Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
20 สิงหาคม, 2560, 08:58:38

   

ผู้เขียน หัวข้อ: กฏของศีล  (อ่าน 72 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,407
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 08 มีนาคม, 2560, 20:38:18 »

เพียงศีลห้าก็เอาเถอะ ไม่ต้องตั้งกฎหมายมากหรอก
 กฎหมายจะตั้งสักกี่ล้านก็ตามเถิด
 ธรรมโลกบาลคุ้มครองโลกสองอย่าง
 ความละอายต่อบาป ความกลัวต่อบาปเท่านั้น
 จะคุ้มครองโลกได้ ถ้าไม่ละอายต่อบาป ไม่กลัวต่อบาป
แล้วจะตั้งธรรมวินัยสักเพียงไหนก็ไม่อยู่หรอก
 ถ้าไปฆ่ามันลูกหลาน มันก็มี
 มันก็มาฆ่าอีกเหมือนกัน เวรสนองเวร ภัยสนองภัย
 ไฉนโลกมันจึงตั้งอยู่ได้ เพราะมีคนดีอยู่ด้วย
 ถ้าไม่มีคนดี มีแต่คนชั่ว มันก็ตั้งอยู่ไม่ได้
 เพราะมันมีคนดีปนอยู่มันจึงตั้งอยู่ได้ โลก
 ถ้ามันมีคนชั่วก็ตั้ง อยู่ไม่ได้ เท่านั้นก็พอแล้ว
.
หลวงปู่หล้า เขมปัตโต







สอยมะม่วง

มะม่วงมันอยู่สูงห้าเมตร เราอยากได้ เอาไม้สิบเมตรมาสอยไม่ได้ มันยาวเกินไป

เอาไม้สองเมตรมาสอยมันก็ไม่ได้ ไม่พอดี มันสั้นเกินไป

 เราอย่าเข้าใจว่าคนจบดอกเตอร์มาปฏิบัติสบายเหลือเกิน เพราะเรียนรู้มาพอแล้ว อย่าเข้าใจอย่างนั้น ดอกเตอร์มันยาวเกินไปก็ได้

หลวงปู่ชา สุภัทโท
 จากหนังสือ เหมือนกับจิต คล้ายกับใจหน้าที่ ๓๗







ไฟไหม้น้ำท่วม

พระพุทธองค์ท่านก็ทรงสอนว่า
 ร่างกายจิตใจนี้ มันก็เป็นอยู่อย่างนั้น
 มันจะเป็นของมันอยู่อย่างนั้น มันจะไม่เป็นไปอย่างอื่น
คือเริ่มเกิดขึ้นมา แล้วก็แก่ แก่มาแล้วก็เจ็บ เจ็บมาแล้วก็ตาย
 อันนี้เป็นความจริงเหลือเกินเป็นสัจธรรมอยู่แล้ว
 ก็มองดูมันด้วยปัญญา ให้เห็นมันเสียเท่านั้น

ถึงแม้ว่าไฟมันจะมาไหม้บ้านของเราก็ตาม
 ถึงแม้ว่าน้ำมันจะท่วมบ้านของเราก็ตาม
 ก็ให้มันเป็นเฉพาะบ้านเฉพาะเรือน

ถ้าไฟมันไหม้ ก็อย่าให้มันไหม้หัวใจเรา
 ถ้าน้ำมันท่วม ก็อย่าให้มันท่วมหัวใจเรา
 ให้มันท่วมแต่บ้าน ให้มันไหม้แต่บ้าน
 ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่นอกกายของเรา
 ส่วนจิตใจของเรานั้น ให้มันมีการปล่อยวาง
 เพราะในเวลานี้มันสมควรแล้ว มันสมควรที่จะปล่อยแล้ว

หลวงพ่อชา สุภัทโท






คนส่วนใหญ่อยู่อย่างไก่ไม่รู้เรื่อง
 ตอนเช้าไก่ก็พาลูกคุ้ยเขี่ยหากินไป เย็นมาก็เข้าเล้านอน พรุ่งนี้ก็คุ้ยหากินไปอีก เจ้าของเขาโปรยข้าวให้กินทุกวัน
 มันก็ไม่รู้ว่าเขาเลี้ยงมันไว้ทำไม ไก่กับเจ้าของไก่มันคิดกันคนละอย่างกัน เจ้าของก็คิดแต่ว่าไก่มันหนักกี่กิโลแล้ว
 ไก่ก็เพลินกับอาหาร เจ้าของอุ้มดูน้ำหนักก็คิดว่าเขารัก เราเองก็ไม่รู้เรื่อง ไม่ว่ามาจากไหน จะอยู่ไปอีกกี่ปี
 จะไปทางไหน ใครเป็นผู้พาไป ไม่รู้เรื่อง

 หลวงพ่อชา สุภัทโท

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: