราอยู่เฉยๆ อยู่ไม่เป็นสุขนี้ ก็เพราะความอยากนี่แหละ อยากจะไปโน่นอยากจะมานี่ อยู่ตรงนี้ก็อยากจะไปตรงโน้น พอไปตรงโน้นก็อยากจะกลับมาตรงนี้ กลิ้งไปกลิ้งมาตามความอยาก แล้วแทนที่จะเกาในที่มันคัน กลับไม่เกา ไปเกาในที่ที่มันไม่คัน

ที่คันมันคันที่ "ใจ" คันที่ "ความอยาก" ถ้าหยุดความอยากได้
มันก็หายคัน ที่อยู่เฉยๆ ไม่ได้ ที่จะต้องไปโน่นมานี่ ก็เพราะความอยาก ถ้าหยุดความอยากได้
 มันก็ไม่ต้องไปไหน อยู่ตรงไหนก็มีความสุข.

สนทนาธรรมะบนเขา

วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๙

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต





"ทำบุญ ไม่ทำบาป"

ถาม : สมมุติอยากไปเกิดชั้นจาตุมหาราชิกา ต้องปฏิบัติเท่าไหร่คะ

พระอาจารย์ : คือมันเป็นของที่ไม่เหมือนกับไปซื้อของที่ตลาด ว่าจะเอาชิ้นนั้นชิ้นนี้ พูดได้คร่าวๆ ว่าถ้าอยากจะไปสวรรค์ต้องทำบุญเยอะๆ แต่ต้องไม่ทำบาปด้วย รักษาศีล ๕ แล้วก็ทำบุญ ถ้าทำบุญมากมันก็จะขึ้นไปมากขึ้น สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าอยากจะไปสวรรค์ที่สูงกว่าชั้นเทพก็ต้องไปนั่งสมาธิ ถ้าทำบุญรักษาศีลนี้ก็จะไปแค่สวรรค์ชั้นเทพ ถ้าจะไปสวรรค์ชั้นพรหมนี้ ต้องไปนั่งสมาธิได้ฌาณ ขั้นต่างๆ

 ขั้นที่ ๑ ก็ได้รูปพรหมขั้นที่ ๑
 เป็นพรหมขั้นที่ ๑
 พรหมขั้นที่ ๒ ขั้นที่ ๓ ไป.

สนทนาธรรมะบนเขา

วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต







ถาม : การปฏิบัติธรรมแบบหมู่คณะ กับ การปฏิบัติธรรมแบบคนเดียว แบบไหนจะเหมาะกับเรา

พระอาจารย์ ตอบ : ต้องดูการปฏิบัติของเรา ว่าเราอยู่ในระดับไหน ถ้าเรายังอยู่ในระดับที่ยังต้องอาศัยคนอื่นมาเป็นเครื่องพยุงให้เราได้ปฏิบัติ เช่น ถ้าเราปฏิบัติเองคนเดียวไม่ได้ ไม่มีกำลังบังคับตัวเอง ก็ต้องอาศัยไปปฏิบัติกันเป็นกลุ่มๆก่อน เพราะมีกำหนดเวลาให้เราจะต้องปฏิบัติ เช่น ต้องตื่นตี4 ต้องมานั่งสมาธิร่วมกัน ต้องไหว้พระสวดมนต์ร่วมกัน ถ้าเรายังอยู่ในขั้นนี้ การปฏิบัติแบบนี้ก็ช่วยเราได้

แต่ถ้าเราอยู่ในขั้นที่เราจะไปวิเวกลำพังด้วยตัวเราเองคนเดียวได้ ไม่ต้องมีใครมาคอยช่วยเรา เราก็ไปปฏิบัติคนเดียวจะดีกว่า เพราะการปฏิบัติคนเดียว ไม่ต้องมากังวลกับคนอื่นๆ ไม่ต้องมีปฏิสันถาร ไม่ต้องมีการรับรู้ ไม่ต้องมีความคิดปรุงแต่งเกี่ยวกับเรื่องของคนอื่น เราก็อยู่คนเดียวเงียบๆ ภาวนาของเราไป เราก็จะได้ประโยชน์มากกว่า ได้ความสงบเร็วกว่า ได้ความสงบมากกว่า

นี่ก็ขึ้นอยู่กับ ระดับการปฏิบัติของเรา ว่าเราอยู่ในระดับไหน ซึ่งเหมือนกับการเรียนหนังสือ ถ้าเราอยู่ระดับอนุบาล เรียนอนุบาลมันก็ดี มีครูคอยดึงเราไป แต่ถ้าเราอยู่ระดับอุดมศึกษา เราต้องดึงตัวเราเองล่ะ เพราะครูบาอาจารย์ท่านไม่มาดึงเราล่ะ ก็อยู่ที่ตัวเรา ว่าตัวเราอยู่ที่ระดับไหน เหมาะกับการปฏิบัติแบบไหน เราก็เอาการปฏิบัติแบบนั้นปฏิบัติไป

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
 ธรรมะบนเขา ณ จุลศาลา เขตปฏิบัติธรรมเขาชีโอน
 วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ชลบุรี
 วันที่ 26 มีนาคม 2560


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: