Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
22 กรกฎาคม, 2561, 18:03:42

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ความงามของการเปลี่ยนแปลง  (อ่าน 254 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 21 ธันวาคม, 2558, 08:24:59 »

ความงามของการเปลี่ยนแปลง

อนิจจัง ความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่เที่ยงแท้แน่นอน การพิจารณาความเป็นอนิจจังจะช่วยทำให้เราหลุดพ้นออกมาจากกิเลสทั้งหลาย

สรรพสิ่งล้วนเป็นอนิจจังแต่เรามักจะเห็นสรรพสิ่งทั้งหลายเป็นสิ่งที่ยืนยงคงกระพัน และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เราเป็นทุกข์ ความเห็นที่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะคงอยู่และไม่เปลี่ยนแปลงคือความเห็นผิด ไม่มีอะไรคงกระพันและไม่เปลี่ยนแปลง

ถ้าหากเมล็ดข้าวโพดไม่เปลี่ยนแปลง เมล็ดนั้นก็คงไม่งอก และโตขึ้นมาเป็นต้นข้าวโพด ถ้าหากลูกชายเล็กๆของเธอมีแต่ความยืนยงคงกระพัน ไม่เปลี่ยนแปลง เขาก็จะเป็นเด็กชายเล็กๆ ของเธอตลอดไป ไม่อาจที่จะเติบโตกลายเป็นสุภาพบุรุษ ถ้าหากความเจ็บป่วยของเธอไม่เปลี่ยนแปลง เธอคงไม่อาจได้รับการเยียวยารักษา เพราะฉะนั้นเราไม่ควรจะคิดถึงเรื่องความเป็นอนิจจังเป็นเรื่องในแง่ลบ เพราะว่ามันเป็นอนิจจัง มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ชีวิตจึงเป็นไปได้ (Life is possible) ชีวิตจึงดำเนินไป และด้วยความเป็นอนิจจังการแปรเปลี่ยนและเยียวยาจึงเป็นไปได้จริง

เธอคิดเรื่องอนิจจังได้ รู้ได้ในทางสมอง แต่สิ่งสำคัญคือเธอต้องตระหนักรู้ด้วยปัญญาว่าตัวเธอเองนั้นเป็นอนิจจังและคนที่เธอรักก็เป็นอนิจจัง เธออาจจะสอนและพูดเกี่ยวกับพระสูตรเรื่องของความเป็นอนิจจังได้อย่างดีเลิศ แต่เวลาที่เธอประพฤติ ปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เธอกลับประพฤติปฏิบัติราวกับว่าตัวเธอยังอยู่ยงคงกระพัน

สมมติว่าเธอกำลังขัดแย้งกับคนที่เธอรัก คนที่เธอรักเพิ่งจะพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอโกรธอย่างแรง เธอเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เธออยากจะตอบโต้กลับไปให้แรงพอที่จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นทุกข์ เธอหวังว่าการกระทำนั้นจะช่วยให้เธอจะทุกข์น้อยลง แต่นั่นไม่ใช่วิธีที่นักปฏิบัติที่ดีควรจะประพฤติ

นักปฏิบัติที่ดีจะหลับตาแล้วกลับมาอยู่กับลมหายใจเข้า เริ่มฝึกปฏิบัติกำหนดรู้ในความเป็นอนิจจัง ตัวเธอเองอีก ๓๐๐ปีจากนี้จะเป็นอย่างไร เธอจินตนาการถึงคนที่เธอรักอีก ๓๐๐ ปีต่อจากนี้เขาจะเป็นอย่างไร และเธอก็จะสัมผัสความเป็นจริงแห่งอนิจจัง เธอจะเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่โง่เขลามากที่จะทำอะไรบางอย่างให้เราเป็นทุกข์ต่อกัน อีก ๓๐๐ ปีข้างหน้าเธอก็จะกลายเป็นผงถ่าน คนที่เธอรักก็จะกลายเป็นผงฝุ่น เมื่อเธอสัมผัสกับความเป็นอนิจจังเช่นนี้ เธอก็จะเกิดปัญญาและรู้ว่านี่เป็นสิ่งที่โง่เขลามากที่เราทำตัวเราเองให้เป็นทุกข์ต่อกัน

เธออาจจะต้องการเวลาเพียงแค่สี่วินาทีเพื่อที่จะหายใจออก เพื่อที่จะสัมผัสกับความเป็นจริงแห่งอนิจจัง และสิ่งเดียวที่เธอควรจะทำในขณะนั้นก็คือ หายใจเข้า อ้าแขนของเธอโอบกอดคนที่เธอรักและกล่าวว่า “ฉันมีความสุขมากที่เธอยังมีชีวิตอยู่ในขณะนี้”

เพราะฉะนั้นการฝึกพิจารณาความเป็นอนิจจังไม่ใช่เป็นเรื่องของนักบวชเท่านั้น แต่เป็นการปฏิบัติสำหรับทุกคน ให้เราหลุดพ้นออกจากความโกรธ ความเกลียด ความสิ้นหวัง การฝึกปฏิบัตินี้ เพื่อให้เป็นปัญญารู้แจ้ง ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของการคิด ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของความเห็น

________________________
พระอาจารย์ติช นัท ฮันท์ มหาเถระนิกายเซ็นชาวเวียดนาม
ธรรมบรรยายงานภาวนาครอบครัว
๑๗ เม.ย. ๒๕๕๖
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: