Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
16 กรกฎาคม, 2561, 03:49:52

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกผักเหลียงในสวนยางพารา  (อ่าน 355 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 17 ธันวาคม, 2558, 10:44:08 »

ปลูกผักเหลียงในสวนยางพารา


ปลูกผักเหลียงในสวนยางพารา ผักเหลียงเป็นพืชที่ชอบขึ้นอยู่ในที่ร่ม ดินร่วนซุย มีความอุดมสมบูรณ์สูงและต้องเป็นพื้นที่ที่มีฝนตกชุกต่อเนื่อง จึงเหมาะสำหรับพื้นที่ภาคใต้ด้วยมีฝนตกชุกตลอดทั้งปี

วันพฤหัสที่ 17 ธันวาคม 2558 เวลา 3:16 น. อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/agriculture/367387

เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา พร้อมคณะ ออกพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกร ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศูนย์ขยาย) ของนายประวิทย์ อนุชาญ ต.โคกม่วง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา เมื่อวันก่อน โดยมีผู้บริหารของอำเภอคลองหอยโข่งให้การต้อนรับและนำชมกิจการของเกษตรกรรายนี้ ที่มีการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติใช้ในการทำการเกษตร โดยการปลูกยางพาราและปลูกพืชแซมภายในสวนยางพารา มีการเลี้ยงสัตว์ จัดสถานที่สำหรับแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูก

ด้วยแนวทางที่ไม่ลงทุนเกินความสามารถของตนเอง โดยเฉพาะในสวนยางพารานั้นได้มีการนำผักเหลียงมาปลูก ซึ่งเป็นผักพื้นบ้านที่ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้นิยมบริโภค จึงทำให้มีราคาสูง และมีตลาดรองรับตลอดทั้งปี ผักเหลียงเป็นพืชที่ชอบขึ้นอยู่ในที่ร่ม ดินร่วนซุย มีความอุดมสมบูรณ์สูงและต้องเป็นพื้นที่ที่มีฝนตกชุกต่อเนื่อง จึงเหมาะสำหรับพื้นที่ภาคใต้ด้วยมีฝนตกชุกตลอดทั้งปี เป็นผักที่คนภาคใต้นิยมปลูกแซมสวนไม้ผล ยางพารา และ ปาล์มน้ำมัน ขยายพันธุ์ได้โดยการตอนกิ่งจากต้นหรือกิ่งกระโดงที่ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไปโดยสังเกตเปลือกของกิ่งที่มีสีน้ำตาลอมเขียวเล็กน้อย ควั่นกิ่งตอนให้ชิดกับข้อรอยควั่นมีระยะห่างกันเท่ากับเส้นรอบวงของต้นหรือกิ่งที่จะตอน เมื่อควั่นเสร็จแกะเปลือกขูดเนื้อเยื่อเจริญออกให้หมด ใช้ขุยมะพร้าวแช่น้ำจนอิ่มใส่ถุงพลาสติกผูกปากถุง กรีดถุงจากก้นถึงปากถุงนำมาหุ้มที่รอยควั่นผูกเชือกหัวท้ายให้แน่น เกษตรกรรายนี้ได้ดูแลผักเหลียงที่ปลูกแบบหมั่นตรวจดูความชื้นของกิ่งชำอย่างต่อเนื่องไม่ปล่อยให้แห้ง ซึ่งรากจะงอกภายในเวลาประมาณ 2-3 เดือน เมื่อรากทำงานดีแล้วตัดเอาลงถุงปลูกในถุงดำ

เมื่อต้นแข็งแรงดีจึงนำลงหลุมปลูกในหลุมตรงพื้นที่ภายในสวนยางพาราที่เตรียมไว้ ข้อดีของการปลูกจากกิ่งตอนคือการได้ทรงพุ่มที่ดี ให้ผลผลิตมากและรวดเร็ว ระยะในการปลูกคือระหว่างแถวของยางพารา โดยมีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 1 เมตร ขุดหลุมปลูกลึกประมาณ 30 ซม. รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก วางต้นพันธุ์ในหลุมที่ขุดแล้วกลบดินแต่พอแน่น รดน้ำให้ชุ่ม ใช้ไม้หลักปักผูกเชือกให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันลม สำหรับเกษตรกรรายใหม่ที่สนใจควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝนหรือช่วงฝนตกจะช่วยให้ไม่เสียเวลาและแรงงานในการรดน้ำ จากนั้นให้ปุ๋ย 2 ครั้ง คือในช่วงต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝนโดยใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเป็นหลัก ด้วยการโรยให้รอบโคนต้น เกษตรกรรายนี้ยังมีความสามารถในการบังคับเพื่อให้ผักเหลียงแตกยอดอ่อนเร็ว ๆ โดยการตัดแต่งกิ่งอยู่เป็นประจำ พร้อมทั้งตัดต้นไม่ให้สูงเกินมือเอื้อม เพื่อสะดวกต่อการเก็บยอดผักเหลียง

หากมีฝนทิ้งช่วงเกิน 3 วันก็จะนำน้ำไปรดเพื่อให้ต้นเหลียงมีน้ำเพียงพอ สำหรับต้นปลูกใหม่หลังปลูกประมาณ 2 ปี ก็จะสามารถเก็บยอดมาบริโภคและจำหน่ายได้ โดยเก็บ 7 วันต่อ 1 ครั้ง ฉะนั้นจะต้องปลูกในปริมาณที่มากนิดหนึ่งแล้วเก็บแบบสลับต้น เพื่อให้สามารถเก็บยอดได้ทุกวัน การเก็บ ควรเด็ดให้ชิดข้อ ไม่เด็ดกลางข้อหรือตัด เพราะจะทำให้การแตกยอดอ่อนในครั้งต่อไปช้าลง หลังเก็บแล้วอย่าให้ใบหรือยอดอ่อนที่เก็บมาถูกแสงแดดและลม ควรพรมน้ำแต่พอชุ่ม ซึ่งจะสามารถเก็บได้นานประมาณ 5-6 วัน การใช้พื้นที่สวนยางพารามาปลูกผักเหลียงเสริมของเกษตรกรรายนี้ นับว่าเป็นการใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มประโยชน์ สามารถสร้างรายได้เสริมที่ในบางช่วงเวลาก็กลายมาเป็นรายได้หลักของครอบครัว เช่นในช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำในขณะนี้เป็นต้น.“

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: