Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
22 พฤศจิกายน, 2560, 16:12:42

   

ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่อง : บทวิเคราะห์กรณีพระพุทธรูปในสวนโมกข์  (อ่าน 168 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
ยามเฝ้าบอร์ด
ผู้ดูแลบ้าน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,574
สมาชิกลำดับที่ 1
มือปราบเกรียน



| |

« เมื่อ: 14 กันยายน, 2559, 23:51:10 »

เรื่อง : บทวิเคราะห์กรณีพระพุทธรูปในสวนโมกข์

ท่านที่ติดตามผลงานของท่านพุทธทาสมาโดยตลอดย่อมน่าจะพอทราบว่าท่านทาส "ไม่เอาพระพุทธรูป" ท่านถึงขั้นเขียนไว้ด้วยว่า "การเกิดมีพระพุทธรูปเป็นจุดเริ่มเสื่อมของพุทธศาสนา" (หนังสือบันทึกนึกได้เอง - มีขายที่สวนโมกข์กรุงเทพ)

แต่แปลกใจไหมครับว่าทำไมที่สวนโมกข์กลับมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ 2 องค์ตั้งตระหง่านอยู่ 2 ที่ นั่นคือที่ลานหินโค้งและบนเขาพุทธทอง ? ถามว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้นก็ไหนว่าแอนตี้พระพุทธรูป ท่านพุทธทาสสับสนขัดแย้งกันในตัวเองหรือเปล่า ?

หากสืบประวัติแล้วจะพบว่าพระพุทธรูปองค์หนึ่งนั้นมีโยมสร้างแล้วส่งขึ้นรถไฟมาถวายให้สวนโมกข์เพราะอยากให้สวนโมกข์มีพระพุทธรูป แต่ท่านพุทธทาสก็รับไว้แถมเอาตั้งเด่นเป็นสง่าเสียอีก ถามว่าทำไมท่านพุทธทาสไม่ปฏิเสธ ?

ประการแรก มันเป็นเรื่องของการ "รักษาน้ำใจ" ตรงนี้วิเคราะห์ได้จากการที่หากท่านมีโอกาสได้ลงไปที่สวนโมกข์ ขอให้ท่านลองไปแถวบริเวณที่มีหุ่นขี้ผึ้งท่านพุทธทาสตั้งอยู่จะพบว่ามีป้ายติดไว้มีข้อทำนองว่า "หุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนท่านพุทธทาสนี้มีคนสร้างถวายสวนโมกข์เพื่อเป็นการบูชาคุณท่านพุทธทาส ท่านพุทธทาสไม่ได้สั่งให้สร้าง สวนโมกข์ไม่ได้สร้างเอง เมื่อเขาสร้างมาถวายแล้วสวนโมกข์จึงต้องรับไว้เพื่อรักษาน้ำใจ" (ไว้คราวหลังถ้ามีโอกาสไปสวนโมกข์จะถ่ายภาพข้อความนี้มาให้ดูครับ หรือแฟนเพจท่านใดจะกรุณาถ่ายมาแล้วส่งมาให้แอดมินหน่อยก็จะขอบคุณมากครับ)

ประการที่สอง มันเป็นเรื่องของการ "Safety ตัวเอง" เพราะท่านพุทธทาสถูกโจมตีเยอะมากหลังจากที่แสดงปาฐกถาเรื่อง "วิถีแห่งการเข้าถึงพุทธธรรม" และ "ภูเขาแห่งวิถีพุทธธรรม" โดยเฉพาะจากพระองค์หนึ่งที่ชื่อพระทิพย์ซึ่งแอนตี้ท่านพุทธทาสมาก เอาเรื่องท่านพุทธทาสไปฟ้องผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการสงฆ์หาว่าท่านพุทธทาสบิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้า การมีพระพุทธรูปตั้งอยู่ในสวนโมกข์จึงเป็นวิธีการทางจิตวิทยาที่ลดแรงกดดันจากภายนอกไปได้เยอะพอสมควร พูดง่าย ๆ ว่า "เอาไว้กันหมาเห่า"

เปรียบเสมือนคนสองคนมีศาลพระภูมิอยู่ที่บ้าน คนหนึ่งกราบไหว้ บูชา อ้อนวอน ขอพร พระภูมิอย่างเต็มกำลัง ส่วนอีกคนหนึ่งไม่ได้สนใจพระภูมิในบ้านเลยแต่บังเอิญบรรพบุรุษเป็นคนสร้างเอาไว้ หากดูแต่ภายนอกเราก็จะดูได้แต่เพียงว่าทั้งสองบ้านมีพระภูมิเหมือนกัน แต่กิริยาในใจของคนสองคนไม่เหมือนกัน การที่ท่านพุทธทาสที่มีพระพุทธรูปอยู่ในสวนโมกข์ก็เป็นแบบคนที่สองนั้นแหละครับ ท่านจึงมีคำสอนที่ว่า "มีให้เหมือนไม่มี"

บทสรุปตรงนี้จึงมีว่า ท่านพุทธทาสไม่ได้ Contrast กันในตัวเอง แต่คนภายนอกไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของท่านต่างหาก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: