Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
30 พฤษภาคม, 2560, 20:07:26

   

ผู้เขียน หัวข้อ: การเกิดดับของรูปนาม  (อ่าน 63 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,327
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์, 2560, 05:26:44 »


มีแต่ เกิด กับ ดับ
+++++++++++++++++++
 "...ของเกิดขึ้นทั้งหมด เกิดแล้วไม่ดับไม่มี
 สังขารเป็นส่วนรูป ส่วนนาม....เกิดแล้ว จะต้องสลายตัว
.....เขาไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นข้าศึก ไม่ได้เกิดมาให้เรายึดถือ
ไม่ได้เกิดมาเพื่อแผดเผาจิตใจของเราของสัตว์โลก
......มีแต่ความไม่เข้าใจชัดในสิ่งที่เกิดมาเพื่อดับเท่านั้น
 แล้วไปยึดถือเอาไว้ ไปหวงแหนเอาไว้ เอามาแผดเผาเจ้าของเอง
......หน้าที่การงานของเรามีเท่านี้ คือให้มุ่งศึกษา
 ผลของการศึกษา "เรา" นี้ล่ะ
 จะเป็น ผู้รู้ ที่เห็น เป็นผู้ที่มีวิชาความรู้ เราจะเป็นผู้สำเร็จมรรคสำเร็จผล...
 ++++++++++++++++++
ธรรมะเทศนา
 พระอาจารย์แบน ธนากโร
 วัดดอยธรรมเจดีย์







ธมฺมกาโม ภวํ โหติ
 ผู้ฝักใฝ่ในธรรม เป็นผู้เจริญ

ธมฺมเทสฺสิ ปราภโว
 ผู้ชังธรรม เป็นผู้เสื่อม

 นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
 สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบ ไม่มี

- ธรรมะ สุภาษิต






สติรู้อยู่ที่จิตปัจจุบัน

"...สติสัมปชัญญะ สัมมาสติ ก็อันเดียวกันนั่นล่ะ มีหน้าที่กำหนดรู้ ที่เกิดของธรรม ที่ดับของธรรม รู้อยู่ที่เดียวนี้ล่ะ ละอยู่ที่เดียวนี้ล่ะ วางอยู่ที่เดียวนี้ล่ะ การปรารภความเพียรก็เอาสตินี้ล่ะ เวลาเกิดความคับขันก็ให้น้อมเข้ามาปฏิบัติอยู่ ให้เพียรเพ่งอยู่จนหายสงสัย..อันนี้สำคัญมาก

เพ่งเข้ามาสู่จิตสู่ใจ อย่าไปเพ่งออกภายนอก เพ่งจนหายสงสัย จนไม่มีเกิด ไม่มีดับ พราหมณาจารย์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ เพียรเพ่งอยู่จนมันดับไปเอง แม้เกิดขึ้นแล้ว มันก็ดับไปเอง แต่อย่าเข้าไปยึดถือในอะไรๆ สิ่งที่มันปรุงขึ้นแต่งขึ้น มักจับมันไม่ทัน

ให้เพ่งจับอยู่เฉพาะในปัจจุบัน อย่าไปเพ่งอดีต อนาคต อดีตเป็นธรรมเมา อนาคตเป็นธรรมเมา พราหมณาจารย์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ เพ่งอยู่ภายใน ต้องเพ่งเข้าสู่ภายใน สิ่งใดสิ่งหนึ่งเมื่อเกิดขึ้น มันก็ดับไปเอง อย่าเข้าไปยึดถือสำคัญมั่นหมายว่าเป็นสิ่งนั้น ว่าเป็นสิ่งนี้ เพ่งอยู่จนหายสงสัย ถ้าหายสงสัยมันก็ได้บรรลุมรรค ผล นิพพานเท่านั้นล่ะ..."

โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงปู่แหวน สุจิณโณ






"...โลกนี้ เป็นอนิจจัง ทุกอย่าง
 ไม่มีอะไรเที่ยง มันไม่มีการทรงตัว

ถ้าเราเอาจิต เข้าไปยึดถือ มันก็เป็นทุกข์

 ทุกสิ่งทุกอย่างในโลก มันเป็นอนิจจัง
 หาความเที่ยงไม่ได้ มันไม่เที่ยง

เราก็จะยุ่งกับความไม่เที่ยง
 ให้มันเที่ยง มันก็เป็นทุกข์

อารมณ์ของคน ที่เป็นทุกข์ก็เพราะ
 ไม่ยอมรับนับถือกฎของความเป็นจริง..."

โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง)






ที่จริง พระอรหันต์ทั้งหลาย
 ท่านไม่ได้รู้อะไรมากมายเลย

เพียงแต่ เจริญจิตให้รู้แจ้งใน ขันธ์๕
 แทงตลอดในปฏิจจสมุปบาท

 หยุดการปรุงแต่ง หยุดการแสวงหา หยุดกริยาจิต

มันก็จบแค่นี้
 เหลือแต่ บริสุทธิ์ สะอาด สว่าง
 ว่าง มหาสุญตา ว่างมหาศาล

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล






ครั้งหนึ่งหลวงปู่ไปพักผ่อนที่วัดป่าโยธประสิทธิ์ พระเณรจำนวนมากมากราบนมัสการหลวงปู่ ฟังโอวาทขอหลวงปู่แล้วหลวงตาพลอย ผู้บวชเมื่อแก่ แต่สำรวมดี ได้ปรารภถึอตนเองว่ากระผมบวชมาก็นานพอสมควรแล้ว ยังไม่อาจตัดห่วงอาลัยในอดีตได้แม้จะตั้งใจอย่างไรก็ยังเผลอจนได้ ขอทราบอุบายวิธีอย่างอื่นเพื่อปฏิบัติตามแนวนี้ต่อไปด้วยครับกระผม

หลวงปู่ว่า
"อย่าให้จิตแล่นไปสู่อารมณ์ภายนอก ถ้าเผลอ เมื่อรู้ตัวให้รีบดึงกลับมา อย่าปล่อยให้มันรู้อารมณ์ดีหรือชั่ว สุขหรือทุกข์ไม่คล้อยตาม และไม่หักหาญ"

 หลวงปู่ดูลย์ อตุโล






อุบาสกผู้คงแก่เรียนคนหนึ่ง สนทนากับหลวงปู่ว่า

"กระผมเชื่อว่า แม้ในปัจจุบันพระผู้ปฏิบัติถึงขั้นได้บรรลุมรรคผลนิพพานก็คงมีอยู่ไม่น้อย เหตุใดท่านเหล่านั้นจึงไม่แสดงตนให้ปรากฏ เพื่อให้ผู้สนใจปฏิบัติทราบว่าท่านได้บรรลุถึงคุณธรรมนั้นๆ
 แล้วเขาจะได้มีกำลังใจและมีความหวัง เพื่อเป็นพลังเร่งความเพียรในทางปฏิบัติให้เต็มที่"

 หลวงปู่กล่าวว่า
"ผู้ที่เขาตรัสรู้แล้ว เขาไม่พูดว่าเขารู้แล้วซึ่งอะไร เพราะสิ่งนั้นมันอยู่เหนือคำพูดทั้งหมด"

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: