Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
23 กรกฎาคม, 2560, 19:45:02

   

ผู้เขียน หัวข้อ: บุญกุศลเป็นนามธรรม  (อ่าน 82 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,381
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์, 2560, 05:58:43 »

ความโกรธตัวนี้มันเผาผู้เป็นเจ้าของก่อน มันไม่ไปเผาคนอื่น
 ถ้าผู้มีธรรมในใจแล้ว เขาไม่สนใจแล้ว เขาสบายแล้ว
 บ้าก็อยู่ที่ปากเขา จะดีก็อยู่ที่ปากของเขา
 เราจะไปสนใจอะไร ผู้เห็นอรรถเห็นธรรมเป็นอย่างนั้น
.
หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดป่าภูผาแดง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี




"บุญกุศลเป็นนามธรรม ไม่สามารถที่จะมองเห็นได้
 แต่มีค่าสูงขึ้นไปโดยลำดับ จนถึงนิพพาน"
 .
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม






วิธีเดินจงกรม
.
ผู้จะเดินกรุณาไปยืนที่ต้นทางจงกรมที่ตนกำหนดหรือตกแต่งไว้แล้วนั้น
 พึงยกมือทั้งสองขึ้นประนมไว้เหนือระหว่างคิ้ว ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย
 คือพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ที่ตนถือเป็นสรณะ
คือที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวของใจ และระลึกถึงคุณของบิดามารดา
 อุปัชฌาย์อาจารย์ ตลอดท่านผู้เคยมีพระคุณแก่ตน
 จบลงแล้วรำพึงถึงความมุ่งหมายแห่งความเพียรที่กำลังจะทำ
 ด้วยความตั้งใจเพื่อผลนั้น ๆ เสร็จแล้วปล่อยมือลง
 เอามือขวาทับมือซ้ายทาบกันไว้ใต้สะดือตามแบบพุทธรำพึง
 เจริญพรหมวิหาร ๔ จบแล้ว ทอดตาลงเบื้องต่ำ ท่าสำรวม
 ตั้งสติกำหนดจิตและธรรมที่เคยนำมาบริกรรมกำกับใจ
 หรือพิจารณาธรรมทั้งหลาย ตามแบบที่เคยภาวนามาในท่าอื่น ๆ
 เสร็จแล้วออกเดินจงกรมจากต้นทางถึงปลายทางจงกรมที่กำหนดไว้
 เดินกลับไปกลับมาในท่าสำรวม มีสติอยู่กับบทธรรม
 หรือสิ่งที่พิจารณาโดยสม่ำเสมอ
 ไม่ส่งจิตไปอื่นจากงานที่กำลังทำอยู่ในเวลานั้น
.
ปฏิปทาของพระธุดงคกรรมฐานสายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
 โดยหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน







"...นึกถึงอะไร ก็ให้ทวนนึกถึงพระธรรม มองอะไรภายนอก ให้มองย้อนดูตน กำหนดนิ่งดูที่ใจ ดูให้ดี จักเห็นทางสว่าง

จิตที่โง่ กระทบขุ่น เพราะ มีโคลนปนอยู่ใน กระทบแล้วก็ไหลไป ทิ้งโคลนไว้ให้เลนตม

จิตฉลาด กระทบใส เหมือน น้ำใสไหลพบหิน กระทบแล้วก็ไหลไป ทิ้งหินไว้คู่กับดิน..."

 โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงปู่แหวน สุจิณโณ







"...รักใครอย่าเอาหัวใจไปฝากเขาไว้ คนโง่ เอาหัวใจไปฝากคนอื่นไว้ ทศกัณฐ์มีสิบเศียร ยี่สิบกร ถอดหัวใจไว้กับพระฤาษี ให้พระฤาษีเฝ้าไว้ มันหน้าโง่ ไม่เป็นตัวของตัวเอง มันจึงต้องตายเพราะลิงคือหนุมาน เอาหัวใจมันมาขยี้ต่อหน้าเลย นี่แหละ

การนั่งกรรมฐาน จึงเป็นที่พึ่งของตนเอาไว้ ไม่ต้องไปเอาคนอื่นมาเป็นที่พึ่ง คนอื่นเป็นที่พึ่งของเราไม่ได้แน่ๆ..."

โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม





"...จิตปรุงกิเลส คือ การที่จิตบังคับ ให้กาย วาจา ใจ กระทำสิ่งภายนอก ให้มี ให้เป็น ให้ดี ให้เลว ให้เกิดวิบากได้ แล้วยึดติดอยู่ว่า นั่นเป็นตัว นั่นเป็นตน ของเรา ของเขา

กิเลสปรุงจิต คือ การที่สิ่งภายนอกเข้ามาทำให้จิตเป็นไปตามอำนาจของมัน แล้วยึดว่า มีตัว มีตนอยู่ สำคัญผิด จากความเป็นจริง อยู่ร่ำไป..."

โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงปู่ดูลย์ อตุโล





เมื่อผู้ใดมาภาวนา ทวนกระแสจิตเข้ามาภายใน มากำหนดรู้กายรู้จิตนี้อยู่ ก็ย่อมรู้จักทุกข์ เพราะร่างกายนี้มันแปรปรวนอยู่เรื่อยไป ไม่คงที่ แล้วจิตก็อาศัยอยู่ในร่างกายอันนี้ เมื่อร่างกายอันนี้มันแปรปรวนไป มันกระทบกระทั่งกับจิต จิตก็มีความรู้สึกเปลี่ยนแปลง ไม่ปกติ วุ่นวาย ถ้าจิตของท่านผู้รู้ทั้งหลายแล้ว ท่านไม่หวั่นไหว เพราะท่านรู้ว่ากายนี้ไม่ใช่ตัวตนของเรา เมื่อมันแปรปรวนไปก็เป็นเรื่องของมัน เราก็บังคับมันไม่ได้ หน้าที่ของจิตก็มีแต่กำหนดรู้เท่าตามความเป็นจริงอยู่เท่านั้นเอง เราจะไปบังคับให้มันเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่ได้เลย
 หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ





ปัญญานั้นต้องเกิดจากสมาธิ ไม่ใช่ปัญญาที่เรานึกเดาเอา
 นึกคาดคะเนไปตามอาการต่างๆ อย่างนั้นไม่ใช่ปัญญา
 หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ





ทำความดีอย่าไปท้อ คนไม่เห็นความดีของเรา ก็ขอให้เราเห็นความดีของเราก็แล้วกัน
 เราทำความดีเพื่อเรา ไม่ได้ทำความดีเพื่อผู้อื่นใด
 หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน





ปัญญานั้นต้องเกิดจากสมาธิ ไม่ใช่ปัญญาที่เรานึกเดาเอา
 นึกคาดคะเนไปตามอาการต่างๆ อย่างนั้นไม่ใช่ปัญญา
 หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: