Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
22 กรกฎาคม, 2561, 18:04:26

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ธรรมชาติดั้งเดิม  (อ่าน 290 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
ยามเฝ้าบอร์ด
ผู้ดูแลบ้าน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,644
สมาชิกลำดับที่ 1
มือปราบเกรียน



| |

« เมื่อ: 04 มีนาคม, 2559, 15:53:43 »

๏ ธรรมชาติดั้งเดิม

...ข้อแตกต่างเดียวระหว่างพระพุทธเจ้าทั้งหลายและตัวพวกเราทั้งหลายก็คือ พระพุทธเจ้าทั้งหลายคือผู้ที่ตื่นรู้ในธรรมชาติดั้งเดิมของท่าน ในขณะที่พวกเรายังไม่ลุถึงการตระหนักรู้นี้ ในส่วนนี้มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับดรุกปา คุนเล โยคีบ้า...ว่าครั้งหนึ่ง ท่านได้เดินทางไปยังวัดที่เมืองลาซา วัดซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปอันลือชื่อ พระพุทธรูปองค์นี้กล่าวกันว่าได้รับการประสาทพรศักดิ์สิทธิ์จากองค์พระศากยมุนีพุทธเจ้าเอง...ชาวทิเบตทั้งหลายพยามเดินทางไปที่นี่เพื่อแสวงบุญอย่างน้อยที่สุดสักครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อผู้คนไปถึงหน้าพระพุทธรูปองค์นี้ พวกเขาจะถวายกำยาน ถวายเครื่องบูชาต่างๆ และก้มกราบจำนวนหลายๆครั้ง

เมื่อดรุกปา คุนเล ไปถึงวัดแห่งนี้ ท่านไม่ได้ก้มกราบ ทว่าเพียงแต่ยืนมองดูพระพุทธรูปนั้น พระผู้ทำหน้าที่ดูแลแท่นบูชารู้สึกขบขันเล็กน้อย เพราะดรุกปา คุนเล ไม่ได้แสดงความเคารพอย่างถูกต้อง ครู่หนึ่งนั้นเอง ดรุกปา คุนเล ได้ประพันธ์โศลกขึ้นว่า

"ณ จุดเริ่มต้นแห่งกาล ท่านและข้านั้นเท่าเทียม
ไม่มีข้อแตกต่างใดๆเลยระหว่างเราทั้งคู่
ท่านได้กระทำกิจเพื่อตระหนักรู้ธรรมชาติของท่านและพลันได้ตรัสรู้
ส่วนข้าไม่ได้ตระหนักในธรรมชาติของข้าและหลับไหลอยู่เพียงเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ ข้าจะน้อมกราบนมัสการ
ไม่ใช่ต่อท่าน แต่สำหรับความเพียรอันวิเศษยิ่งของท่าน"

จากนั้น ดรุกปา คุนเล ก็ก้มกราบ

พระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่ได้สูงส่งกว่าพวกเรา และพวกเราก็ไม่ได้ต้อยต่ำกว่าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เราล้วนเท่าเทียมกัน ข้อแตกต่างเดียวก็คือ ธรรมชาติแห่งพุทธะนั้นได้ถูกตระหนักรู้หรือไม่ เราจำต้องกระทำกิจเพื่อประสบกับการตระหนักรู้นี้ หากเพียงครั้งหนึ่งที่เราตระหนักรู้มัน เราก็จะเป็นเฉกเช่นเดียวกับพระพุทธเจ้าทั้งหลาย มันไม่มีข้อแตกต่างใดๆเลยในพื้นฐานแห่งธรรมชาติมูลฐานของเรา

/เรียบเรียงจากคำสอนของ พระอาจารย์เขนเฉน ปาลเดน เซรับ รินโปเช และ พระอาจารย์เขนโป เซวัง ดนจาล รินโปเช แห่งพุทธศาสนานิกายวัชรยานในทิเบต

*ภาพ พระพุทธรูป "โจโว ศากยมุนี" ที่วัดโจขัง เมืองลาซา ถือกันว่าเป็นพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ของพระศากยมุนีพุทธเจ้าในพระชนมายุ ๑๒ พระชันษา เพราะได้รับการประสาทพรโดยพระพุทธองค์เอง ตำนานกล่าวว่า สร้างขึ้นด้วยฝีมือของพระวิศวกรรม แต่เดิมเป็นของกษัตริยแห่งกรุงมคธ ต่อมาได้ทรงมอบให้แก่กษัตริย์จีน และเจ้าหญิงเหวินเฉิงแห่งราชวงศ์ถังได้นำมายังทิเบต เมื่อครั้งที่พระนางได้มาสมรสกับพระเจ้าซรองซันกัมโป (ราว พ.ศ.๑๑๕๒-๑๒๔๑ หรือ ๑๑๖๐-๑๑๙๓) แห่งทิเบต

*หมายเหตุ - ขอท่านผู้อ่านโปรดอย่าได้เข้าใจไปว่า คำสอนฝ่านทิเบตนั้น โดยแก่นแท้แล้วไม่จำต้องเคารพพระพุทธเจ้า หากแต่ตรงกันข้าม เพราะศาสนิกฝ่ายวัชรยานนั้นได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่แสดงความเคารพต่อพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ด้วยศรัทธาอันเปี่ยมล้น เช่น การหมอบกราบ หรือสวดพระนามพระพุทธเจ้านับแสนครั้ง หากแต่เป้าหมายของธรรมเทศนานี้ ต้องการชี้ให้เห็นถึง "ธรรมชาติเดิม" ที่ทั้งสรรพสัตว์และพระพุทธเจ้าต่างมีเหมือนกัน เพื่อที่จะปลุกให้สรรพสัตว์นั้นเห็นศักยภาพและความสามารถที่ตนมี ว่าไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าพระพุทธเจ้า และจำต้องเพียรปฏิบัติอย่างยิ่งยวดเพื่อให้ตนนั้นกลายเป็นพระพุทธเจ้าเองด้วย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: