Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 พฤศจิกายน, 2560, 18:56:36

   

ผู้เขียน หัวข้อ: วาระสุดท้ายหลวงพ่อเดิม  (อ่าน 219 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
ยามเฝ้าบอร์ด
ผู้ดูแลบ้าน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,569
สมาชิกลำดับที่ 1
มือปราบเกรียน



| |

« เมื่อ: 05 มีนาคม, 2559, 12:40:49 »

วาระสุดท้ายหลวงพ่อเดิม

ในวันสุดท้ายนั้น หลวงพ่อมีอาการทรุดหนัก แต่สติของหลวงพ่อยังดีอยู่ ท่านยังคงหลับตานอนอยู่กับที่พร้อมกับเจริญภาวนาเป็นลำดับ สลับกับการลืมตาถามเวลาว่าเวลาเท่าใดเป็นระยะๆ  จนถึงเวลาประมาณ 17.00 น. หลวงพ่อก็ได้ลืมตาขึ้นอีกแล้วถามเวลาอีก

ซึ่งการลืมตาในคราวนี้ หลวงพ่อไม่ได้ถามเฉพาะเวลาเฉยๆ แต่ยังถามเพิ่มอีกว่าน้ำในสระที่หลวงพ่อสร้างไว้มีระดับน้ำเป็นอย่างไร พอกินกันไหม ผู้ดูแลท่านจึงได้ตอบว่าแห้งขอดลงไปแล้วเพราะฝนไม่ตกมาเป็นระยะนานแล้งมาก ถ้าฝนไม่ตกลงมาในวันสองวันนี้น่ากลัวจะอดน้ำกันแน่นอน เมื่อหลวงพ่อได้ยินดังนั้นก็ไม่กล่าวว่าอะไร สองมือของท่านประคองขึ้นไว้บนหน้าอกของท่าน นัยน์ตาของท่านหลับสนิทมองเห็นทรวงอกของท่านสะท้อนขึ้นลงแผ่วๆ ในลักษณะการเข้าสมาธิเป็นลำดับ ทันใดนั้นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น

กล่าวคือ ฟ้าที่สว่างไม่มีเค้าของเมฆฝนเลยแม้แต่น้อย กลับมืดครึ้มลงเป็นลำดับด้วยเมฆฝนที่ตั้งเค้า พร้อมกับสายลมกระโชกแรงขึ้น และฝนก็พร่างพรมลงมา แถมยังตกหนักแบบไม่ลืมหูลืมตา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งก็ไม่มีใครคิดเหนือความคาดหมายว่าฟ้าที่สว่างๆ ไม่มีวี่แววฝนอยู่นั้นจะมีเมฆฝนและฝนตกลงมาก่อนเลย ฝนตกลงมาจนกระทั่งน้ำไหลลงไปในสระได้ครึ่งสระทั้งสองลูก เป็นระยะเวลาประมาณ 30 นาที ฝนจึงเริ่มขาดเม็ดลง พร้อมกันนั้นลมหายใจของหลวงพ่อก็ขาดหายไป พร้อมกับสายฝนเป็นที่อัศจรรย์

เมื่อผู้ใกล้ชิดจับชีพจรดูจนแน่ใจว่าหลวงพ่อมรณภาพจึงแจ้งข่าว กับผู้อยู่ข้างนอกและต่อกันออกไปจนถึงในหมู่บ้าน วงปี่พาทย์ประจำวัดก็ประโคมขึ้นพร้อมกัน กลองเภรีประจำวัดลั่นตูมขึ้นรัวกระหน่ำ ช้างของหลวงพ่อได้ยินเสียง ก็กรีดร้องกันลั่น ต่างก็พากันเดินมุ่งหน้าไปที่กุฏิของหลวงพ่อ แล้วแสดงอาการโดยการ เอางวงรัดร้อยดึงกุฎิหน้าต่างหลวงพ่อไว้พร้อมทั้งน้ำตา

ขณะนั้นชาวบ้านกำลังง่วงอยู่กับงานในหมู่บ้าน  ก็ได้ยินเสียงกลองเภรีดังรัวขึ้น และมีเสียงบอกกันต่อๆไปว่า หลวงพ่อมรณภาพไปแล้ว เท่านั้นเองทุกคนทิ้งงานทุกอย่างเหมือนนัดกันไว้ พากันรีบมาที่วัดหนองโพ เพื่อแสดงความไว้อาลัยในการมรณภาพของหลวงพ่อ ที่เป็นหญิงก็ร้องไห้โฮอย่างไม่อายใคร ที่เป็นชายใจแข็งก็ได้แต่ตาแดงๆ ทางคณะกรรมการได้จัดศพหลวงพ่อไว้ในกุฏิเพื่อจะจัดพิธีอาบน้ำศพขึ้นในวันรุ่นขึ้น ชาวบ้านก็ได้แต่เข้าไปกราบศพของหลวงพ่อ

ต่อมาทางคณะกรรมการก็ได้เข้าจัดกุฏิของหลวงพ่อให้เข้ารูป พร้อมทั้งค้นดูของหลวงพ่อมีอะไรเป็นของมีค่า ที่จะเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของวัดต่อไป
จากการค้นตรวจสอบทั่วทุกตารางนิ้ว ไม่ปรากฏว่าพบของมีค่าหรือเงินทองอยู่แม้แต่สลึงเดียว ในย่ามของหลวงพ่อก็ไม่มี มีอยู่สิ่งเดียวที่นายธนิต อยู่โพธิ์ กล่าวว่ามีค่าที่สุดของหลวงพ่อก็คือคัมภีร์ใบลานเก่าๆ เล่มเล็กๆ ที่หลวงพ่อใช้อ่านสอนตัวเองอยู่จนตลอดชีวิต
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: