Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
23 กันยายน, 2561, 10:08:25

   

ผู้เขียน หัวข้อ: รูปแบบและวิธีการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ของหนังตะลุง  (อ่าน 5243 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 13 มิถุนายน, 2558, 21:52:35 »

ชื่อวิทยานิพนธ์ :  การวิเคราะห์รูปแบบและวิธีการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ของหนังตะลุงคณะน้องแมน สำรวมศิลป์ จังหวัดชุมพร

ผู้วิจัย   :  พระจำรูญ  ญาณาภิรโต (ศิริสังข์)

บทคัดย่อ

วิทยานิพนธ์เรื่อง การวิเคราะห์รูปแบบและวิธีการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาของหนังคณะน้องแมน สำรวมศิลป์ จังหวัดชุมพร มีวัตถุประสงค์  ดังนี้ 

๑) เพื่อศึกษาประวัติพัฒนาการและบทบาทของหนังตะลุงในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
๒) ศึกษาประวัติ และบทบาทในการนำเสนอ ของหนังตะลุงคณะน้องแมน สำรวมศิลป์
๓) เพื่อศึกษาวิเคราะห์รูปแบบ และวิธีการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาของหนังตะลุงคณะน้องแมน สำรวมศิลป์ โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ         โดยการศึกษาข้อมูล  เอกสาร  ทางวิชาการ  และการสัมภาษณ์  เพื่อนำเนื้อหามาวิเคราะห์ตามขอบเขตของการวิจัยที่กำหนดไว้ 

ผลการวิจัยพบว่า

๑. หนังตะลุง  มีแบบแผนการแสดงมาจากอินเดีย  โดยเข้ามาประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗ ในยุคอาณาจักรศรีวิชัย

โดยทางตรง 

เข้ามาทางฝั่งทะเลตะวันตกแถบจังหวัดภูเก็ต  จังหวัดพังงาและจังหวัดกระบี่ 

ส่วนทางอ้อม

เข้ามาสู่ชวา  มลายู และฝั่งทะเลด้านตะวันออกของไทย เชื่อกันว่าหนังตะลุงเกิดขึ้นที่บ้านควนมะพร้าวจังหวัดพัทลุงเป็นครั้งแรก  หลังจากนั้นก็ได้แพร่ไปยังจังหวัดใกล้เคียง เช่น นครศรีธรรมราช  สงขลา  และตรัง  เป็นต้น  หนังตะลุงกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาคือ                       

การเผยแผ่ธรรมหนังตะลุงได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย จะใช้รูปฤาษีเป็นรูปครู ในการเผยแผ่ธรรมกับผู้ชม และใช้พระอิศวร ซึ่งเป็นความเชื่อของพราหมณ์ เป็นเทพแห่งการละครนำมาเชิดหลังจากเชิดฤาษีแล้ว รูปปรายหนาบท ใช้สำหรับออกมากราบไหว้บูชา ยกย่อง ผู้มีพระคุณต่างๆ รูปบอกเรื่องรูปเจ้าเมืองนางเมืองจะใช้สั่งสอนบุตร และจะใช้ตัวเอกเผยแผ่ธรรมกับ ตัวตลกทั้งหมด ตัวโกงเผยแผ่ผ่านยักษ์

๒. หนังตะลุงคณะน้องแมน สำรวมศิลป์ (นายศุรสิทธิ์ ศิริสังข์) อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เริ่มเล่นหนังตะลุงตั้งแต่อายุ ๑๔ ปี จนเป็นที่พึงพอใจของประชาชน และแสดงเรื่อยมาจนได้รับรางวัลแชมป์หนังตะลุงเยาวชนจังหวัดชุมพร และแชมป์หนังตะลุงเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ซึ่งมีจุดเด่นในการนำเสนอหลักธรรมเพื่อกล่อมเกลาเยาวชน โดยมีตัวหนังนายหนูนุ้ยเป็นเสมือนตัวแทนนายหนัง มักประกอบด้วย เจ้าเมืองหรือกษัตริย์  พระมเหสี พระราชโอรส  พระราชธิดา  ของแต่ละเมือง และสถานที่อื่นๆ ตลอดทั้งตัวแสดงอื่นๆ  มาประกอบด้วย  ลักษณะเด่นของหนังตะลุง คือ  มีตัวตลก  เช่น ไอ้เท่ง ไอ้หนูนุ้ย ไอ้ขวัญเมือง เป็นต้น จึงทำให้ผู้ชมติดตามการแสดงเนื้อเรื่องของหนังตะลุงโดยไม่รู้สึกเบื่อ

๓. วิธีการเผยแผ่หลักธรรม หนังตะลุงคณะน้องแมน สำรวมศิลป์ ได้ใช้หลักทางพระพุทธศาสนาใช้ในการเผยแผ่หลักธรรมจะมีคุณลักษณะ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการสอน ๔ รูปแบบ
   
๑) วิธีการเผยแผ่ในลักษณะสันทัสสนา ใช้วิธีการเผยแผ่หลักธรรมผ่านฤาษี ชี้แจงให้เห็นชัด สอนอะไรก็ชี้แจงจำแนกแยกแยะอธิบาย และแสดงเหตุผลได้ชัดเจน จนผู้ฟังเข้าใจแจ่มแจ้งในสิ่งที่สอน
   
๒) วิธีการเผยแผ่ในลักษณะสมาทปนา ใช้วิธีการเผยแผ่หลักธรรมผ่านตัวพระราชา ชวนให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ คือ สิ่งใดควรปฏิบัติหรือหัดทำก็แนะนำบรรยายให้ซาบซึ้งในคุณค่า มองเห็นความสำคัญที่จะต้องฝึกฝนบำเพ็ญ จนเกิดยอมรับ อยากลงมือทำหรือนำเอาไปปฏิบัติ
   
๓) วิธีการเผยแผ่ในลักษณะสมุตเตชนา ใช้วิธีการเผยแผ่หลักธรรมผ่านผ่านตัวเอก เร้าใจให้อาจหาญแก้ลวกล้า คือ ปลุกเร้าใจให้กระตือรือร้นเกิดความอุตสาหะ มีกำลังใจแข็งขันมั่นใจที่จะทำให้สำเร็จลงได้ สู้งานไม่หวั่น ไม่กลัวเหนื่อยยาก คำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น
   
๔) วิธีการเผยแผ่ในลักษณะสัมปหังสนา ใช้วิธีการเผยแผ่หลักธรรมผ่านตัวอื่นๆ กับผ่านทางบทกลอน ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริง คือ บำรุงจิตใจให้แช่มชื่นเบิกบาน โดยชี้ให้เห็นผลดีหรือประโยชน์ที่จะได้รับ และทางที่จะก้าวหน้าบรรลุผลสำเร็จยิ่งขึ้นไป ทำให้ผู้ฟังมีความหวังร่าเริงเบิกบานใจ

สรุป หนังตะลุง  มีแบบแผนการแสดงมาจากอินเดีย  โดยเข้ามาประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗  ในยุคอาณาจักรศรีวิชัย  โดยทางตรงเข้ามาทางฝั่งทะเลตะวันตกแถบจังหวัดภูเก็ต  จังหวัดพังงา และจังหวัดกระบี่  ส่วนทางอ้อมเข้ามาสู่ชวา  มลายู และฝั่งทะเลด้านตะวันออกของไทย เชื่อกันว่าหนังตะลุงเกิดขึ้นที่บ้านควนมะพร้าว  จังหวัดพัทลุง

Thesis Title :  Form and method analysis of Buddhism disemminaition of Nong Man Samruamsil shadow group, Chumporn province.

ABSTRACT

The thesis title on form and method analysis of Buddhism disemminaition of Nong Man Samruamsil shadow group, Chumporn province.  The objectives were an follows 1. To study the history, evaluation and role of shadow in Buddhism disemmination.  2. To study the story and role in presentation of Nong Man samruamsil shadow group.3. To analyes the form and method for Buddhism dissemination of Nong Man samruamsil shadow group, this is the qualtitative research and collect data from doccments, academic jounal and interview for analyzing the content as setting scope of the reaearoch.
The findings were as follow.

1.  The shadow play had formed which derived from India it came to Srivichai kingdom around 17 B.e, entered directly at the West sea of Phuket provice, Phang-nga provice and Krabi province and entered indirectly at the East sea of Thailand, they belived that the shadow play had occurred at Ban Kuanmapraw, phattalung provice at the first time after that it spreads to the others places ie. Nakhon Si thammarat, Songkhla, and Trang etc. The shadow play and Buddhism dissemination means to preach of Dhamma.  The shadow play had influenced from India, to use the ascetic an spiritual teacher for dissemination with audians and use Brahma god as the belief of Brahmin played as the god of dramatic affer played for praising ascetic and to show the shadow in the previous playing for worshiping, prasing the grateful. The shawdow tells the story, King, Queen for teaching with jokers and to use the hero for dissemination of Dhamma with jokers, the villain passed on giant.

2.  The Nong Man Samrumsil shadow (Mr.  Surasit Sirisang) in Muang district, chumporn province, to be started chadow play at 14 years and to be satisfied people until now he could get the first prize for shadow play competition in Chumpom province and to be the first prize for the youth play shadow in Surat Thani province, he has the high light for playing with Dhamma for cultivating the youths with the shadow named “ Nunuy “ as the substitute of the player, it usually compose of King, Queen, prince and princes in each kingdom and other places throughout the shadows as component. The main idea of shadow play means it must have jokers i.e. Ai teng, Ai nunuy, Ai Kwanmuang etc., as a result people can follow the playing without boring.

3.  The methods for Dhamma dissemination, Nong Man Samruamsil shadow group, he used the Dhamma principle for Buddhism dissemination as the method for teaching in four types.

1.  Sandassana method means use the Dhamma passed on ascetic, to explain as clear, reasonable as a result, people can understand as absolute clear.

2.  Samadapana method means use the Dhamma passed on the King, it is attractive to carry for practicing Ie the thing that it should be practice and then explain on the valuable for practitioner to be accepted and desire to do or practice.

3.  Samuttechana method means use the Dhamma passed on the hero to be brave, enthusiasm, effort, confident for going through the success without any struggle by purposing on benefit in the future .

4.  Sanpahansana method means use the Dhamma passed on any others shadow with poem for caring the emotion or mind to get the freshing, to introduce for the good or benefit and the progess to success as more as possible as a sasult, to be enjoyed the audians.

Consisely, the shadow play had performed from India and derived around 17th B.E, in kindom of Srivichai, entered directly from the West sea of Phuket province, Phang-nga province and Krabi province and entered indirectly from the East sea of Thailand, they belived that the shadow play had occured in the first time at Ban Kuanmapraw, Phatthalung province.
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 13 มิถุนายน, 2558, 21:54:34 »

คำอธิบายสัญลักษณ์และอักษรย่อ

การใช้อักษรย่อ

อักษรย่อที่ใช้ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้  ผู้วิจัยได้สืบค้นจากข้อมูลทุติยภูมิที่ได้อ้างอิงไว้         เพื่อความสะดวก  และถูกต้องต่อการค้นหาเนื้อหารายละเอียดในข้อมูลปฐมภูมิ  จึงถือเอาจากพระไตรปิฏกภาษาไทย  ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๙  เป็นหลักฐานอ้างอิงดังต่อไปนี้

คำย่อเกี่ยวกับพระไตรปิฏก

ความหมายเลขย่อที่ใช้กับพระไตรปิฏก  ผู้วิจัยใช้การอ้างอิงโดยระบุ  เล่ม/ข้อ/หน้า  หลังอักษรย่อชื่อคัมภีร์  ใช้อักษรย่อตัวพื้นปกติ  เช่น  ที.สี. (ไทย) ๙/๒๕๐/๘๕. หมายถึง  ทีฆนิกาย  สีลักขันธวรรค ภาษาไทย เล่ม ๙  ข้อ ๒๕๐ หน้า ๘๕  ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๙

พระอภิธรรมปิฏก

อภิ.วิ.      (ไทย)   =   อภิธรรมปิฏก   วิภังค์            (ภาษาไทย)
            
พระสุตตันตปิฏก

ขุ.อิติ.      (ไทย)   =   สุตตันตปิฏก   ทีฆนิกาย   มหาวรรค         (ภาษาไทย)       
องฺ.สตฺตก.   (ไทย)   =   สุตตันตปิฏก   อังคุตตรนิกาย   สัตตกนิบาต      (ภาษาไทย)
องฺ.ปญจก.   (ไทย)   =   สุตตันตปิฏก      อังคุตตรนิกาย   ปัญจกนิบาต   (ภาษาไทย)
อง.ติก.      (ไทย)   =   สุตตันตปิฏก      อังคุตตรนิกาย   ติกนิบาตร   (ภาษาไทย)     
ที.ม.      (ไทย)   =   สุตตันตปิฏก      ทีฆนิกาย   มหาวรรค   (ภาษาไทย)
ส.สฬา.      (ไทย)   =   สุตตันตปิฏก   สังยุตตนิกาย   สฬายตนวรรค   (ภาษาไทย)
อง.จตุกก.   (ไทย)   =   สุตตันตปิฏก   อังคุตตรนิกาย   จตุกกนิบาต   (ภาษาไทย)
สํ.ส.      (ไทย)   =   สุตตันนปิฏก   สังยุตตนิกาย   สคาถวรรค   (ภาษาไทย)
ขุ.สุ.      (ไทย)   =   สุตตันตปิฏก   ขุททกนิกาย   สุตตนิกาย   (ภาษาไทย)
ที.ปา.      (ไทย)   =   สุตตันตปิฏก   ทีฆนิกาย   ปาฏิกวรรค   (ภาษาไทย)

พระอภิธรรมปิฏก

อภิ.วิ.      (ไทย)   =   อภิธรรมปิฏก      วิภังค์            (ภาษาไทย)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 16 มิถุนายน, 2558, 19:47:18 »

บทที่ ๑

บทนำ

๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

พุทธศาสนาได้เข้าสู่ประเทศไทยครั้งเมื่อการทำสังคายนาครั้งที่ ๓ โดยพระโสณะและ  พระอุตตระเถระและคณะได้เดินทางมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในดินแดนสุวรรณภูมิ   พุทธศาสนาได้เจริญรุ่งเรื่องในดินแดนสุวรรณภูมิโดยลำดับ โดยได้รับการอุปถัมภ์บำรุงจากพระกษัตริย์มาทุกยุคทุกสมัย ดังจะเห็นได้ว่าพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ทรงเป็นพุทธมามกะ ทรงได้ให้ทะนุบำรุงคุ้มครองพระพุทธศาสนาเป็นอย่างดี และประชาชนเองก็ยอมรับเอาคำสอนในทางพระพุทธศาสนา              เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต จนกล่าวได้ว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย หลักธรรมคำสอนของพุทธศาสนาได้ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยอย่างแนบแน่นจนกลายเป็นวัฒนธรรมของชาติไทยหรือกล่าวได้ว่าวัฒนธรรมไทยมีพื้นฐานมาจากพระพุทธศาสนาวัฒนธรรมที่สำคัญของไทยคือการเอาศาสนาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต สำหรับชาวพุทธจะทำบุญใส่บาตรพระภิกษุสามเณรในเวลาเช้าหรือนำอาหารไปถวายพระในวันพระ วันนักขัตฤกษ์ทั้ง วันสำคัญทางพุทธศาสนาและ      วันสำคัญทางวัฒนธรรมประเพณี

ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า วิถีชีวิตของประชาชนมีความเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาอย่างแยกกันไม่ได้ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาถึง ๒๐๐๐ กว่าปีแล้วก็ไม่ได้ทำให้พระพุทธศาสนาในประเทศไทยกลายเป็นของโบราณหรือล้าสมัยแต่ประการใดทั้งกลับปรากฏว่า ในปัจจุบันนี้หลักธรรมในพระพุทธศาสนาได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนไทยมากขึ้น   หลักธรรมคำสอนในทางพระพุทธศาสนาก็เข้าไปมีส่วนในวิถีชีวิตประจำวันของประชาชน ทั้งในรูปแบบของการดำรงชีวิตและวิถีประเพณีวัฒนธรรม อีกประการหนึ่งวิถีชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในท้องถิ่นของประชาชนรับเอาอิทธิพลของพระพุทธศาสนาเข้าไปมีส่วนในวิถีชีวิตประจำวันของประชาชน ทั้งในรูปแบบของการดำรงชีวิตและประเพณีวัฒนธรรม ด้านและได้แสดงออกในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ประเพณีวัฒนธรรม การละเล่นพื้นบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเพลงร้องเรือ เพลงบอก หนังตะลุงมโนราห์ เป็นต้น

ปรีดา  นัคเร   ที่ได้ทำการศึกษาถึงการปรับเปลี่ยนของหนังตะลุงในปัจจุบัน พบว่าหนังตะลุงซึ่งถือได้ว่าเป็นสื่อพื้นบ้านที่ถ่ายทอดความเป็นชาวใต้นั้นดำรงอยู่ด้วยความแตกต่างจากในอดีตมาก ด้วยเพราะลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคม ที่มีสื่อสมัยใหม่เข้ามาแทนที่สื่อพื้นบ้านที่ถ่ายทอดความเป็นชาวใต้ ด้วยเพราะลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคม ที่มีสื่อสมัยใหม่เข้ามาแทนที่ สื่อพื้นบ้านหนังตะลุงจึงได้รับความสนใจน้อยลงนอกจากนี้หนังตะลุงยังเกิดกลายพันธุ์เนื่องจากนายหนังต้องปรับตัวด้านการแสดงและต้องสร้างความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและศิลปะเพื่อความอยู่รอดหนังตะลุงจึงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบของศิลปะการแสดงรวมทั้งนายหนังเองของต้องมีทักษะรอบตัวและรอบด้านมากขึ้นเพื่อปรับประยุกต์เนื้อหาให้ทันกับเหตุการณ์เพื่อรองรับกลุ่มผู้ชมกลุ่มใหม่ซึ่งเป็นวัยรุ่นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้เอง  มีการพัฒนาเพื่อต่อรองกับโลกสมัยใหม่มาเป็นลำดับจึงทำให้สามารถแบ่งลักษณะการแสดงของหนังตะลุงได้เป็น ๓ รูปแบบ ได้แก่ หนังตะลุงที่มีการแสดงแนวอนุรักษ์ที่ยังคงแสดงโดยยึดแบบดั้งเดิมมากได้แก่ หนังฉิ้น ธรรมโฆษณ์ หนังชูศักดิ์ ศรีขวัญ                         

หนังตะลุงที่มีการแสดงแนวผสมผสานเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงการแสดงไปบ้าง เช่น เครื่องดนตรี เนื้อหาที่นำเสนอ ได้แก่ หนังนครินทร์ ชาทอง หนังมงคล ส.นครินทร์ หนังสงฟ้า อนุรักษ์ศิลป์ และหนังตะลุงที่มีการแสดงแนวใหม่ มีการปรับเปลี่ยนในการแสดงไปมากเพื่อให้สอดรับกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การเพิ่มเครื่องดนตรีสากลเข้ามาการปรับเนื้อหาให้ทันกับวัยรุ่น หรือการเพิ่มบทตลกให้มากขึ้น เช่น หนังอาจารย์ณรงค์ ตะลุงบัณฑิต หนังปิยะศักดิ์ เสรีศิลป์ เป็นต้น เนื่องจากบริบทของหนังตะลุงที่มีการปรับเปลี่ยนไปในแต่ละรูปแบบนั้นถือได้ว่าเป็นปัจจัยเกื้อหนุนสำคัญที่สามารถสร้างอัตลักษณ์ความเป็นคนใต้ขึ้นมาได้ซึ่งการค้นพบหนังตะลุงที่เปลี่ยนแปลงใน ๓ รูปแบบเช่นนี้จะทำให้สามารถศึกษาถึงอัตลักษณ์ที่เลื่อนไหลเปลี่ยนแปลงในหนังตะลุงแต่ละรูปแบบว่าเป็นอย่างไรได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

หนังตะลุงไม่เพียงแต่เป็นเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้เท่านั้นหากแต่ หนังตะลุง  ยังอาจกล่าวได้ว่าเป็นสื่อพื้นบ้านที่ได้บอกเล่าวิถีชีวิตของคนในภาคใต้  ทั้งในแง่ของการดำรงชีวิตสังคม ประเพณีวัฒนธรรม และที่สำคัญหนังตะลุงยังได้ทำหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์ในการเผยแพร่ข่าวสารจากภาครัฐได้เป็นอย่างดี ตัวอย่างเช่น การใช้สื่อหนังตะลุงให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญใหม่แก่ประชาชน รวมทั้งเป็นสื่อในการรณรงค์การเลือกตั้งทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศรวมถึงการให้ข้อมูลต่าง ๆ ของทางราชการที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน และนอกจากนี้หนังตะลุงยังได้ถูกกล่าวขานว่า เป็นศิลปินพื้นบ้านที่ยืนหยัดให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมมาเป็นเวลาช้านานมีพัฒนาการและเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย บางครั้งได้รับความนิยมแต่บางครั้งก็ได้รับความนิยมน้อย   

หนังตะลุงไม่เป็นเพียงมหรสพเพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น หากแต่ยังแฝงไว้ด้วยภูมิปัญญาและคติธรรมที่ล้ำลึกบอกเล่าความเป็นอยู่ การทำมาหากิน ค่านิยม ความเชื่อและประวัติศาสตร์ของคนในท้องถิ่นที่สืบต่อกันมาเป็นเวลานาน และถือว่าเป็นศิลปะชั้นยอดที่เดียว เพราะการแสดงต้องใช้ความรู้ ความสามารถและภูมิปัญญาอย่างยวดยิ่งของนายหนังทั้งในการเชิดตัวหนัง พร้อมกับการบอกชื่อเรื่องที่แสดง ผูกเรื่อง แก้เรื่องเสนอแก่ผู้ชม แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องที่นำมาแสดงนั้นได้รับการบันทึกเป็นสื่อพื้นบ้าน เพราะเนื้อหาของหนังตะลุงแต่ละเรื่องเต็มไปด้วยเนื้อหาสาระ ทั้งด้านความบันเทิงและภูมิปัญญา คติธรรมที่นายหนังบรรจุไว้ โดยเฉพาะเนื้อหาของหนังส่วนมากได้รับอิทธิพลมาจากหลักคำสอนในพระพุทธศาสนาโดยตรง

ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนมาก   หนังตะลุงนอกจากได้ความบันเทิงเป็นหลักแล้ว เนื้อหาของหนังตะลุงได้สอดแทรกหลักธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นอันบ่งบอกถึงวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้สื่อหนังตะลุงยังได้มีส่วนในการพัฒนาสังคมในหลายๆ ด้านด้วยกัน เช่นในด้านการศึกษา ด้านประเพณีวัฒนธรรม ด้านสังคมและการเมืองทั้งนี้เพราะนายหนังมีกระบวนการในการถ่ายทอดเนื้อหาต่างๆ ที่ต้องการโดยผ่านสื่อคือเรื่องราวของหนังตะลุง แม้ในปัจจุบันดูเหมือนว่าประชาชนจะคลายความสนใจไปจากหนังตะลุงไปบ้างเพราะอิทธิพลของสื่อต่างๆ เช่น ทีวี ภาพยนตร์ ด้วยเหตุดังกล่าวมานี้ ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาสื่อหนังตะลุงในฐานะที่เป็นสื่อพื้นบ้านของภาคใต้ในการเผยแผ่หลักธรรมแก่ประชาชน

โดยการศึกษาหนังตะลุงคณะน้องแมน  สำรวมศิลป์ (นายศุรสิทธิ์  ศิริสังข์) ซึ่งเป็นคณะหนังตะลุงที่ทำการแสดงมาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี ซึ่งเป็นคณะที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนอย่างกว้างขวางและเป็นคณะหนังที่ได้ทำการถ่ายทอดเนื้อหาคุณธรรมและความรู้ต่างๆ แก่ประชาชนโดยผ่านทางตัวหนังตะลุงที่ตนเองได้ถ่ายทอดออกไป และเนื้อหาที่ได้ถ่ายทอดออกไปนั้นเป็นสื่อในการพัฒนาสังคมได้เป็นอย่างดี คณะหนังตะลุงได้รับรางวัลมากมายทั้งในระดับภาคระดับจังหวัด รวมทั้งรางวัลเชิดชูเกียรติจากหน่วยงาน ต่างๆ และเป็นคณะที่ได้รับการคัดเลือกจากภาคใต้รางวัลแชมป์หนังตะลุงภาคใต้จังหวัดชุมพร ปี ๒๕๕๓ รางวัลแชมป์เยาวชนหนังตะลุงภาคใต้จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปี ๒๕๕๕  ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีความต้องการที่จะศึกษารูปแบบและวิธีการ ของหนังตะลุงคณะน้องแมน  สำรวมศิลป์ ในฐานะที่เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดหลักธรรมแก่สังคม และอันจะเป็นแบบอย่างในการถ่ายทอดหลักธรรมและความรู้ต่างๆ อันจะนำไปสู่การพัฒนาโดยผ่านสื่อพื้นบ้านประเภทต่างๆ ทั้งนี้ก็เพื่อประชาชนจะได้นำหลักธรรมไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมอันจะเป็นเหตุนำมาซึ่งความสงบสุขในสังคม

ผู้วิจัยจึงมีความสนใจศึกษาศึกษาประวัติ พัฒนาการและบทบาทของหนังตะลุง การเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาโดยใช้การแสดงหนังตะลุงเป็นสื่อ และเพื่อวิเคราะห์การเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาของหนังตะลุงน้องแมน  สำรวมศิลป์ อันจะเป็นประโยชน์สำหรับเป็นแนวทางให้ศิลปินพื้นบ้านแขนงอื่นๆ ได้ประยุกต์ใช้ในการเผยแผ่หลักธรรมต่อไป 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 16 มิถุนายน, 2558, 19:54:02 »

๑.๒  วัตถุประสงค์ของการวิจัย

๑.๒.๑ เพื่อศึกษาประวัติ พัฒนาการ และบทบาทของหนังตะลุงในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
๑.๒.๒ ศึกษาประวัติ และ บทบาท ในการนำเสนอ ของหนังตะลุงคณะน้องแมน  สำรวมศิลป์
๑.๒.๓ เพื่อวิเคราะห์รูปแบบและวิธีการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาของหนังตะลุงคณะน้องแมน  สำรวมศิลป์

๑.๓  ขอบเขตของการวิจัย   

๑.๓.๑  ขอบเขตด้านเนื้อหา
     
ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้กำหนดเนื้อหารูปแบบและวิธีการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาจากเนื้อเรื่องของหนังตะลุงคณะ น้องแมน  สำรวมศิลป์ ที่ใช้ในการแสดงบ่อยไว้ ๓ เรื่อง

 ๑) บอระเพ็ดหวานน้ำตาลขม
 ๒) อ้อมอกสวรรค์
 ๓) สวรรค์บันดาล

๑.๓.๒  ขอบเขตด้านประชากรผู้ให้ข้อมูล

      ๑) นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านหนังตะลุง ๓ คน
      ๒) นายหนังตะลุงคณะน้องแมน สำรวมศิลป์ หนังตะลุงอื่นที่เกี่ยวข้องรวม  ๕ คน
      ๓) ประชาชนในภาคใต้ที่เคยดูหนังตะลุงคณะน้องแมน  สำรวมศิลป์ ตัวแทนของประชาชนที่เคยชมหนังน้องแมน  สำรวมศิลป์

๑.๓.๓  ขอบเขตด้านพื้นที่
     
ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตในการเก็บข้อมูลภาคสนามกับคณะหนังตะลุงน้องแมน  สำรวมศิลป์ ที่ทำการแสดงหนังตะลุงในพื้นที่ จังหวัดชุมพร

๑.๓.๔  ขอบเขตด้านระยะเวลา
     
ผู้วิจัยจะทำการศึกษาวิจัย ตั้งแต่ กันยายน – ธันวาคม ๒๕๕๗

๑.๔  ปัญหาที่ต้องการทราบ

๑.๔.๑ ประวัติ พัฒนาการ และบทบาทของหนังตะลุงในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นอย่างไร
๑.๔.๒ ประวัติ และ บทบาท ในการนำเสนอ ของหนังตะลุงคณะน้องแมน  สำรวมศิลป์ เป็นอย่างไร
๑.๔.๓ วิเคราะห์รูปแบบและวิธีการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ของหนังตะลุงคณะน้องแมน  สำรวมศิลป์ เป็นอย่างไร

๑.๕  นิยามศัพท์เฉพาะที่ใช้ในการวิจัย

หนังตะลุง

หมายถึง  มหรสพอย่างหนึ่ง ใช้หนังสลักเป็นรูปเล็ก เชิดในจอคีบด้วยตับอันเดียว เชิดภายในโรงให้แสงไฟส่องผ่านตัวหนังสร้างเงาให้ปรากฏบนจอผ้าขาวหน้าโรง ใช้ปี่ กลอง และฆ้องคู่บรรเลงประกอบ ผู้เชิดคนพากย์

หนังตะลุงคณะน้องแมน  สำรวมศิลป์

หมายถึง กลุ่มผู้ผลิตหนังตะลุง ซึ่งหัวหน้าคณะ คือนายศุรสิทธิ์  ศิริสังข์

หลักธรรม

หมายถึง หลักคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่สั่งสอนให้ประพฤติดีประพฤติชอบ ในที่นี้หมายถึงหลักธรรมที่ปรากฏในเนื้อหาของหนังตะลุงคณะน้องแมน  สำรวมศิลป์

การเผยแผ่

หมายถึง การทำให้ขยายออก การทำให้ที่แพร่หลาย ในที่นี้หมายถึงกระบวนการผลิต ขั้นตอน และวิธีการในการดำเนินการเพื่อสร้างสารและกำหนดรูปแบบในการถ่ายทอดเนื้อหาของสื่อหนังตะลุง

การเผยแผ่ธรรม

หมายถึง รูปแบบในการถ่ายทอดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาโดยใช้หนังตะลุงแสดงเป็นสื่อ

รูปแบบการเผยแผ่ธรรม

หมายถึง กลวิธีในการถ่ายทอดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา  โดยการนำสื่อพื้นบ้าน ได้แก่ ตัวหนังตะลุงมาเป็นสื่อในการเผยแผ่

วิธีการเผยแผ่ธรรม

หมายถึง  วิธีการเผยแผ่แบบประยุกต์เข้ากับสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ทางสังคม จารีต ประเพณี ในแต่ละท้องถิ่นที่มีความแตกต่างกัน ทรงใช้อุบายในการเลือกบุคคล รอจังหวะโอกาส โดยใช้หลักการสอนของพระพุทะเจ้า จะมีคุณลักษณะเป็นลีลาการสอน ๔ รูปแบบ คือ สันทัสสนา สมาทปนา สัมปหังสนา และสมุตเตชนา

นายหนัง

หมายถึง หัวหน้าคณะหนังตะลุงซึ่งเป็นผู้ที่ทำหน้าที่เชิดรูปหนังตะลุง พร้อมทั้งภาคเสียงของตัวหนังตะลุงแต่ละตัวให้ดำเนินเรื่องไปตามบทที่นำเสนอ

ประชาชน

หมายถึง ผู้ที่เคยดูหนังตะลุงคณะน้องแมน  สำรวมศิลป์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: