Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
23 กันยายน, 2560, 21:27:05

   

ผู้เขียน หัวข้อ: จ่ายค่าเสียหาย 20 ล้าน ให้ 8 ชาวบ้านเจอพิษตะกั่วปนเปื้อนห้วยคลิตี้  (อ่าน 139 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 14 กันยายน, 2559, 07:30:58 »

ที่มา http://www.matichon.co.th/news/284202

วันที่ 13 กันยายน 2559 ความคืบหน้าภายหลังจากศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา (แผนกคดีสิ่งแวดล้อม) ระหว่าง นายกำธร ศรีสุวรรณมาลา ที่ 1 กับพวกรวม 8 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด จำเลยที่ 1 และ นายคงศักดิ์ กลีบบัว จำเลยที่ 2 รวม 2 คน ในข้อหา ละเมิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 โดยสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวบ้านคลิตี้ทั้ง 8 ราย เป็นจำนวนเงิน 20,200,000 บาท

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. ที่ธนาคารออมสิน สาขากาญจนบุรี อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ทนายความและผู้แทนจำเลยที่ 2 ได้นำเงินสดจำนวน 20,200,000 บาท มามอบให้แก่โจทก์ทั้ง 8 ตามคำพิพากษาของศาล โดยนายกำธร ศรีสุวรรณมาลา โจทก์ที่ 1 ได้รับเงินจำนวน 2,150,000 บาท นายบุญพิทักษ์ ศรีสุวรรณมาลา โจทก์ที่ 2 ได้รับเงินจำนวน 2,650,000 บาท นายนิคม นาสวนกิตติ โจทก์ที่ 3 ได้รับเงินจำนวน 2,150,000 บาท นางกาญจนา หรือวิไลวรรณ นาสวนกิตติ โจทก์ที่ 4 ได้รับเงินจำนวน 2,150,000 บาท นางสาววัศยา นาสวนกิตติ โจทก์ที่ 5 ได้รับเงินจำนวน 3,150,000 บาท นางมะนุเมีย ทองผาภูมิเจริด โจทก์ที่ 6 ได้รับเงินจำนวน 2,150,000 บาท นางสาววรรณา ทองผาภูมิเจริด โจทก์ที่ 7 ได้รับเงินจำนวน 2,650,000 บาท นายบุญช่วย ทองผาภูมิเจริด โจทก์ที่ 8 ได้รับเงินจำนวน 3,150,000 บาท โดยมีนายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา ว่าที่ ร.ต.สมชาย อามีน กรรมการสิ่งแวดล้อม ทนายความผู้ช่วยเหลือคดีจากสภาทนายความ ร่วมเป็นสักขีพยานในการจ่ายเงินในครั้งนี้

นายสุรพงษ์เปิดเผยว่า ชาวบ้านรู้สึกยินดีที่ได้รับเงินจำนวนนี้ ถึงแม้ว่าจะล่าช้ามานานกว่า 13 ปีก็ตาม โดยจะนำเงินจำนวนนี้ไปรักษาตัวที่เจ็บป่วยจากพิษสารตะกั่ว และอีกส่วนหนึ่งจะรวบรวมเงินเป็นกองทุนของหมู่บ้าน เพื่อนำมาไว้รักษาชาวบ้านคนอื่นๆ และพัฒนาหมู่บ้านในด้านต่างๆ ต่อไป

รายงานระบุว่า นอกจากคำพิพากษาของศาลที่ให้ชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวบ้านแล้ว ศาลยังให้จำเลยทั้งสอง ที่ก่อมลพิษร่วมรับผิดชอบในการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการเริ่มดำเนินการแต่อย่างใด ไม่ว่าจากผู้ก่อมลพิษ หรือจากกรมควบคุมมลพิษ โดยชาวบ้านได้ฟ้องกรมควบคุมมลพิษจนล่าสุดศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้กรมควบคุมมลพิษเร่งดำเนินการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ ซึ่งชาวบ้านหวังว่าจำเลยทั้งสองและกรมควบคุมมลพิษจะเร่งดำเนินการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ให้ปราศจากมลพิษและชาวบ้านสามารถกลับไปใช้น้ำและบริโภคน้ำ ตลอดจนสัตว์น้ำได้ดังเดิม ถือเป็นการปิดฉากคดีที่มีการต่อสู้กันในชั้นศาลมายาวนานถึง 13 ปี และถือเป็นคดีประวัติศาสตร์คดีแรกที่มีการบังคับตาม พ.ร.บ. อันเป็นบรรทัดฐานให้กับคดีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมคดีอื่นๆ ของประเทศไทยที่รอการพิจารณาในอนาคตต่อไป

“นอกจากนี้ ยังมีคดีที่ชาวบ้านคลิตี้ที่เหลืออีก 151 ราย ฟ้องร้องบริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด กับกรรมการทั้ง 4 คน ในฐานความผิดเดียวกัน โดยยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 1,041,952,000 บาท โดยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้ง 151 ราย เป็นจำนวนเงิน 36,060,000 บาท ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา” นายสุรพงษ์ กองจันทึก กล่าว

สำหรับคดีการฟ้องร้องระหว่างชาวบ้านคลิตี้ล่าง กับ บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด และนายคงศักดิ์ กลีบบัว เริ่มฟ้องร้องเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2546 โดยยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 119,036,400 บาท ศาลจังหวัดกาญจนบุรีพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน 4,260,000 บาท จากนั้นในเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2549 โจทก์และจำเลยต่างยื่นอุทธรณ์ต่อศาล และในวันที่ 14 สิงหาคม 2551 ศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงินให้กับชาวบ้าน 29,551,000 บาท ก่อนที่จะมีการยื่นฎีกาและมีคำพิพากษาออกมา เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการปิดฉากคดีที่มีการต่อสู้กันในชั้นศาลมายาวนานถึง 13 ปีด้วยกัน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: