Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
23 กันยายน, 2561, 04:00:42

   

ผู้เขียน หัวข้อ: รศ. ธีรศักดิ์ วงศ์คำแน่น ผู้บันทึกประวัติศาสตร์ด้วยภาพ  (อ่าน 962 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« เมื่อ: 22 พฤษภาคม, 2558, 21:54:32 »


รศ. ธีรศักดิ์ วงศ์คำแน่น ผู้บันทึกประวัติศาสตร์ด้วยภาพ







สืบเนื่องมาจาก หลายวันก่อนได้รับหนังสือชุด สารานุกรมภาพลายเส้น สถาปัตยกรรมรัตนโกสินทร์ ชุด บ้าน วัด วัง ซึ่งเขียน และ วาดภาพประกอบโดย รศ. ธีรศักดิ์ วงศ์คำแน่น เราติดตามผลงานของอาจารย์ธีระศักดิ์ ทางหน้า facebook มาพักใหญ่ ๆ แล้ว แต่ไม่รู้ว่ามีสารานุกรมชุดนี้อยู่ในประเทศไทย จนกระทั่ง อาจารย์เอามาโพสท์ใน facebook ว่ามีหนังสือเหลืออยู่ที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ จำนวนหนึ่งถ้าใครอยากได้ให้สั่งซื้อกับท่านได้ทางเฟส เดี๋ยวท่านไปเอาที่ศูนย์หนังสือจุฬามาส่งให้ เราก็เลยสั่งซื้อไป 1 ชุด

วันนี้เลยอยากพาไปรู้จักกับ รศ. ธีรศักดิ์ วงศ์คำแน่น กันเสียหน่อย (ส่วนหนังสือชุดนี้เดี๋ยวไปแนะนำอีกทีที่ห้องสมุด)


ข้อมูลโดย…วรธาร
ภาพโดย...กิจจา อภิชนรจเรข






ภาพโดย...กิจจา อภิชนรจเรข


ภาพลายเส้นสวยงามทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์จำนวนกว่าร้อยภาพใส่กรอบไม้อย่างดีขจิตติดอยู่บนผนังรอบห้องในชั้นใต้ดินของบ้าน ซึ่งเป็นแกลเลอรี่ส่วนตัว เก่าบ้าง ใหม่บ้าง หาใช่ได้มาจากการซื้อเก็บสะสมแต่อย่างใดไม่ แต่มาจากฝีมือของเจ้าของภาพล้วนๆ

รศ.ธีรศักดิ์ วงศ์คำแน่น อดีตอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ปัจจุบันอาจารย์พิเศษ ประจำภาควิชาออกแบบสถาปัตยกรรม คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ผู้ที่ใช้ชีวิตกับการสัญจรวาดภาพลายเส้นมากว่าครึ่งชีวิต คือ เจ้าของลิขสิทธิ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานอันเลอค่าเหล่านี้

ภาพเหล่านี้ส่วนหนึ่งได้ถูกรวบรวมจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มโดยสำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในชื่อ “สารานุกรมภาพลายเส้น สถาปัตยกรรมรัตนโกสินทร์” ทั้งหมด 3 เล่ม มีการนำไปจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนในที่ต่างๆ กว่า 40 ครั้ง อาทิ ภาพสถาปัตยกรรมและศิลปวัฒนธรรมโยเดีย จัดแสดง ณ โถงนิทรรศการ ตำหนักสายสวลีภิรมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ภาพสถาปัตยกรรมโลกเวียดนาม ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งเมืองโฮจิมินห์ สถาปัตยกรรมเมืองมรดกโลกอาเซียน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จ.ลพบุรี สถาปัตยกรรมมรดกโลกนานาชาติ ณ หอศิลป์ตลาดเก่า จ.ลำปาง เป็นต้น

ขณะบางส่วนปรากฏอยู่ในทำเนียบนิทรรศการประจำอีกหลายแห่ง อาทิ ที่พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ห้องนิทรรศการอาศรมศิลปกรรม บ้านบางใหญ่ จ.นนทบุรี เป็นต้น




ภาพโดย...กิจจา อภิชนรจเรข


“ผมชอบการเดินทางและชอบท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ ในเกือบทุกภูมิภาคของประเทศไทย ทุกการเดินทางผมติดอาวุธไปด้วยเสมอ นั่นคือ ปากกาและอุปกรณ์ที่ใช้ในการวาดภาพ เช่น สี กระดาษ โดยทุกที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ตลอด ซึ่งมิใช่แค่ประเทศไทย ในต่างประเทศก็ไปบ่อย หลายประเทศ ไปเองบ้าง ถูกเชิญไปร่วมงานบ้าง

ไปแล้วได้ภาพกลับมา บางทีเขียนเสร็จก็มอบให้กับประเทศนั้นๆ ไปก็มี เช่น เวียดนาม เป็นภาพสถาปัตยกรรมเมืองต่างๆ ของเวียดนาม ซึ่งต่อมาได้มีการประสานทางเวียดนามขอมาจัดแสดงนิทรรศการที่ประเทศไทย ณ ห้องนิทรรศการ 333 ถนนสีลม

โดยภาพที่ผมเขียนส่วนใหญ่เป็นภาพลายเส้น สีน้ำ เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมและศิลปวัฒนธรรมไทย เท่าที่เขียนมาจำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ แต่เยอะประมาณพันกว่าภาพ จนสามารถจัดเป็นหมวดหมู่ได้ ได้แก่ บ้านเรือนที่อยู่อาศัย ชุมชนเก่าๆ ที่นับวันจะหาดูได้ยาก วัด เช่น วัดประจำรัชกาลต่างๆ วัดที่มีความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรม มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งวัดที่เหล่าศิลปินที่มีชื่อเสียงออกแบบ เป็นต้น

นอกจากนี้ ก็มีวังสมัยรัตนโกสินทร์ทั้งหมดที่ยังปรากฏอยู่และที่ไม่ปรากฏแล้วอีก 2 วัง ซึ่งปัจจุบันเหลือแต่เพียงชื่อ คือ วังกลางทุ่ง (วังวินเซอร์) และวังบูรพาภิรมย์ เพราะผมเห็นความสำคัญของผู้ที่เป็นเจ้าของและความยิ่งใหญ่งดงามของสถานที่ด้านสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่า นอกนี้ก็มีสถาปัตยกรรมที่เป็นมรดกโลกทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น มรดกโลกอยุธยา มรดกโลกสุโขทัย เป็นต้น”



ภาพที่ผมชอบเขียนและประทับใจมาก จะเป็นลักษณะของชุมชน ภาพบ้านเรือนที่เก่าแก่เกือบทุกจังหวัด แม้กระทั่งของประเทศเพื่อนบ้าน โดยภาพบ้านเรือน ห้องแถว ชุมชนเก่าแก่ที่อยู่ริมน้ำ เพราะผมชอบน้ำ (แต่ไม่ชอบลงไปในน้ำ) ชอบวิถีชีวิตของคนริมน้ำ ถ้าอยากจะดูเรือนไม้ชั้นเดียว สมัย ร.4 ร.5 สามารถไปหาดูได้ที่ข้างวชิรพยาบาล ยังอยู่ และผมก็วาดไว้เหมือนกัน ทว่าภาพบางภาพที่เขียนไว้ หากไปดูสถานที่จริงทุกวันนี้เปลี่ยนไปเยอะก็มาก เช่น ภาพบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ริมน้ำ ก่อนน้ำท่วมใหญ่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ยังอยู่ แต่ปัจจุบันไม่มีแล้วก็หลายที่ บางที่ก็ถูกตัดไปครึ่งหนึ่งเพื่อไปทำอย่างอื่นก็มี เช่น ตึกแถวที่ศรีราชา จ.ชลบุรี

หลายๆ ภาพเหมาะแก่ผู้ที่ต้องการแสวงหาความรู้ในเชิงประวัติศาสตร์ เช่น ภาพเขียนลายเส้น สีน้ำ สถาปัตยกรรมและศิลปวัฒนธรรมชุมชนโยเดีย ซึ่งผมมีโอกาสได้เดินทางร่วมกับนักวิชาการ ซึ่งนำโดยสมาคมสถาปนิกสยามฯ โดยการสนับสนุนของกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงต่างประเทศ และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ไปเมืองอมรปุระของพม่า เพื่อสำรวจขุดค้นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากทราบว่าทางพม่าจะมีการปรับไถพื้นที่บริเวณสุสานหลวงลินซีกอง รวมทั้งสถูปเจดีย์ที่เชื่อว่าเป็นที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพและบรรจุพระอัฐิของพระเจ้าอุทุมพร

พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 33 องค์สุดท้ายของอยุธยา ซึ่งถูกพม่าอัญเชิญไปประทับที่เมืองนี้ พร้อมประชาชนเรือนแสน หลังอยุธยาแตกครั้งที่ 2 ที่นั่นเราพบเจดีย์แบบอยุธยา เราพบอัฐิอยู่ในบาตรบนพานแว่นฟ้า และอีกหลายๆ อย่างที่แสดงให้เห็นศิลปวัฒนธรรมของคนอยุธยา ” ปรมาจารย์ศิลปินภาพลายเส้น เล่าอย่างอารมณ์ดี

ภาพทรงคุณค่าเหล่านี้ นอกจากจะถูกนำไปจัดแสดงนิทรรศการตามที่ต่างๆ แล้ว ศิลปินอาวุโสผู้นี้ยังมอบให้กับสถาบันต่างๆ เพื่อประโยชน์แก่การศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาตลอดจนประชาชนทั่วไปด้วย เช่น ภาพลายเส้นเมืองเก่าลพบุรี มอบให้มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จ.ลพบุรี จำนวนหลายสิบภาพ นอกจากนี้เจ้าของยังได้นำภาพส่วนหนึ่งไปประมูลช่วยน้ำท่วมเมื่อ 2 ปีผ่านมาด้วย

“เป็นภาพเรือนริมน้ำของชาวประมงที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งผมเขียนไว้ 4 ภาพ ภาพหนึ่งผมได้ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และนำมาประมูลช่วยน้ำท่วมที่สยามดิสคัฟเวอรี่ 1 ภาพ ปรากฏว่าชาวสุราษฎร์ธานีประมูลได้ไปในราคา 2.5 หมื่นบาท เป็นอันว่าภาพได้กลับไปอยู่บ้านเกิดที่มาของภาพด้วย”

ศิลปินภาพลายเส้น ทิ้งท้ายว่า ตราบใดที่ยังคงมีเรี่ยวแรงก็จะเขียนภาพลายเส้นซึ่งเป็นแนวที่ถนัดต่อไป ทั้งนี้เพื่อต้องการให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและเกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งดีๆ ที่เป็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่บรรพบุรุษได้สร้างขึ้น


ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ 16 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 11:42 น…..

อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1jpO17i



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: