Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
27 เมษายน, 2561, 03:49:48

   

ผู้เขียน หัวข้อ: หมู่บ้านล่าวาฬด้วยฉมวกเพียงเล่มเดียวแห่งสุดท้ายในโลก  (อ่าน 359 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,874
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 27 เมษายน, 2558, 10:34:24 »

หมู่บ้านล่าวาฬด้วยฉมวกเพียงเล่มเดียวแห่งสุดท้ายในโลก

ที่มา บีบีซีไทย - BBC Thai



แม้การล่าวาฬเพื่อการค้าจะถูกห้ามมาตั้งแต่ปี 2529 แต่ที่หมู่บ้าน ลามาเลรา ทางตะวันออกของอินโดนีเซีย ยังคงเป็นหมู่บ้านเดียวที่ใช้วิธีล่าวาฬด้วยฉมวกและกำลังคนเท่านั้น โดยไม่พึ่งเครื่องจักรกลใดๆ นอกจากนี้ ลามาเลรา ยังเป็นชุมชนเดียวที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการล่าวาฬนานาชาติให้ล่าวาฬได้ เนื่องจากการล่าวาฬของที่นี่เป็นไปเพื่อการยังชีพเท่านั้น วิลล์ มิลลาร์ด ผู้สื่อข่าวบีบีซีบอกเล่าประสบการณ์ “เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย” จากการจับวาฬแบบเกือบจะมือเปล่ากับชาวลามาเลราดังนี้

วิลล์เล่าว่า เมื่อชาวบ้านเริ่มสังเกตเห็นวาฬพ่นน้ำและได้ยินเสียงร้องของวาฬแต่ไกล ก็จะเริ่มออกล่าวาฬได้ทันที สำหรับชาวลามาเลรา เครื่องมือเดียวที่พวกเขาใช้คือฉมวก โดยมีผู้นำการล่าวาฬที่เรียกกันว่า “ลามา ฟา” อยู่ที่หัวเรือ เมื่อ ลามา ฟา เริ่มเห็นวาฬ เขาจะกระโดดลงไปในน้ำเพื่อแทงฉมวกที่ด้ามทำจากไม้ไผ่ให้ทะลุผิวหนังหนาของวาฬเพื่อยึดมันไว้กับตัวเรือ ซึ่งเป็นนาที เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายของทั้งลามา ฟา และนักล่าคนอื่นๆในเรือ เนื่องจากวาฬจะดิ้นเพื่อเอาชีวิตรอดและอาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะสงบลง บางทีอาจใช้เวลาทั้งคืน มีคนเล่าว่าวาฬเคยลากเรือลำหนึ่งไปเป็นระยะทางกว่า 120 กิโลเมตรจนเกือบจะถึงเขตของติมอร์ และบางครั้งแรงเหวี่ยงของวาฬทำให้เรือแตก จนนักล่าวาฬต้องว่ายน้ำเป็นเวลาถึง 12 ชั่วโมง

เมื่อวาฬเริ่มหมดแรง มันจะถูกลากกลับมาที่ฝั่งด้วยเรือพายที่ใช้กำลังคน และเมื่อถึงฝั่ง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงจะมาร่วมกันชำแหละเนื้อวาฬและแยกไขวาฬออกมา ซึ่งเรียกได้ว่า วาฬหนึ่งตัวสามารถเลี้ยงคนได้ทั้งหมู่บ้านและใช้ประโยชน์ได้จากทุกส่วน นักล่าวาฬมีข้อตกลงร่วมกันว่า ถ้าใครสังเกตเห็นวาฬก่อน ผู้ที่อยู่ในเรือลำนั้นจะได้เนื้อส่วนที่ดีที่สุดไป

ไม่มีใครบอกได้ว่า การล่าวาฬแบบนี้จะยังคงอยู่อีกนานแค่ไหน เพราะ ลามา ฟา หรือผู้นำการล่าที่เต็มไปด้วยประสบการณ์นั้นเริ่มแก่ตัวลง ในขณะที่ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หมู่บ้านลามาเลราเริ่มติดต่อกับโลกภายนอกมากขึ้น คนรุ่นใหม่จึงเริ่มรู้จักวิถีชีวิตที่สะดวกสบายกว่ารวมทั้งโอกาสทางการศึกษาก็มีมากขึ้น และที่สำคัญ วิถีชีวิตสมัยใหม่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อหาเลี้ยงชีพน้อยกว่าการล่าวาฬในแบบที่บรรพบุรุษของตนทำกันมาด้วย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: