Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
16 กรกฎาคม, 2561, 03:54:46

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ใบด่างจุดวงแหวน มหันตภัยร้ายในมะละกอ  (อ่าน 447 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« เมื่อ: 11 มิถุนายน, 2558, 21:13:18 »


ใบด่างจุดวงแหวน มหันตภัยร้ายในมะละกอ

การปลูกมะละกอส่วนใหญ่จะประสบกับปัญหาโรคใบด่างจุดวงแหวน เป็นโรคที่เกษตรกรผู้ปลูกมะละกอมักเป็นกังวลอยู่ตลอดเวลาเพราะไม่สามารถรับมือกับโรคร้ายที่เกิดกับมะละกอได้โดยง่าย และถ้าเกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่ ย่อมสร้างความเสียหายให้แก่เกษตรกรเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นเราควรหาวิธีป้องกัน และยับยับโรคนี้ เพื่อทำให้ผลผลิตของชาวเกษตรกรที่ปลูกมะละกอมีผลผลิตดีขึ้น

โรค ใบด่างจุดวงแหวน เกิดจากเชื้อไวรัส Papaya ringspot virus (PRV) ถือได้ว่าเป็นโรคที่รุนแรงมีผลกระทบต่อมะละกอ ลักษณะอาการของโรค เชื้อสามารถเข้าทำลายได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของมะละกอ ระยะต้นกล้า เชื้อจะทำให้ต้นแคระแกร็น ใบด่างเหลือง บิดเบี้ยวเสียรูป ใบจะหงิกงอ เรียวเล็กเหมือนหางหนู ควรใช้สารอินทรีย์สกัดต้านไวรัสมะละกอ จำนวน 800 ซีซี ฉีดพ่นทุก 3 วัน ในอัตราส่วน 2 ฝา ต่อน้ำ 20 ลิตร ร่วมกับสารบำรุงดิน ในอัตราส่วนเดียวกัน ในการรักษา 24 วัน โดยใช้เป็นเวลา 10 วัน เริ่มเห็นการแตกยอดอ่อนขึ้นใหม่ ยอดที่แตกใหม่จะอวบใหญ่กว่าเดิม และในสัปดาห์ต่อมาก็เริ่มมีดอกเกิดขึ้น

ถ้าเป็นในขั้นที่รุนแรงใบจะเหลือแค่เส้นใบ ดูเหมือนเส้นด้าย ต้นกล้าอาจตายได้หรือไม่เจริญเติบโต ส่วนต้นที่โตแล้ว ใบมีอาการด่าง บิดเบี้ยว หงิกงอ ยอดและใบมีสีเหลืองกว่าต้นที่ไม่เป็นโรค จะสังเกตเห็นลักษณะจุดหรือทางยาวสีเขียวเข้ม ดูช้ำตามก้านใบ ลำต้นการติดผลจะไม่ดีหรือไม่ติดเลย สำหรับผลมะละกออาจบิดเบี้ยว มีจุดลักษณะเป็นวงแหวนทั่วทั้งผล บริเวณเนื้อที่เป็นจุดวงแหวนมักจะเป็นไตแข็ง มีรสขม ถ้าเป็นในขั้นที่รุนแรงแผลเหล่านี้จะมีลักษณะคล้ายสะเก็ด หรือหูดนูนขึ้นมา บนผิวของผลจะขรุขระ ต้นที่เป็นโรคในระยะออกดอก จะทำให้ติดผลไม่ดี และผลที่ได้จะมีจุดวงแหวนอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ดอกในรุ่นต่อ ๆ ไปก็จะร่วง ไม่ติดผล

การแพร่ระบาดของโรคนี้ สามารถแพร่ระบาดไปได้โดยมีเพลี้ยอ่อนหลายชนิดเป็นพาหะ เช่น เพลี้ยอ่อนถั่ว เพลี้ยอ่อนยาสูบ และโดยเฉพาะเพลี้ยอ่อนฝ้ายที่เป็นพาหะสำคัญในการแพร่ระบาด โดยเพลี้ยอ่อนจะดูดน้ำเลี้ยงจากต้นที่เป็นโรค เชื้อไวรัสจะติดอยู่กับส่วนปากแมลง และเมื่อบินหรือย้ายไปดูดน้ำเลี้ยงจากต้นมะละกอที่ไม่เป็นโรค ก็จะถ่ายเชื้อไวรัส การถ่ายทอดโรคนี้ใช้เวลาสั้นมาก โดยดูดจากต้นเป็นโรคประมาณ 10-30 วินาที ก็สามารถถ่ายโรคไปยังต้นอื่นได้ ภายหลังมะละกอได้รับเชื้อไวรัสแล้วประมาณ 15-30 วินาที ก็จะแสดงอาการของโรคให้เห็น

ด้านการป้องกันและกำจัดโรคใบด่างจุดวงแหวน ในขณะนี้ยังไม่มีวิธีที่สามารถใช้ในการป้องกันกำจัดโรคนี้ได้อย่างสิ้นเชิง แต่มีวิธีการที่จะหลีกเลี่ยงโรคหรือทำให้ความรุนแรงของโรคลดน้อยลง

สิ่งที่ต้องปฏิบัติคือ


1. ควรตัดทำลายมะละกอต้นเก่าที่มีอายุเกิน 2 ปี หรือต้นที่เป็นโรครุนแรงทิ้งให้หมดจากพื้นที่นั้น แล้วทิ้งพื้นที่ให้ว่างประมาณ 3 เดือน ก่อนที่จะปลูกมะละกอชุดใหม่

2. ตัดทำลายมะละกอที่แสดงอาการเป็นโรคใบด่างทิ้งทันทีที่สังเกตเห็น

3. ในพื้นที่ที่มีระบบชลประทานหรือดินที่มีความชื้นพอ ถ้าปลูกมะละกอในช่วงปลายฤดูฝนหรือช่วงหน้าแล้งตั้งแต่เดือนกันยายน - มีนาคม จะทำให้การระบาดของโรคน้อยลง พืชจะเจริญเติบโตและให้ผลดี

4. ดูแลและบำรุงต้นมะละกอให้ดีจะทำให้ต้นแข็งแรง ได้ลูกเร็วสามารถลดการทำลายของโรคลงได้ มะละกอเป็นพืชที่ตอบสนองต่อปุ๋ยดีมาก ดังนั้นการบำรุงด้วยปุ๋ยวิทยาศาสตร์จึงได้ผลคุ้มค่า ผลดก และรสชาติดี

5. ไม่ควรปลูกมะละกอไว้นานเกิน 2 ปี เพราะผลผลิตมะละกอจะสูงสุดใน 2 ปีแรกเท่านั้น นอกจากนี้มะละกอต้นแก่ยังเป็นแหล่งสะสมโรคทำให้แพร่ระบาดไปยังต้นปลูกใหม่ได้

6. ใช้มะละกอพันธุ์ทนทานโรค เช่น พันธุ์ฟลอริด้า ทอเลอร์แรนท์ ซึ่งเป็นมะละกอพันธุ์รับประทานสุก ผลมีลักษณะกลมขนาดเล็ก น้ำหนักประมาณ 400-700 กรัม หรือใช้พันธุ์ลูกผสมระหว่างพันธุ์แขกดำและพันธุ์ฟลอริด้า ทอเลอร์แรนท์ ช่วง 1-6 (F1-F6) ที่ผสมขึ้นโดยสำนักงานเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น

7. ใช้เชื้อต้านเชื้อ (Cross Protection) โดยใช้เชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคที่ไม่รุนแรง (Mild Strain) ฉีดเข้าไปในต้นกล้ามะละกออายุ 1 - 2 สัปดาห์ แล้วนำไปปลูก ต้นมะละกอที่มีเชื้อไม่รุนแรงสามารถต้านเชื้อที่รุนแรงทำให้มะละกอไม่เป็นโรคและติดลูกได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.rd1677.com/dkaset.php?id=43769&pv=54
http://www.rakbankerd.com/agriculture/page.php
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: