Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
25 เมษายน, 2560, 23:26:53

   

ผู้เขียน หัวข้อ: สร้างคุณงามความดี  (อ่าน 50 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,292
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 14 กุมภาพันธ์, 2560, 05:03:51 »



"ขออำนวยพรแก่สาธุชนทุกคน ที่ได้มีศรัทธาและได้มาประชุมพร้อมกันด้วยจิตใจที่เปี่ยมด้วยกุศล ท่านทั้งหลายได้มาในวันนี้ เพื่อมาอำนวยพรหรือมาแสดงมุทิตาแก่อาตมา ที่ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช"

ขออนุโมทนาสาธุการ ขอบใจ อุบาสก อุบาสิกาทุกท่าน ท่านทั้งหลายมีธรรม ความดีความงามประจำใจอยู่และขอให้รักษาความดี ความงามที่มีให้คงอยู่ตลอดไป ท่านทั้งหลายเป็นอุบาสก อุบาสิกา เพราะฉะนั้นขอให้รักษาจิตใจที่เลื่อมใสศรัทธาในพระรัตนตรัยให้คงที่ไว้ หลักธรรมสำคัญ ๓ ข้อ ที่พระพุทธองค์ทรงสอนและขอให้ยึดถือเป็นประจำ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา คือทำกาย วาจา ใจให้เป็นปกติ นึกถึงสภาวะธรรมที่ว่าง เป็นปกติ มีสมาธิปัญญาก็เกิดขึ้นตามลำดับ
 ฉะนั้นขอให้นึกถึงหลักธรรมที่พระพุทธองค์ได้สอนเราไว้ ๓ ข้อง่ายๆ ทุกคนก็จะมีความสุขใจ

อนึ่งในหลวง รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงสร้างวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร ในสมัยของพระองค์ มีภาษิตอยู่บทหนึ่ง ซึ่งอาตมาขอมอบภาษิต "สัพเพสัง สังฆะภูตานัง สามัคคี วุฑฒิ สาธิกา ความพร้อมเพรียงแห่งชนผู้อยู่ร่วมกันเป็นหมู่ ยังความเจริญวัฒนาถาวรให้สำเร็จ" ให้รักษาคำนี้ไว้และนำไปปฏิบัติ เพราะความพร้อมเพรียงนำความเจริญรุ่งเรืองให้สำเร็จได้ ขณะนี้ประเทศเรากำลังต้องการการพัฒนาของให้ท่านนึกถึงสุภาษิตนี้ รวมถึงศีลทั้ง ๓ ข้อ หวังว่าทุกท่านจะเข้าใจและยึดถือศีล สมาธิ ปัญญา มีความสามัคคี เท่านี้ประเทศชาติของเราก็จะเจริญรุ่งเรือง"



พระโอวาท...เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร)สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20







“...กามตัณหา เปรียบเหมือนแม่น้ำไหลไปสู่ทะเล ไม่รู้จักเต็มสักที อันนี้ฉันใด ความอยากของตัณหามันไม่พอ ต้องทำความพอจึงจะดี เราจะต้องทำใจให้ผ่องใส ตั้งอยู่ในศีล ตั้งอยู่ในทาน ตั้งอยู่ในธรรม ตั้งอยู่ในสมาธิก็ดี ทุกอย่าง เราทำความพอดี

ความพอใจก็นำออกเสีย ความไม่พอใจก็นำออกเสีย เวลานี้เราจะพักจิต ทำกายของเรา ทำใจของเรา ให้รู้แจ้งในกายในใจของเรานี้ รู้ความเป็นมา วางให้หมด วางอารมณ์ วางอดีต-อนาคตทั้งปวงที่ใจนี่แหละ...”

โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงปู่แหวน สุจิณโณ






"...ถ้าหากเราคิดไม่ถูก ไม่ได้ประพฤติปฏิบัติ มันก็จะกลับกลายไปเป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นสัตว์นรก เป็นเปรตเป็นอสุรกาย เป็นยักษ์ เป็นผี เป็นสารพัดอย่าง

มันจะเป็นไปได้อย่างไร ? ก็ขอให้มองดูในจิตของเราเอง

เมื่อความโกรธเกิดขึ้น
มันเป็นอย่างไร?..นั่นแหละ!

เมื่อความหลงเกิดขึ้นแล้ว
 มันเป็นอย่างไร?..นั่นแหละ!

เมื่อความโลภเกิดขึ้นแล้ว
 มันเป็นอย่างไร?..นั่นแหละ!

สภาวะทั้งหลายเหล่านี้แหละ มันเป็นภพ แล้วก็เป็นชาติ เป็นความเกิด ที่เป็นไปตามสภาวะแห่งจิตตน..."

โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงปู่ชา สุภทฺโท






“...สร้างคุณงามความดีนั้นก็ลำบากหน่อยหนึ่ง เพราะว่าคนเรามี “กิเลส” ไม่อยากจะทำ ไม่อยากจะยุ่งยาก ไม่อยากจะอดทน อยากจะปล่อยไปตามอารมณ์เสียเป็นส่วนใหญ่

เหมือนน้ำนั่นแหละ มันก็ไหลไปตามเรื่องของมัน ถ้าปล่อยให้ไหลไปตามน้ำก็สบาย แต่ว่านั่นไม่ใช่ลักษณะการปฏิบัติ ลักษณะการปฏิบัติต้องฝืน ต้องฝืน “กิเลส”..ฝืน “ใจ” ตนเอง...”

โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงปู่ชา สุภัทโท

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: