Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
23 กันยายน, 2560, 21:37:29

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ภาวนาสู้เสือ  (อ่าน 248 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 25 มกราคม, 2559, 10:23:56 »

ภาวนาสู้เสือ

สมัยหนึ่ง (ปี ๒๔๙๖) ได้เร่ร่อนสัญจรไปวิเวกยัง ดงผาลาด บ้านหนองแปน อ.วานรนิวาส (ปัจจุบันเป็น อ.เจริญศิลป์) จ.สกลนคร มีพระ ๒ กับ เณร ๑ ไปอยู่ด้วยกัน ห่างจากหมู่บ้านราว ๒ - ๓ กิโลเมตร

โยมเขาก็มาทำที่พักให้ เป็นที่เตียน ๆ แจ้ง ๆ ข้างหนึ่งก่ายกับพลาญหิน อีกข้างหนึ่งก่ายกับต้นสะแบง สูงเพียงเอวเท่านั้นแหละ พระอีกองค์หนึ่งก็เข้าไปอยู่ใต้ร่มเม็ก ต้นเม็กมันมีใบหนาแน่นคลุมดี เสือมองไม่เห็นนะ ส่วนเณรก็เข้าไปทำที่พักอยู่ในป่ารก

คืนแรก พอค่ำมาก็ลงเดินจงกรมจนถึง ๒ ทุ่ม จากนั้นก็ไหว้พระสวดมนต์ เสร็จแล้วก็นั่งสมาธิภาวนาต่อไป พอถึง ๓ - ๔ ทุ่ม เสือโคร่งใหญ่ลงไปกินน้ำในห้วยแล้วกลับขึ้นมา หายใจดัง ฮื่อฮ่า... ๆ... ๆ เสียงมันดัง เพราะคอมันใหญ่ เดินปัดหางดัง ก๊วก... ๆ... ๆ ใกล้เข้ามา ก็นึกในใจว่า...

..มันจะทำอย่างไรก็แล้วแต่บุญ แล้วแต่กรรมเถิด ถ้าได้ทำกรรมไว้ ก็มอบร่างกายนี้ให้เป็นภักษาหารของเสือใหญ่ไปเลย ไม่อาลัยเสียดายทั้งนั้น เราเป็นคนตายแล้ว วันนี้ ข้าพเจ้าบวชมาเป็นทาสพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์แล้ว ก็แล้วแต่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จะพึงปกปักรักษา...

เมื่อเสือใหญ่เข้ามาใกล้ที่พัก มันก็เดินเลี่ยงไปทางพลาญหิน แล้วก็วกกลับมานั่งดู ยืนดู อยู่อย่างนั้น บางตัวก็คุ้ยเขี่ยดินดังกร๊าก... ๆ ...ๆ บางตัวก็ร้องคำราม มาว...ว่า มาว...ว่า บางทีก็ร้องเสียง แก๊ก ก๊า... ๆ ...ๆ อย่างนี้ก็มี มีหลายอย่างนะ เสียงเสือใหญ่มันร้อง บางทีมันเป่าเล็บตีนดัง ฟ้าบ... ๆ ...ๆ บางทีมันร้องเหมือนไก่ขัน แก๊กกะแก๊ก... ๆ ...ๆ นายพรานเขาว่า ที่เสียงดัง ฟ้าบ ๆ ๆ นั้น เสือโคร่งใหญ่มันเป่าเล็บตีน ล่อกินกวาง เสียงไก่ขัน ก็ล่อกินไก่

นั่นแหละ เสือก็เฝ้าอยู่อย่างนั้น จนล่วงไปถึง ๖ ทุ่ม มีเทพบุตรตนหนึ่ง ซึ่งเป็นรุกขเทวดามาพูดว่า...

“หลวงพ่อ ๆ อย่ากลัวนะ แมวใหญ่ (เสือโคร่ง) นั้น ข้าพเจ้าบอกให้เขามาเฝ้ารักษาหลวงพ่อไว้ ตัวที่อยู่ใกล้ เฝ้าดูแลรักษา ส่วนตัวที่อยู่ไกลก็ร้องส่งสัญญาณ ขู่ไม่ให้สัตว์อื่นเข้ามารบกวนในบริเวณนี้ เพราะข้าพเจ้ากับท่าน และเสือใหญ่นั้น เป็นญาติกันมาหลายภพหลายชาติแล้ว มาชาตินี้เห็นท่านมาเจริญสมณธรรม เกรงว่าจะเป็นอันตราย จึงให้เขามารักษาญาติพี่น้องของเราไว้ อย่าได้เป็นอันตราย จะออกไปขี่หลังมันก็ได้ ไม่ต้องกลัว”

นั่นแหละ คืนนั้นก็ไม่ได้นอน นั่งภาวนาอยู่จนสว่างแจ้ง เป็นวันใหม่ เสือมันก็เข้าดงไป นั่นแหละ ไปวิเวกตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นอย่างนั้น เมื่อก่อนนี้ในภาคอีสาน ยังมีคนน้อย มีแต่ป่าดงทึบ สัตว์ร้ายเสือช้างอะไรมันก็มาก ผีก็เยอะ ผีกองกอย สะมอยดง ผีโป่ง ผีป่ามากมาย ถึงแม้จะมีสัตว์ร้ายมากขนาดไหน ก็ไม่หวั่นไหวนะ ภาวนาอยู่ที่นั่นนาน ก็ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

..ธรรมพเนจร..

อัตโนประวัติของ “หลวงปู่จันทา ถาวโร”
วัดป่าเขาน้อย ต.วังทรายพูน อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: