Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 ตุลาคม, 2560, 18:19:12

   

ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีทำให้แม่ลูกอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข  (อ่าน 88 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,464
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 14 มีนาคม, 2560, 05:25:55 »


"วิธีที่จะทำให้แม่ลูกอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข"

ถาม : ขอวิธีรับมือและการแก้ปัญหาความไม่เข้าใจกันระหว่างแม่กับลูก เนื่องจากใช้ชีวิตตั้งแต่เรียนและทำงานอยู่ที่เมืองนอกโดยตลอด จึงทำให้ซึมซับวัฒนธรรมและการใช้ชีวิตของคนตะวันตก โดยเฉพาะเรื่องการเคารพ สิทธิส่วนบุคคล การไม่ยุ่งไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวกัน แต่เมื่อต้องสูญเสีย บุคคลในครอบครัว จึงทำให้ต้องเออรี่รีไทร์ออกจากงานแล้วกลับมาดูแลแม่ ซึ่งอายุมากแล้ว แต่ด้วยความที่แม่เป็นผู้หญิงเก่ง จึงทำให้แม่เข้ามาก้าวก่ายในชีวิตส่วนตัวทั้งๆ ที่ลูกอายุมากแล้ว เกือบ ๗๐ แล้ว ทุกคร้ังที่แม่เข้ามายุ่ง เข้ามาวุ่นวาย ก็จะมีปัญหาทะเลาะกัน และถูกคุณแม่ดุด่าใช้ถ้อยคำที่รุนแรงจนเครียดและมีปัญหาโรคกระเพาะ

พระอาจารย์ : วิธีที่จะทำให้สองคนอยู่กันอย่างมีความสุข ก็คือต้องรู้จักประสานส่วนเหมือนและสงวนส่วนต่าง ถ้ามีความคิดเห็นไม่ตรงกันก็อย่าเอามา พูดกัน พูดกันก็ไม่มีวันจบ ไม่มีวันเข้าใจกัน พูดแต่ในเรื่องที่มีความเห็นตรงกัน ส่วนความเห็นที่ไม่ตรงกันก็อย่าพยายามที่จะน้อมให้เข้าหากัน ให้มันเข้าหากันเองถ้ามันจะเข้าหา ถ้ามันไม่ยอมเข้าหาก็ต่างคนต่างอยู่ไป ไม่เป็นเรื่องสำคัญอะไร อยู่แบบนี้ก็ได้ อยู่แบบนั้นก็ได้ ตายเหมือนกัน ให้คิดอย่างนี้ เขาจะให้เราเป็นอย่างนี้ ถ้าเราไม่เป็น วิธีที่จะปฏิบัติกับเขาก็คือ

"เอาความสงบสยบความเคลื่อนไหว ก็คือปล่อยให้เขาพูดให้พอ ปล่อยให้เขาบ่นให้พอ เราก็เฉยลูกเดียว ไม่ต้องไปตอบโต้ไม่ต้องอะไร"

ถึงเวลาเราก็ทำไปตามเรื่องของเรา ถ้าการกระทำของเราไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับเขา ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ถ้าเป็นการกระทำที่ทำให้เขาเดือดร้อนเสียหาย เราก็ควรจะหยุด.

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘

"มรรคผลนิพพานในอุ้งมือ"
พระอาจารย์สุชาติ




"เงินก็คือเงิน เอาอะไรต่ออะไรมาสมมติกันเท่านั้น
 มันจะเป็นสุขเป็นทุกข์ที่ไหนได้ การกระทำของคนเท่านั้น
 ทำให้เป็นสุขเป็นทุกข์ เป็นบุญเป็นบาป เป็นสวรรค์เป็นนรก
 เป็นอยู่ที่ใจไม่ใช่เป็นอยู่ที่วัตถุ วัตถุเขาไม่รู้เรื่องอะไร"
 .
หลวงปู่แบน ธนากโร




"...ลองมานั่งสมาธิดู ลองมาเดินจงกรมดู ลองมานั่งฟังธรรมดู เราก็จะเห็นว่าชีวิตจะมีความสุขอีกแบบหนึ่ง สุขโดยที่เราไม่ต้องไปโอ้อวดใคร ว่าเรารวย เราดี เรามีลาภ เรามียศ เรามีชื่อเสียง

บางคนไปหาความสุข ด้วยวิธีโอ้อวดก็มี ฉันมีเงิน ฉันมียศ มีชื่อเสียง มีเพื่อนฝูง ก็เป็นความสุข ในการที่มีคนยกยอปอปั้น เป็นสุขชั่วคราว ไม่ได้สุขยาวนาน

แต่สุขอย่างสันติภาพ สุขอย่างถาวรและมั่นคง สุขแล้วเอาไปได้ สุขที่ไม่ล้มละลาย เป็นความสุขที่ไม่มีทุกข์ ก็คือ นิพพาน เป็นสุขอย่างยิ่ง สบายใจที่ไม่ต้องไปทะเลาะกับใคร ยิ่งมองตัวเรามากเท่าไร เราก็ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น..."

โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงพ่อสนอง กตฺปุญโญ





"...ความชั่ว ไม่ใช่ของธรรมดาที่เกิดขึ้นในตนเอง เพราะเราต้องทำมันจึงจะชั่ว ถ้าไม่ทำ มันก็ไม่เกิด นี่จึงเป็นสิ่งที่ผิดธรรมชาติ..."
โอวาทธรรมคำสอน..
องค์ท่านพ่อลี ธมฺมธโร





“...ศรัทธาอิหยังเพิ้ลละ ท่านพ่อนะ ศรัทธานี่ต้องฮู้ว่าท่านพ่อเพิ้ลสอนอิหยั่งสอน ฮู้แล้วทำตามบ่ละ ถ้าศรัทธาต้องทำตามที่เพิ้ลสอน บ่แม่นทางเพิ้ลอย่าแวกแนว เข้าใจบ่ละ...”
โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงปู่สมศรี สัญญโม
 วัดมิ่งมงคลศรัทธาธรรม จ.ลำปาง (ลูกศิษย์ท่านพ่อลี ธมฺมธโร)






เอาสมาธิก่อน

"...สมาธิขั้นสมถะนี่ ต้องเอาให้ได้ ต้องพยายามบริกรรมภาวนาเอาให้ได้ ให้จิตสงบ นิ่ง สว่าง รู้ ตื่น เบิกบาน มีปีติ มีความสุข กายเบา จิตเบา กายสงบ จิตสงบ นิวรณ์ ๕ หายไป ความฟุ้งซ่านรำคาญหายไป มีแต่ปีติและความสุข บังเกิดขึ้นในจิต

ให้มันติดสมาธิ ติดความสงบเอาไว้ก่อน อย่าไปกลัว บางทีบางท่านภาวนาพุทโธแล้ว กลัวจิตจะติดสมถะ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยังไม่เคยเป็นสมถะ จิตยังไม่สงบเป็นสมถะ ยังไม่สงบเป็นสมาธิ แต่ไปกลัวจิตจะติดเสียก่อนแล้ว ในเมื่อเกิดกลัวขึ้นมา จิตก็ไม่เป็นสมาธิ เมื่อไม่เป็นสมาธิ วิปัสสนาก็ไม่มี

ต้องเอาจิตให้เป็นสมาธิก่อน อันนี้สำหรับผู้ปฏิบัติเบื้องต้น ต้องยึดอันนี้เป็นหลัก..."

โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงพ่อพุธ ฐานิโย





คนทั้งหลายเขาก็อยู่กับทุกข์ๆ ๆ ทั้งนั้น แต่ไม่รู้จักทุกข์ จึงพ้นจากทุกข์ไม่ได้
 ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก





"ใครจะดีอย่างไรจะชั่วอย่างไร ก็เรื่องของเขา เราดูเรื่องของเราดีกว่า"
ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก





"การแผ่เมตตา ต้องแผ่เป็นอัปปมัญญา
 ถ้ามีว่าคนนี้รักให้มากๆ คนไม่ชอบใจ
 ไม่ให้แสดงถึงความมีอคติ

ต้องให้เท่าเทียม ไม่เจาะจงให้หมดใจ
จึงเป็นกลาง ให้หมดแหละ แผ่เมตตา
 ให้เต็มดวง

พ่อแม่ จะได้บุญน้อยลงไปไหม
 ไม่หรอก เหมือนพระอาทิตย์ส่องโลก
 มันก็สว่างไปหมด ทั่วทุกมุมโลก
 ทุกคนก็เห็นความสว่างเท่ากันหมด"

-:- หลวงปู่ท่อน ญาณธโร -:-




"โลกไม่ได้วุ่นวายหรอก
 ใจเราต่างหากที่วุ่นวาย"

-:- หลวงปู่ชา สุภัทโท -:-










แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: