Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
31 มีนาคม, 2560, 01:29:45

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ไม่มีทางลัด  (อ่าน 34 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,266
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 17 มีนาคม, 2560, 05:15:20 »


ผมบวชมา.... รักษาพระธรรมวินัยจนเฒ่าแก่ปานนิ ป่วยบ่พอตายสิให้แม่ญิงมาจับมาบาย ก่ะคึดอายพระพุทธเจ้า อายครูบาอาจารย์ผู้สอนมา สมัยจำพรรษาอยู่จันทร์ เป็นไข้มาลาเรีย จนสิตาย ได้เอาน้ำหยอดปากเอา ไปหาหมอ กะมีแต่แม่ญิง ผมกะบ่ให้จับให้ตรวจ...แหล้ว จนเขาด่า ผมกะบ่หัวซา มันด่าเฮาผู้ทำถูกต้องตามพระวินัย เขาบ่ฮู้สิไปเคียดเขากะบ่ได้ ... ถ้าเขาเคียดให้เฮาว่าดื้อ ดื้อกะดื้อใส่ธรรม บ่แม่นดื้อใส่กิเลสตัณหา กรรมมันกะตกอยู่ปากเขา...หั่นละ

#โอวาทธรรม : หลวงปู่สมหมาย จิตฺตปาโล วัดป่าอนาลโย





ปฎิบัติธรรมอย่างไรจึงจะลัดเร็วที่สุด

ทางลัดไม่มีหรอก
 ถ้ามีอาตมาผู้เฒ่านี้ลัดไปแล้ว
 พระพุทธเจ้าก็ไม่ลัด
พระอรหันต์เจ้าก็ไม่ลัด
 เพราะทางลัดไม่มี
 มีแต่ทางกลาง
 ทางสายกลาง

โอวาทธรรม( หลวงปู่จาม มหาปุญโญ )






ภวตัณหา วิภวตัณหา

"...ความทุกข์ มันเกิดจากความอยาก ความใคร่ ภวตัณหา ความอยากได้ อยากเป็นอยากมี อยากกอบโกยเอา อยากได้มาเป็นของตัว อยากเป็นเศรษฐีคหบดี อยากเป็นราชามหากษัตริย์ เรียกว่า"ภว" ความอยากเป็น อยากมี

ความไม่พอใจ เหมือนอย่างความแก่หง่อมแห่งชีวิต ความเปลี่ยนแปลงแห่งชีวิต ความมีหนังหดเหี่ยวเป็นเกลียว ผมหงอกฟันหัก อันนี้ไม่พอใจ เสียใจ อยากให้มันเป็นหนุ่มหนังตึงอยู่เหมือนเก่า ผมหงอกมันก็เอายาดำ ๆ มาย้อมแล้วมันก็ป่งขึ้นอีก มันก็ขายหน้าล่ะ มันก็ดำอยู่ปลายนั่น โคน ๆ มันก็ขาว มันก็ขายหน้าอีก แล้วก็ไม่พอใจ นี่เรียกว่า วิภวตัณหา ตัณหานี้แหละเป็นเหตุให้เกิดทุกข์..."

โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงปู่ขาว อนาลโย
 วัดถ้ำกลองเพล อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู






กาลเวลาให้โอกาสแก่เราเสมอ
 ความผิดพลาดบางอย่าง
 อาจเป็นโอกาสที่ดีกว่าของชีวิตได้
 อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ

 พระอุดมญาณโมลี (จันทร์ศรี จนฺททีโป)
วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี





"ความพอใจในสิ่งที่มีอยู่
 เป็นทรัพย์อันประเสริฐ"

-:-หลวงปู่ขาว อนาลโย-:-







"จงหาที่สงัด เป็นประจํา
 วางภาระชีวิตชั่วคราว
 หันมาทําความคุ้นเคย
 กับธรรมชาติของตัวเอง"

 -:- พระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ -:-







ท่านสอนให้ใช้สติพิจารณากาย เวทนา จิต ธรรม
 เพื่อละความหลง ละอุปาทานขันธ์ ๕ ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดทุกข์
 ไม่ใช่ขันธ์ ๕ เป็นทุกข์นะ
 ตัวอุปาทานขันธ์ ๕ ยึดมั่นขันธ์ ๕ ว่าเป็นเรา นั่นแหละเป็นทุกข์

 หลวงพ่อชา สุภทฺโท






มีคนมาพูดไม่ถูกใจ เราเป็นทุกข์ขึ้นมา
 ถ้าคนพูดให้ถูกใจเรา เราก็เป็นสุข

ตรงนี้แหละตรงที่จะปฏิบัติ เราจะปฏิบัติอย่างไร อันนี้สำคัญ
 ถ้าเราไปวิ่งกับสุข ไปวิ่งกับทุกข์
มัวไปวิ่งกับสุข ไปวิ่งกับทุกข์อยู่นั่น
 จะวิ่งตลอดจนถึงวันตายก็ไม่พบธรรมะ
 เมื่อรู้จักสุขทุกข์ทั้งสองนี้ขึ้นมาเมื่อไร
 เราจะแก้ไขปัญหาอย่างไรโดยธรรมะ
 นี่คือการปฏิบัติ

หลวงพ่อชา สุภัทโท






"...เราทั้งหลายต่างเกิดมาด้วยวาสนา มีบุญพอเป็นมนุษย์ได้อย่างเต็มภูมิ ดังที่ทราบอยู่แก่ใจ แต่อย่าลืมตัวลืมวาสนาของตัว

โดยลืมสร้างคุณงามความดี เสริมต่อภพชาติของเรา ที่เคยเป็นมนุษย์จะเปลี่ยนแปลง และกลับกลายหายไป ชาติต่ำทรามที่ไม่ปรารถนาจะกลายมาเป็นตัวเราเข้าแล้ว แก้ไม่ตก

ความสูงศักดิ์ ความต่ำทราม ความสุขทุกขั้นจนถึงบรมสุข และความทุกข์ทุกขั้นจนเข้าขั้นมหันตทุกข์เหล่านี้ มีได้กับทุกคนตลอดสัตว์ถ้าตนเองทำให้มี

 อย่าเข้าใจว่า จะมีได้เฉพาะผู้กำลังเสวยอยู่เท่านั้น โดยผู้อื่นมีไม่ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสมบัติกลาง แต่กลับกลายมาเป็นสมบัติจำเพาะของผู้ผลิตผู้ทำก็ได้..."

โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต







แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: