Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 ตุลาคม, 2560, 18:04:27

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ปล่อยวางไม่ยึดติด  (อ่าน 99 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,464
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์, 2560, 11:44:25 »




"ต้องทำแบบปล่อยวาง อย่าไปทำแบบยึดติด"

ถาม : เป็นคนชอบทำบุญทำทานกับสุนัขจรจัดและสุนัขตามวัด ทุกวันจะหุงข้าวกับข้าวเอาไปให้สุนัขกินทุกวัน วันไหนติดทำงานจ้างเขาเอาไปให้แทน จะมีใจเป็นห่วงสุนัขกลัวเขาไม่อิ่ม บางครั้งสุนัขไม่สบายก็จะกังวลพยายามหาทางรักษาให้เขาจนหาย มีใจสงสารและเอ็นดูทุกวัน ทำอย่างนี้แล้วมีความสุขใจมาก ตามหลักแล้วหากใจเราไปผูกพันกับสิ่งใดเวลาตายไปจะเกิดเป็นสิ่งนั้น อย่างนี้การที่เราทำทานกับสุนัขจะมีผลในทางด้านลบไหมคะ

พระอาจารย์ : มี ถ้าไปผูกพันมากเกินไป คือมีความเมตตากรุณาเลี้ยงดูเขาดี แต่อย่าไปคิดถึงเขาตลอด ๒๔ ชั่วโมง อย่างนี้เขาเรียกว่าผูกพันมากเกินไป เราทำในส่วนของเราก็พอ ให้ข้าวเขากินดูแลเขาให้ยาเขารักษาให้เขาก็เสร็จ ส่วนเขาจะเป็นยังไงร้ายดียังไง เราก็ต้องอย่าไปคิดถึงเขา คิดถึงมากๆ เวลาตายไป กลับมา อาจจะไม่ได้มาเป็นหมาหรอก อาจจะมาเป็นวิญญาณอยู่ใกล้ๆ หมาก็ได้ อาจจะมาเป็นตุ๊กแกอาจจะมาเป็นอะไรก็ได้แล้วแต่

ฉะนั้น ต้องทำแบบปล่อยวาง อย่าไปทำแบบยึดติด ทำแบบนี้ดีแล้วมีความเมตตาความกรุณา แต่อย่าไปผูกพันเท่านั้นเอง.

สนทนาธรรมะบนเขา
 วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต






".. อย่าไปหลงสมมติ

หลงไกลเท่าไร ห่างไกลพระนิพพานเท่านั้น .."

โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวัณโณ





ตามเห็นจิต

"...คำว่า จิตไม่นิ่ง ก็คือ มันไม่ผ่องใสนั่นเอง แล้วมันก็บอกอยู่ชัดๆแล้ว เนื้อความว่ากิเลสคือความเศร้าหมองของจิต จิตไม่นิ่งเพราะกิเลสมันก็เศร้าหมองมันขุ่นมัว หลับตาดูจิตของเราเดี๋ยวนี้ก็ได้ ถ้าจิตของเรายังฟุ้งซ่านส่งโน่นส่งนี่อยู่ เรียกว่า มันกระเพื่อมอยู่ มันมีเศร้าหมอง จะไปชำระ จะไปเห็นเรื่องของจิตนั้นเป็นไปไม่ได้

ครั้นจิตมันนิ่งแน่วลงไปแล้ว กิเลสอะไรก็ช่างจะปรากฏขึ้นมาในที่นั่นเลย ถึงแม้จิตจะแว๊บลงไปนิดเดียวก็ตาม มันเห็นเลย หรือขณะที่จิตนิ่งอยู่ เมื่อจิตวูบวาบออกไปนิดเดียวก็ตาม คือมันจะส่งออกไปหาอารมณ์อะไรที่เกิดขึ้น ย่อมเห็นในขณะที่จิตอยู่ในอารมณ์เดียวนั้น อันนี้เรียกว่า ตามรู้จิต เห็นจิต..."

โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี






"...ถ้าหากไปถือว่า สมาธิคือการนั่งหลับตาอย่างเดียว มันก็ถูกกับความเห็น ของคนทั้งหลาย ที่เขาแสดงออก แต่ถ้าเราจะคิดว่าอารมณ์ของสมาธิคือ การยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด ไม่ว่าเราจะทำอะไร มีสติสัมปชัญญะ รู้อยู่กับเรื่องปัจจุบัน คือเรื่องชีวิตประจำวันนี้เอง

เราจะเข้าใจ หลักการทำสมาธิ อย่างกว้างขวางและสมาธิที่เราทำอยู่นี่จะรู้สึกว่า นอกจากจะไปนั่งหลับตาภาวนา หรือเพ่งดวงจิตแล้ว ออกจากที่นั่งมาเรามีสติตามรู้ การยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด แม้ว่าเรา จะไม่นั่งสมาธิ อย่างที่พระท่านสอนก็ได้ เพราะว่า เราฝึกสติ อยู่ตลอดเวลา..."

โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงพ่อพุธ ฐานิโย




"...บริจาคทรัพย์ จะน้อยจะมากไม่สำคัญ สำคัญที่ใจเราเป็นบุญเป็นกุศล ทานที่เรามีเจตนาอันเลื่อมใส ให้น้อยให้มากก็เป็นบุญเป็นกุศล เช่นเดียวกัน ของดีนั้น ไม่ต้องไปอวดใคร คือดีอยู่ที่ใจเรานั้นเอง..."
โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป





"...คนเราเกิดมามีวาสนาไม่เหมือนกัน วาสนาที่ว่าก็เกิดจากบุญกุศลที่เราได้ทำกันมา คนที่ยากจนในชาตินี้ก็เพราะชาติที่แล้วทำบุญให้ทานมาน้อย ลงทุนน้อย พอเกิดมาชาตินี้ทุนก็เลยน้อยตามมา

แต่ถ้าใครยากจนในชาตินี้ก็ต้องลงทุน ตั้งใจทำงานอย่างทุ่มเทให้มาก ขยันทำมาหากินโดยไม่ไปโกงใคร ในวันหนึ่งก็จะรวยได้เอง แม้ไม่รวยมากก็มีอยู่มีกิน..."

โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงปู่จันทร์โสม กิตติกาโม






ในแต่ครั้งมักมีผู้มาเรียนปรึกษาปัญหาต่างๆ กับหลวงปู่ แม้กระทั่งเรื่องปัญหาในครอบครัว การหย่าร้าง หลวงปู่ท่านจึงเทศน์ชี้ทางดับปัญหานี้

"เอาล่ะ เราจะเทศน์ให้ฟังเป็นคุณธรรมสำหรับ คนมีครอบครัว ผู้อยู่ร่วมกันอย่างไรมันก็ต้องกระทบกันบ้างเป็นธรรมดา มนุษยธรรม ๔ ข้อ สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ

สัจจะ คือ ความซื่อตรง จริงใจต่อกัน ไว้วางใจกัน ไม่คิดว่าเขาจะนอกใจเรา ไม่คิดว่าเขาจะไปมีบ้านเล็กบ้านน้อย ให้อิสระแก่กัน เชื่อในเกียรติของกันและกัน ไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทุกข์ใจ ถ้ามีสัจจะต่อกันก็ไม่ต้องทะเลาะกัน

ทมะ คือ ความอดกลั้นอารมณ์ ระงับอารมณ์ คนโกรธ โกรธเพราะไม่รู้จักระงับอารมณ์ คนเราอยู่ด้วยกัน ถ้าปล่อยให้อารมณ์เป็นใหญ่บ้านก็แตก มันก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ คิดบ้างหรือเปล่าว่าลูกเต้าจะเป็นอย่างไร

ขันติ ความอดทน ทนลำบาก ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รักใคร่ปรองดองกัน จะยากจะจนก็ทนกัน อย่าเอาความลำบากเป็นอารมณ์ อดทนต่อสิ่งที่เราไม่ชอบ เช่าเขากินเหล้าใช่ใหม เราบอกให้เขาเลิก เขาไม่เลิก (เหล้า) เราก็ทนสู้ เพื่อลูก คิดดูให้ดี ถ้าเราอดทน แล้วปัญหาก็จะไม่เกิด ถ้าเกิดก็น้อยมาก

จาคะ คือ การบริจาค ในที่นี้ไม่ใช่การบริจาคเงินทองอย่างเดียวนะ บริจาคกิเลสตัณหา ความโกรธ ความหึงหวงออกไป ไม่ใช่ตระหนี่ถี่เหนียวเอาความมีกิเลสตัณหาไว้ เมื่อโกรธก็บริจาคออกไป นี่แหละถ้าทำได้ทั้ง ๔ ข้อ ไม่ว่าที่ไหนก็ไม่ทะเลาะกัน

หลวงปู่หลอด ปโมทิโต




นี่รักษาศีล ๕ ได้ไหม

หลวงพ่อจะแถมให้ ถ้ารักษาไม่ครบ ๕ ข้อ ก็เอาแค่ ๒ ข้อ ก็พอ ข้อ ๓ กับ ข้อ ๕ ถ้าผิด ๒ ข้อนี้ ฆ่ากันได้นะ ไปยุ่งกับเมียเขา ผัวเขารู้โกรธเข้า ก็ฆ่านะซิ กินเหล้าพูดไม่เข้าหู ก็ฆ่ากันได้ แต่ถ้าจะว่า ๕ ข้อ ข้อใดบาปกว่ากัน ก็พอกันนั่นแหละ"
หลวงปู่หลอด ปโมทิโต

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: