Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
17 กรกฎาคม, 2561, 14:44:28

   

ผู้เขียน หัวข้อ: นางออง ซาน ซู จี ยังมีสิทธิ์นั่งเก้าอี้ ปธน.เมียนมาร์  (อ่าน 680 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 11 กรกฎาคม, 2558, 21:35:57 »

นางออง ซาน ซู จี ยังมีสิทธิ์นั่งเก้าอี้ ปธน.เมียนมาร์

ที่มา บีบีซีไทย - BBC Thai

นายแอนดรูว์ แมคคลาวด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเมียนมาร์บอกว่าแม้การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลเมียนมาร์ที่ยังตัดสิทธิ์นางออง ซาน ซู จี ไม่ให้สามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมาร์ หากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางชนะการเลือกตั้งทั่วไปในเดือน พ.ย.นี้ อย่างไรก็ดียังคงมีทางออกอื่นที่จะทำให้นางก้าวขึ้นเป็นผู้นำของเมียนมาร์ได้ในที่สุด

ปัจจุบันรัฐธรรมนูญเมียนมาร์ให้สิทธิ์ทหารได้ที่นั่งในรัฐสภาโดยอัตโนมัติอย่างน้อย 25% และให้อำนาจยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตลอดจนให้ผู้บัญชาการทหารมีอำนาจควบคุมการแต่งตั้งรัฐมนตรีตำแหน่งสำคัญ ๆ และยังห้ามมิให้ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นชาวต่างชาติ เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการตัดสิทธิ์นางซู จี เนื่องจากบุตรชายทั้ง 2 คนของนางมีสัญชาติอังกฤษ

นายแมคคลาวด์ ระบุว่าแม้หลายคนจะมองว่าการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญของเมียนมาร์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้ามากนัก เพราะมีเพียงการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำในบทบัญญัติที่ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี รวมทั้งการให้อำนาจฝ่ายบริหารท้องถิ่นเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่สำหรับเขากลับคิดว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในประเด็นการอภิปรายในเวทีสาธารณะ ซึ่งก่อนปี 2556 นั้น การวิจารณ์รัฐธรรมนูญถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเกี่ยวกับการปกครองในแบบสมาพันธรัฐถือเป็นกบฏ

นายแมคคลาวด์ เชื่อว่าหากพรรคเอ็นแอลดีของนางซู จี ชนะการเลือกตั้งในเดือนพ.ย.นี้ ก็มีแนวโน้มสูงว่าจะเกิดแรงกดดันให้กองทัพแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้นางได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำเมียนมาร์ เนื่องจากมีกลไลหลายอย่างที่สามารถทำให้เกิดเรื่องดังกล่าวได้ ก่อนถึงการเปิดประชุมรัฐสภาช่วงปลายเดือน ม.ค.ปีหน้า โดยการแก้ไขคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีนั้นมี 2 ขั้นตอนคือ จะต้องผ่านการรับรองของรัฐสภา จากนั้นจะต้องผ่านความเห็นชอบของประชาชนผ่านการลงประชามติ

ดังนั้นหากพรรคเอ็นแอลดีชนะการเลือกตั้งก็อาจเริ่มกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ทันทีและขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดการลงประชามติ ก่อนที่รัฐสภาชุดใหม่จะสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งในกระบวนการนี้นางซู จีจะกดดันให้กองทัพเปลี่ยนแปลงท่าทีเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในประเทศ นอกจากนี้นางซู จียังมีช่องทางในการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการกับบรรดา ส.ส.และผู้นำกองทัพ เพื่อให้มีการแต่งตั้งประธานาธิบดีชั่วคราวในระหว่างที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเปิดทางให้นางขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

อย่างไรก็ดีนายแมคลาวด์เห็นว่ายังคงมีอุปสรรคอีกมากมายที่นางซู จี ต้องเผชิญในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการต่อต้านจากกลุ่มพระสงฆ์แนวคิดชาตินิยมที่พยายามทำลายฐานเสียงชาวพุทธของนางซู จี ซึ่งคิดเป็น 2 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ นอกจากนี้นางยังมีคู่แข่งจากพรรคการเมืองของชนกลุ่มน้อย อีกทั้งยังอาจต้องเผชิญปัญหาการข่มขู่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง การจัดการเลือกตั้งโดยมิชอบ และการโกงการเลือกตั้ง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: