Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
20 กันยายน, 2561, 19:31:52

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ไม่มีโคลนตม ไม่มีดอกบัว  (อ่าน 253 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,907
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 21 ธันวาคม, 2558, 08:16:51 »

ไม่มีโคลนตม ไม่มีดอกบัว

การปฏิบัติในทางพุทธศาสนามองได้ 2 แง่มุม

ประการแรก เราเรียนรู้เพื่อทำความรู้จักความทุกข์ของเรา พวกเรามีความทุกข์ในชีวิต หากเธอรู้วิธีที่จะอยู่กับความทุกข์ เธอจะทุกข์น้อยลงอย่างมาก เธอจะใช้ความทุกข์นั้นให้เป็นประโยชน์ ใช้ความทุกข์นั้นสร้างความสุขขึ้นมา ความทุกข์และความสุขนั้นเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งมาก

ในพุทธศาสนาเราเรียนรู้ว่าความสุขนั้นสร้างขึ้นด้วยองค์ประกอบที่ไม่ใช่ความสุข เหมือนกับดอกไม้นี้ เมื่อเรามองไปยังดอกไม้เราจะพบว่าดอกไม้ประกอบด้วยองค์ประกอบที่ไม่ใช่ดอกไม้ เมื่อมองดูดอกไม้เธอจะเห็นก้อนเมฆ เธอไม่ต้องเป็นกวีก็มองเห็นก้อนเมฆในดอกไม้ได้ พวกเรารู้ดีว่าถ้าไม่มีก้อนเมฆก็ไม่มีสายฝน เมื่อไม่มีสายฝนดอกไม้ก็ไม่อาจเติบโต ก้อนเมฆเป็นองค์ประกอบที่ไม่ใช่ดอกไม้ ถ้าเราแยกก้อนเมฆออกจากดอกไม้ ดอกไม้ก็ไม่อาจจะอยู่ตรงนั้น นอกจากนี้เธอยังเห็นแสงตะวันในดอกไม้ ถ้าไม่มีแสงตะวันก็ไม่มีดอกไม้ แสงตะวันก็เป็นองค์ประกอบที่ไม่ใช่ดอกไม้ แต่ช่วยให้เกิดดอกไม้ เมื่อเราสืบเนื่องการมองเช่นนี้ เราจะเห็นองค์ประกอบมากมายที่ไม่ใช่ดอกไม้

หากเรามองดอกบัว เราจะเห็นโคลนตมในดอกบัว เธอไม่อาจปลูกดอกบัวลงบนหินอ่อน เธอต้องปลูกดอกบัวในโคลนตม เมื่อมองดอกบัวเราเห็นโคลนตม โคลนตมคือองค์ประกอบที่ไม่ใช่ดอกบัว แต่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งที่จะสร้างดอกบัวขึ้นมา ความสุขก็เหมือนดอกบัว หากไม่มีองค์ประกอบที่เป็นความทุกข์ เธอก็ไม่อาจสร้างความสุขขึ้นมา ความทุกข์เป็นองค์ประกอบของความสุข เหมือนกับโคลนตมที่ช่วยให้ดอกบัวได้เบ่งบานขึ้น นี่คือเหตุผลว่า เมื่อเราเรียนรู้ความทุกข์อย่างดีพอ เธอจะสามารถสร้างความสุขขึ้นมา ใช้โคลนตมนั้นปลูกดอกบัวขึ้นมา

นี่คือคำสอนที่ลึกซึ้งมากที่สุดของพระพุทธองค์ เพราะมีสิ่งนี้จึงมีสิ่งนั้น เพราะมีโคลนตมเช่นนั้น ดอกบัวจึงสามารถเบ่งบานได้เช่นนี้

แง่มุมประการที่สองคือเรียนรู้ที่จะสร้างความสุขขึ้นมาความสุขอันยิ่งใหญ่กำเนิดขึ้นมาจากความสุขโมเลกุลเล็กๆ นักปฏิบัติที่ดีจะสามารถสร้างความสุขขึ้นมาได้เสมอ ทุกเวลา ทุกสถานที่ ทุกครั้งที่เขาต้องการ

ความจริงก็คือว่าถ้าเราเรียนรู้การฝึกสติเราจะสามารถสร้างชั่วขณะแห่งความสุขขึ้นมาเมื่อไรก็ได้ ทุกครั้งที่เราต้องการ การสร้างความรู้สึกน่ายินดีเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ความเบิกบาน ความสุข เป็นไปได้อยู่เสมอด้วยการฝึกสติ

เราเรียนรู้ที่จะกลับมาดูแลร่างกายของเรา กลับมาดูแลความรู้สึกของเรา ดูแลอารมณ์ ดูแลความคิดเห็นของเรา การรับรู้ผิด(wrong perception) จะทำให้เราโกรธ กลัว สิ้นหวัง หากเราสามารถตระหนักรู้ในการรับรู้ผิดที่มีอยู่ในตัวเรา เราจะแปรเปลี่ยนความโกรธ ความกลัว ความสิ้นหวังในตัวของเราได้
__________________________
พระอาจารย์ติช นัท ฮันท์ มหาเถระนิกายเซ็นชาวเวียดนาม
ธรรมบรรยายในงานภาวนาครูผู้เป็นสุขจะเปลี่ยนแปลงโลก
(Happy Teacher will Change the World)
๕ เมษายน ๒๕๕๖ ; มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: