Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
26 กันยายน, 2561, 06:10:20

   

ผู้เขียน หัวข้อ: รวมคำสอนจากพระอาจารย์ 2559  (อ่าน 2621 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: 1 [2] 3  ทั้งหมด
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #10 เมื่อ: 30 สิงหาคม, 2559, 19:28:17 »

คนพาลถึงจะรู้แค่ไหนก็คือคนพาล เหมือนเอาสายสร้อยไปใส่คอเป็ดมันก็คือเป็ด เอาไปใส่คอหมูก็คือหมู เอาไปใส่คอแมวก็คือแมว มันจะเป็นรสชาติอะไร ความรู้จากคนพาลก็ไม่แตกต่างกัน งูเห่าเอาไปไว้บนยอดฟ้ามันก็คืองูเห่า

...หลวงปู่ทองใบ ปภัสสโร
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #11 เมื่อ: 10 กันยายน, 2559, 11:50:29 »

"..ช่วยตัวเองนะ อัตตาหิ อัตตะโนนาโถ (ตนแล เป็นที่พึ่งแห่งตน) พึ่งคนอื่นชื่นใจเป็นบางครั้ง ไม่เหมือนดั่งพึ่งตนผลทวี ตนจะเป็นคนดี หนีทุกข์โทษภัย ในวัฏฏสงสาร มีพระนิพพานเป็นที่ไปเบื้องหน้า ก็เพราะตนทำดี สะสมบุญดีให้เกิดมีขึ้น เพราะตนพึ่งตน อันนี้ข้อสำคัญ.."

...หลวงปู่จันทา ถาวโร...
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #12 เมื่อ: 10 กันยายน, 2559, 11:50:45 »

"ทำไมเราไปติดอยู่ในรูปที่ไม่มั่นคงอย่างนั้น รูปสวย รูปขี้เหร่ อัปลักษณ์อย่างไร มันก็ไม่อยู่กับเราตลอดไป เราไปติดมันทำไม มันไม่ได้ให้อะไรเลย ถ้าติดในรูปมันก็หยิบยื่นแต่ภพแต่ชาติให้เราเท่านั้นเอง"

...หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ...
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #13 เมื่อ: 12 กันยายน, 2559, 10:01:40 »

ให้มองคนดีเอาไว้ เราจะพยายามเป็นคนดีไปเรื่อยๆ ดีน้อย ต่อไปก็ดีใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ ความดี หนึ่งก็ดี สองก็ดี สามก็ดี มีอยู่แล้ว ความดีอื่น ที่ยังไม่เกิดก็จะเกิดขึ้น ที่เ กิดขึ้นแล้วก็จะเจริญมากขึ้น เพราะฉะนั้น ควรประกอบคุณงามความดี ความชั่วก็เช่นเดียวกัน ความชั่วหนึ่งก็ดี สองก็ดี สามก็ดี มีอยู่แล้ว ความชั่วอื่นที่ยังไม่เกิด ก็จะเกิดขึ้น ที่มีอยู่แล้วก็จะเจริญมากขึ้น จึงควรละเสีย

พระธรรมเทศนาองค์พ่อแม่ครูบาอาจารย์ องค์หลวงพ่ออินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก วัดป่านาคำน้อย บ้านนาคำน้อย ต.บ้านก้อง อ.นายูง จ.อุดรธานี

แสดงธรรมไว้เมื่อวัน เสาร์ ที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๖
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #14 เมื่อ: 14 กันยายน, 2559, 07:27:59 »

“..ไม่ว่าจะมีเรื่องน้อยใจอะไรก็แล้วแต่ ห้ามไม่ให้ทะเลาะกับพ่อแม่ ไม่ให้ทำหน้ายักษ์ หน้ามารเข้าใส่พ่อแม่ หรือในบางเรื่องที่เราถูกก็ห้ามต่อว่าพ่อแม่อย่างเอาเหตุเอาผลอย่างเด็ดขาด...

เพราะในชีวิตประจำวันของเรานั้น บางครั้งกับเพื่อนฝูงหรือเพื่อนร่วมงานเขากลั่นแกล้งเราทุกอย่างสารพัด เรายังต้องทนระงับโทสะเอาไว้ บางทียังไม่รู้เรื่องอะไรเลยเรายังต้องอดทนเก็บเอาความโกรธเหล่านั้นไว้ในใจ

แล้วกลับพ่อแม่เราที่มีบุญคุณต่อเราอย่างที่สุด เหนือกว่าเจ้านายผู้บังคับบัญชาทั้งหมด ทำไมเราจะยอมทนยอมยกให้พ่อแม่ไม่ได้ แค่บุญคุณที่ท่านได้ให้เราเกิดมาอย่างเดียวก็ตอบแทนไม่หมดอยู่แล้ว..”

(หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #15 เมื่อ: 14 กันยายน, 2559, 12:36:57 »

“..ไม่ว่าจะมีเรื่องน้อยใจอะไรก็แล้วแต่ ห้ามไม่ให้ทะเลาะกับพ่อแม่ ไม่ให้ทำหน้ายักษ์ หน้ามารเข้าใส่พ่อแม่ หรือในบางเรื่องที่เราถูกก็ห้ามต่อว่าพ่อแม่อย่างเอาเหตุเอาผลอย่างเด็ดขาด...

เพราะในชีวิตประจำวันของเรานั้น บางครั้งกับเพื่อนฝูงหรือเพื่อนร่วมงานเขากลั่นแกล้งเราทุกอย่างสารพัด เรายังต้องทนระงับโทสะเอาไว้ บางทียังไม่รู้เรื่องอะไรเลยเรายังต้องอดทนเก็บเอาความโกรธเหล่านั้นไว้ในใจ

แล้วกลับพ่อแม่เราที่มีบุญคุณต่อเราอย่างที่สุด เหนือกว่าเจ้านายผู้บังคับบัญชาทั้งหมด ทำไมเราจะยอมทนยอมยกให้พ่อแม่ไม่ได้ แค่บุญคุณที่ท่านได้ให้เราเกิดมาอย่างเดียวก็ตอบแทนไม่หมดอยู่แล้ว..”

(หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #16 เมื่อ: 23 กันยายน, 2559, 08:46:44 »

"ชีวิตมีค่าทุกวัน ทำน้อยได้น้อย ทำมากก็ได้มาก สตินี่ทำได้ทุกระยะ รู้นี่ สติพร้อม ไม่มีทุกข์ เป็นบุญพร้อม เป็นปัญญาพร้อม จิตผ่องใส จิตก้าวหน้าพร้อม จะไปมีปัญหาในชีวิตได้อย่างไร ไม่ต้องถามว่าจะอยู่ไปทำไมทุกวันๆ ก็มันแจ่มแจ้งแล้วนี่ จิตอยู่ในพุทธธรรม อยู่ในแสงสว่าง จิตมุ่งสู่นิพพาน ธรรมอะไรมันไม่สูงไปกว่านี้หรอก"

...หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปณฺฑิโต...
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #17 เมื่อ: 23 กันยายน, 2559, 08:47:06 »

พระอาจารย์สุชาติ ตอบคำถามโยม ที่ถามว่า ระหว่างที่พระให้พรสวดยะถา หลังทำบุญเราก็อุทิศให้ดวงวิญญาณใช่ไหมคะ ?

พระอาจารย์สุชาติ : "คือการทำบุญเสร็จ พระยังไม่ได้ให้พร เราก็อธิฐานจิตอุทิศไปเลยก็ได้ หรือไม่ได้ทำอะไรระหว่างท่านสวดก็นั่งทำความสงบอธิฐานอุทิศบุญในใจเลยก็ได้ มันไม่เกี่ยวกับว่าพระจะสวดหรือไม่สวด จะให้พรหรือไม่ให้พร การให้พรของพระเป็นเพียงการแสดงความชื่นชมยินดีต่อการกระทำดีของเรา ถ้าจะแปลความหมายของยะถา สัพพี มี2 ส่วน ยะถา นี้ท่านหมายถึงบุญนี้เราสามารถอุทิศให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เพราะ ยะถา หมายถึงการถือ การอุทิศบุญสำหรับผู้ล่วงลับ พอท่านเริ่มพูดถึงสัพพี ก็คือ อานิสสงส์ของการให้ทาน ว่าจะได้ อายุ วัณณะ สุขะ พละ ความหมายมีอยู่แค่นี้

ดังนั้น พระจะสวดหรือไม่สวด สิ่งที่โยมทำก็ได้อยู่แล้วเหมือนเดิม แต่เราไปติดที่คำว่า ยะถา สัพพี ถ้าพระไม่ยะถา สัพพีก็อุทิศไม่ได้ ต้องรอให้ท่านยะถา ก่อน บางคนต้องมีน้ำอีก หลงกันไปใหญ่ ทั้งที่ความจริง เราทำเราได้เลย ก็เหมือนการรดน้ำต้นไม้ แต่ไม่ใช่ว่ารดน้ำต้นไม้แล้วมันจะออกดอกผลเลย มันก็ต้องรดไปเรื่อยๆ ถึงเวลามันออกดอกผลเอง

ส่วนคำว่า พระสงฆ์ ในความหมายของ ไตรสรณคมน์ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คือพระสงฆ์ที่เป็นพระอริยะตั้งชั้นโสดาขึ้นไป เป็นพระที่ท่านปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ศีลท่านบริสุทธิ์ ยึดพระวินัยในการปฏิบัติเป็นหลัก ส่วนคนที่บวชห่มเหลืองแล้วยังไม่ได้ปฏิบัติหรือ ไม่ใช่พระอริยะก็เป็นเพียงภิกษุ หรือ ภิกขุ เพราะการโกนคิ้ว ผม ห่มเหลืองไม่ใช่กิเลสจะหายไป แต่ต้องปฏิบัติให้เห็นสัจธรรม ถึงจะเรียกว่า พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา

...พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต...
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ยามเฝ้าบอร์ด
ผู้ดูแลบ้าน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,645
สมาชิกลำดับที่ 1
มือปราบเกรียน



| |

« ตอบ #18 เมื่อ: 23 กันยายน, 2559, 18:20:12 »

...ถ้า "เราฝืนความอยาก"
เดี๋ยวความอยากก็อ่อนกำลัง
แล้วมันจะ.."หมดไปเอง"
พอความอยากมันสงบตัวไปนี้
"ใจก็สงบ เย็นสบาย"
.
...ความรู้สึกอึดอัด ความรู้สึกเศร้าสร้อย
หงอยเหงา ว้าเหว่ก็หายไปหมด
เหลือแต่ ความเบิกบาน
สดชื่นแจ่มใสขึ้นมา
.
...เวลาความอยากมันหมดกำลังนี้
ใจก็เหมือน..ได้รับอิสรภาพ..จาก
การถูกกดดันด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีต่างๆ
.
...อารมณ์ไม่ดีต่างๆหายไปปั๊บ
ก็เบาอกเบาใจ สบายอกสบายใจ
..............................................
.
คัดลอกการสนทนาธรรม
ธรรมะบนเขา 23/9/2559
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ยามเฝ้าบอร์ด
ผู้ดูแลบ้าน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,645
สมาชิกลำดับที่ 1
มือปราบเกรียน



| |

« ตอบ #19 เมื่อ: 26 กันยายน, 2559, 05:42:36 »

ยุคบริโภคนิยมกับชีวิตที่เร่งรีบและวุ่นวายนั้นเป็นสิ่งคู่กันก็ว่าได้ เราถูกกระตุ้นให้อยากไม่รู้จบ ดังนั้นจึงต้องเร่งรีบแสวงหาสิ่งต่างๆ เพื่อสนองความอยาก ยิ่งเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี จนความเร็วกลายเป็น พระเจ้าในทุกเรื่อง ไม่ว่าการศึกษา การทำงาน การเดินทาง การบริโภค ความบันเทิง และความสัมพันธ์กับผู้คน

เพราะยุคนี้ไม่ใช่ยุคของปลาใหญ่กินปลาเล็กอีกแล้ว แต่เป็นยุคปลาเร็วกินปลาช้า ไม่มีใครอยากจะช้าเพราะกลัวจะเสียเปรียบ เราควรหยุดคิดก่อนที่
จะปล่อยชีวิตให้พลัดหลงไปในกระแสแห่งความเร่งรีบอย่างไร้สติ พึงตระหนักว่าเราสามารถกำหนดจังหวะชีวิตของเราเองได้ แม้รอบตัวจะเต็มไปด้วยความโกลาหลวุ่นวายก็ตาม แต่จะทำเช่นนั้นได้ดีเราจำต้องร่วมมือกันเป็นเครือข่าย และใช้ชีวิตให้เรียบง่าย เมื่อมีความต้องการน้อยลง ชีวิตก็จะช้าลงไปเอง

พระไพศาล วิสาโล

ที่มา จิตใส ใจสุข
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 [2] 3  ทั้งหมด
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: