Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
23 กรกฎาคม, 2562, 04:11:42

   

ผู้เขียน หัวข้อ: 13 หนังสยองขวัญแห่งตำนานต้องห้ามตลอดกาล ภาค 6 / นรกไม่ลืมชั่ว !! (จัดอันดับประจำต้นปี 2557)  (อ่าน 6249 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,498
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« เมื่อ: 01 มกราคม, 2557, 14:57:48 »

13 หนังสยองขวัญแห่งตำนานต้องห้ามตลอดกาล ภาค 6 / นรกไม่ลืมชั่ว !! (จัดอันดับประจำต้นปี 2557)




มันเริ่มจาก…..เเอดมิน 4 คนของเพจซามาร่า +1 สมาชิกชมรมคนรักหนังสยองขวัญ(สงขลา)ช่วยกันนึกชื่อหนังสยองโหด-เรตอันตรายได้ 52 เรื่อง ขั้นตอนที่สองก็คือการนั่งประชุมกัน(สุมหัวทะเลาะกัน)คัดหนังที่มีความรุนเเรง-โหด-จิตน้อยสุดจำนวน 22 เรื่องออกไป ได้มติเอกฉันท์จากผู้คัดรายชื่อหนังทั้ง 5 ท่าน เหลือรายชื่อหนังสยองเรตอันตรายผ่านเข้ารอบจำนวน 30 เรื่อง  จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนที่สาม ขั้นตอนการโหวตคะแนนจากกรรมการจำนวน 10 ท่าน ให้คะแนนหนังทั้ง 30 เรื่อง  คัดเอาเฉพาะหัวกะทิ-หนังสยอง จิต โหด อันตรายที่สุดให้ได้จำนวน 13 เรื่อง  นำมาสร้างเป็นบทความชุด “13 หนังสยองขวัญแห่งตำนานต้องห้ามตลอดกาล ภาค 6 / นรกไม่ลืมชั่ว !! (จัดอันดับประจำต้นปี 2557) ”  /// ซึ่งปีนี้พิเศษนิด….เพราะอันดับ 1 มีหนังสองเรื่องที่คะแนนเท่ากัน ทางคณะกรรมการโหวตคะแนนมีมติที่เป็นเอกฉันท์ร่วมกันว่า ปีนี้อันดับที่ 1 สมควรปล่อยให้เป็นธรรมชาติ คือ ให้มีหนังสยองโหดอันดับ 1 ประจำต้นปี 2557 รวม 2 เรื่อง ดังนี้…….



 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,498
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 01 มกราคม, 2557, 14:58:23 »



อันดับ 13. The Last Supper / 2005 // คะแนน 62.4 / 100

ลัทธินรก-คนกินมนุษย์-ดินเนอร์ใต้แสงเทียน-และศีรษะของเหล่าสาวงาม !!

The Last Supper / 2005 หรือในอีกชื่อหนึ่งคือ Saigo No Bansan / 2005 หนังสัญชาติญี่ปุ่นผลงานการกำกับของ Osamu Fukutani ร่วมเขียนบทโดย  Kei Ôishi นำเสนอเกี่ยวกับเรื่องราวของหมอศัลยกรรมหนุ่มหน้าตาดี ทำอาหารเก่ง หน้าที่การงานกำลังรุ่ง และไปได้สวยชนิดที่สาวๆคนไหนมาเห็นเข้าก็ต้องตกหลุมรักอย่างหัวปักหัวปำ โดยหารู้ไม่ว่าจริงๆแล้วเบื้องหลังอันแสนผู้ดี๊ผู้ดีของคุณหมอกลับเต็มไปด้วยปูมหลังที่สุดวิปริต-อันตรายแบบสุดขั้วเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะมีได้  เพราะคุณหมอท่านนี้นิยมกินเนื้อหญิงสาวเป็นดินเนอร์ใต้แสงเทียนสุดหรูเคล้ากับเสียงเพลงคลาสสิคอย่างชวนสติแตก และหญิงสาวมากหน้าหลายตาที่หมายปองในความหล่อของคุณหมอนี้ก็มักถูกหลอกล่อให้เข้าไปร่วมทานมื้อค่ำ ณ บ้านพักรับรองอำมหิต กลายเป็นอาหารสุดวิเศษที่คุณหมอจะแปรสภาพจากสาวงามให้กลายเป็นสเต็กสุดอร่อยในชั่วไม่กี่อึดใจ เขาจะกินมัน….และแลมองจ้องจดศีรษะสาวงามเหล่านั้นอย่างเบิกบานเป็นยิ่ง !!

ฉากวิปริต-โหดเหี้ยมใน The Last Supper / 2005  อาทิ ฉากภูมิหลังของคุณหมอหนุ่มที่ได้เข้าไปร่วมสังฆกรรมกับลัทธินรกกินเนื้อมนุษย์, ฉากที่คุณหมอหนุ่มได้สังหารสาวสวยคนแรกในช่วงเปิดเรื่องโดยการสับหัว แล้วทำให้ร่างกายของเธอกลายเป็นอาหารบนโต๊ะสุดหรู เคล้ากับไวน์แดงอย่างเริด เขามองไป กินไป มองศีรษะของเจ้าหล่อนบนโต๊ะอาหารอย่างมีความสุข, และฉากชวนอ้วกแบบสุดชีวิตที่คุณหมอหนุ่มดูดไขมันให้หญิงสาวผู้มาเสริมความงามนางหนึ่ง ได้มาเป็นก้อนไขมันจำนวนมาก  เปล่าเลยคุณหมอไม่ได้เอาไปทิ้งหรือกำจัด แต่….กลับเอาก้อนไขมันติดเศษชิ้นเนื้อมนุษย์เหล่านั้นมาทำการปรุงอาหารในครัวแล้วเคี้ยว-กลืนมันลงไปในลำคออย่างมีความสุข !!  ด้วยความวิปริตแบบจิตสุดขั้วดังกล่าวมาข้างต้น The Last Supper / 2005 จึงไม่เหมาะแก่นักดูหนังสยองขวัญประเภทจิตอ่อนแต่ประการใด แต่ในขณะเดียวกัน The Last Supper หรือ Saigo No Bansan / 2005 กลับสมควรเป็นยิ่งสำหรับนักเสพหนังสยองขวัญประเภท “รักหนังสยองขวัญเรตอันตรายเข้าไส้” ที่จะต้องพยายามไขว่คว้า เสาะแสวงหามันมาเพื่อให้ได้รับชมเสียสักครั้งในชีวิต…….








อันดับ 12. All Night long 5  :  Initial O // คะแนน 69.6 / 100


All Night long 5  :  Initial O หรือ Ooru naito rongu: Inisharu O (ค่ำคืนที่แสนยาวนานและทรมาน ภาค 5) ออกฉายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ.2003 นำแสดงโดย Sakura Kobayashi(Sakura), Kadu Koide, Ayumu Saito, เเละ Salmon Sakeyama (Sakeyama Saamon) กำกับโดย Katsuya Matsumura บทหนังโดย Katsuya Matsumura และ Rusher Ikeda เปิดเรื่องด้วยสาวทำงานหน้าตาดีนางหนึ่งชื่อ Sakura (ตัวเอกของเรื่อง)กำลังเดินอยู่ในม่านหมอกแห่งห้วงราตรีกาล ณ เมืองใหญ่เมืองหนึ่ง เธอกำลังเดินทางกลับสู่เคหสถานหลังน้อยเพื่อพักผ่อน แต่กลับมีเรื่องราวร้ายแรงเกิดขึ้นตรงหน้า เมื่อปรากฏหนุ่มทำงานออฟฟิตนายหนึ่งกระโดดตึกฆ่าตัวตายต่อหน้าเธอ ร่างที่ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า(ยอดตึก)ดิ่งพสุธาลงสู่พื้น กายร่างแหลกเหลว หัวแตกเละน้ำและเนื้อสมองไหลนองพื้นกระจุยกระจายอย่างน่าสยดสยองพองขน Sakura ตกใจเป็นที่สุดจึงวิ่งไปหลบที่มุมตึกแล้วจัดการสำเร็จโทษน้องสาวด้วยความเริงรื่น Sakura เธอเป็นผู้ชื่นชอบความตายอย่างเจ็บปวดของผู้อื่น นำมาทำเรื่องอภิรมย์ส่วนตัวอย่างเจ็บป่วยทางจิต เห็นคนถูกทรมาน เห็นคนตายแล้วอยากมีเซ็กส์ประมาณนั้น กับการถูกเชื้อเชิญจากชายหนุ่มลึกลับ หล่อ-รวย และสาวสวยอีกนาง ณ คฤหาสน์หรูหลังงาม เรื่องราวแห่งค่ำคืนอันแสนยาวนานและทรมานจึงเริ่มเปิดม่านอีกครา 1หญิงสาวที่ชื่นชอบความเจ็บปวดของผู้อื่น กับ 1 หญิงสาวที่ชื่นชอบให้เธอนั้นเจ็บปวด และเขาผู้ต้องการได้รับความเจ็บปวดที่แสนสุข  เราทั้ง 3 จะมามีความสุขด้วยกัน








อันดับ 11. Martyrs / 2008 // คะแนน 70.4 / 100


ณ บ้านพักริมทางเปลี่ยวหลังหนึ่ง ฉันจ้องมองอย่างครุ่นคิดหลายตลบ บ้านหลังนี้เองที่เพียบพร้อมไปด้วยหัวหน้าครอบครัวที่แสนใจดี แม่ที่รักและเข้าใจลูกๆทั้งสอง พี่ชายคนโตจิตใจร่าเริง น้องสาวที่แสนวุ่นวาย ช่างเป็นครอบครัวที่แสนมีความสุขเสียจริงๆ เอาล่ะ ฉันคิดได้แล้ว……ฉันจะฆ่าพวกมันทั้งหมด!!!
             
Martyrs (ศรัทธาอำมหิต)หนังฝรั่งเศสในปี 2008 หนังแนวจิตวิเคราะห์ โหดเลือดสาดแบบมีที่มาที่ไป สุดโต่งในแง่ของการนำเสนอภาพและเรื่องราวอันโหดร้ายต่อหน้าผู้ชม ผลงานการกำกับและเขียนบทหนังของ Pascal Laugier(ปาสกาล โอล์กิแยค์) Morjana Alaoui(Anna), Mylène Jampanoï(Lucie), Catherine Bégin(Mademoiselle), Robert Toupin(Le père), Patricia Tulasne(La mère), Juliette Gosselin(Marie), Xavier Dolan(Antoine /as Xavier Dolan-Tadros), Isabelle Chasse(La Créature), Emilie Miskdjian(La Suppliciée), Mike Chute(Homme / Bourreauป, Gaëlle Cohen(Femme de main), Anie Pascale(La femme), Jessie Pham(Lucie Jeune) เเละ Erika Scott(Anna Jeune) โดยได้ดารารับบทเด่นในหนังเรื่องนี้คือ Morjana Alaoui(Anna), Mylène Jampanoï(Lucie) เเละ Catherine Bégin(Mademoiselle)
             
เรื่องราวของ Lucie เด็กสาวที่ซึ่งหนีออกมาจากสถานที่คุมขังนรกใต้ดินแห่งหนึ่งได้อย่างเฉียดฉิว เธอได้รับการปฐมพยาบาลจนหายแต่ก็ต้องแลกกับการสูญเสียความทรงจำบางส่วนไป แพทย์ที่ทำการรักษาเธอลงความเห็นตรงกันว่าเธอไม่ได้ถูกข่มขืน หรือล่วงละเมิดทางเพศแต่อย่างใด แต่ถูกล้ามเอาไว้ด้วยโซ่ ถูกรุมทุบตี ทรมานจนแสนสาหัสอย่างไร้ที่มาที่ไป อยู่มาวันหนึ่งสาวน้อยอีกนางชื่อ Anna คนไข้ของโรงพยาบาลอีกคนได้เข้ามาเป็นเพื่อนสนิทของเธอ และได้เริ่มเห็นพฤติกรรมบางอย่างของ Lucie ที่เปลี่ยนไป เธอกำลังถูกฝันร้ายในอดีตตามหลอกหลอนอย่างบ้าคลั่ง ณ เวลาที่ Lucie เจอกับภาพเหตุการณ์หลอนนั่นเอง Anna คือคนๆเดียวที่เธอไว้ใจ รู้สึกปลอดภัยเมื่อได้อยู่ใกล้ จวบจนเวลาผันผ่านไปครบ 15 ปี ทั้งสองยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง Lucie ได้ไปพบเข้ากับคนที่เคยลักพาตัวเธอเมื่อ 15 ปีก่อนโดยบังเอิญ เธอสืบหาจนรู้ถึงที่อยู่ของเขาและครอบครัว วินาทีนั้นเองความคิดที่จะสืบถึงที่มาที่ไปของตัวเอง และการล้างแค้นครอบครัววิปริตที่จับตัวเธอไปทรมานอย่างแสนสาหัสเมื่อ 15 ปีก่อนก็บังเกิดขึ้นในสมอง ปืนลูกซองและกระสุนถูกเตรียมไว้พร้อมแล้ว Lucie กำลังก้าวย่างไปข้างหน้ายังเคหะสถานหลังน้อยของครอบครัวนั้นอย่างแสนเจ็บปวด มันคือจุดจบ หรือจุดเริ่มต้นแห่งโซ่ตรวนเมื่อ 15 ปีก่อนกันแน่


Martyrs กับฉากฆ่าล้างครัวอันแสนวิปริต ในหนังเรื่อง Martyrs (ศรัทธาอำมหิต)ของผู้กำกับ Pascal Laugier (ปาสกาล โอล์กิแยค์) หนังฝรั่งเศสในปี 2008 ที่สร้างกระแสเกรี้ยวกราดรุนแรงได้อย่างน่าสะพรึง หนังเปิดเรื่องแห่งกาลปฐมบทได้อย่างน่ารัก  ด้วยภาพครอบครัวที่แสนจะอบอุ่น  พ่อ  แม่  ลูกชาย  ลูกสาว  พลันแสงสว่างแห่งความอบอุ่นหมดไป กลายกลับเป็นนรกที่มาเยือน กับฉากการฆ่าล้างครัวที่แสนอำมหิตแห่งตำนาน ผู้มาเยือนกับปืนลูกซอง กระสุนครบมือ ไล่ยิงสมาชิกในบ้านทีละคน ทีละคน ไม่รับฟังเสียงสวดอ้อนวอน เป็นฆาตกรรมด้วยกระสุนโหดล้างครัวอย่างวิปริตผิดมนุษย์ เป็นหนังทำร้ายจิตใจคนดู(เข้าขั้นรุนแรงมากๆ) หนังเสื่อม  อันตราย  จิตตก  แต่ฆ่ากันอย่างมีเหตุผล และมีนัยแฝงเร้นอย่างศรัทธาบ้าคลั่ง หนังเรื่องนี้เคยฉายในเทศกาลหนังแห่งหนึ่ง  ปรากฏว่าฉายไปได้เพียง 30 นาที……..คนดูเดินออกเกือบหมดโรง!!!   
             
Martyrs (ศรัทธาอำมหิต) คือหนังโหดที่โหดแบบมีเหตุผลมีที่มาที่ไป ยิ่งฉากท้ายๆหลายคนคงภาวนาขอให้หนังจบลงเร็วๆ Martyrs เป็นหนังที่โหด-อันตราย อึดอัด ชวนให้หายใจไม่ทั่วท้องอยู่ตลอดเวลา หลายคนยอมรับว่าหนังเรื่อง Martyrs คือหนังที่พวกเขาและเธอไม่สามารถทนดูให้จบได้







อันดับ 10. Concrete-Encased High School Girl Murder Case / 1995  // คะแนน 72.1 / 100

หนังอันตราย  :  Concrete-Encased High School Girl Murder Case / 1995  (คดีฆาตกรรมจุนโกะ ฟูรุตะ)

ถ้าจะกล่าวถึงหนังสยองขวัญ-จิตตก สร้างจากเรื่องจริงอันสะเทือนขวัญและโด่งดังที่สุดในเกาะญี่ปุ่น หลายคนคงนึกถึงหนังของผู้กำกับ Katsuya Matsumura เรื่อง Concrete-Encased High School Girl Murder Case ในปี 1995 เเละฉบับรีเมคของ Hiromu Nakamura เรื่อง School girl in Cement ในปี 2004 (หรือ Konkurîto / 2004) แน่นอนล่ะว่ามันเป็นหนังที่สร้างโดยอิงเรื่องจริงที่สั่นสะเทือนต่อความรู้สึกของชาวญี่ปุ่นทั้งประเทศ  หนังอิง “คดีฆาตกรรมจุนโกะ ฟูรุตะ” หรือที่หลายคนเรียกกันว่า “คดีฆ่ายัดถังโบกซีเมนต์”

Concrete-Encased High School Girl Murder Case ในปี 1995 โดยผู้กำกับ Katsuya Matsumura (ภาคต้นฉบับใช้ชื่อว่า Joshikôsei konkuriito-dume satsujin-jiken / 1995) ช่วงแรกหนังนำเสนอเรื่องราวสุดก้าวร้าว-เลวแบบสุดขั้วของสามหนุ่มญี่ปุ่นอันประกอบไปด้วย มิยาโนะ ฮิโรชิ อายุ 18 ปี, มินาโตะ โนบุฮารุ อายุ 16 ปี และโจ คามิเซคุ อายุ 17 ปี สามหนุ่มสมาชิกแก๊งค์ยากูซ่ากับพฤติกรรมเด็กเลว ปล้น ฆ่า ข่มขืน ทารุณกรรมทั้งคนในครอบครัวและเพื่อนร่วมสังคมอย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ วันหนึ่งทั้งสามได้บังคับเพื่อนร่วมชั้นเรียนชื่อนางสาวจุนโกะ ฟูรุตะ ให้มาที่บ้านของมินาโตะ โนบุฮารุ ที่อาดาจิ-โตเกียว จากนั้นทั้งสามและเพื่อนชั้นเลวอีกหลายคนได้กระทำการทารุณกรรมกับเธออย่างโหดร้ายผิดมนุษย์  เริ่มตั้งเเต่วันที่ 22 พฤศจิกายน ปี 1988 เธอถูกบังคับให้โทรไปบอกที่บ้านว่าเธออยู่ที่บ้านเพื่อนไม่ต้องออกตามหา, จากนั้นเธอถูกข่มขืนโดยผู้ชายกว่าร้อยคน, ถูกซ้อมอย่างรุนแรงนับไม่ถ้วน, เอาบุหรี่จี้ที่แขน, ตีด้วยไม้กอล์ฟ, บุหรี่ยัดลงในช่องคลอด, เผาเปลือกตาด้วยไฟเเช็ก, ตัดหัวนมด้วยคีม, เอาดอกไม้ไฟยัดใส่ในทวารหนักและจุดไฟ เเละ ฯลฯ สุดท้ายวันที่ 44 ของการทรมาน เธอถูกน้ำมันราดทั้งตัวเเละจุดไฟเผา จบสิ้นชีวิตที่สุดเเสนทรมานในวันที่ 4 มกราคม ปี 1989  หลังจากนั้นเหล่าเดนทรชนก็นำร่างอันไร้ดวงวิญญาณของ นางสาวจุนโกะ ฟูรุตะ มาใส่-ยัดไว้ในถังขนาดใหญ่และเทปูนซีเมนต์โบกทับไว้ แล้วเอาไปทิ้งไว้ในสถานที่ก่อสร้างในโคโตะ-โตเกียว…….

Concrete-Encased High School Girl Murder Case / 1995 หนังแรงจนถูกสั่งแบนจากการวางจำหน่ายรวมถึงการรับชมในแบบเว็บดูหนังออนไลน์มาแล้วเกือบทั่วทั้งโลก เนื่องจากฉากต่างๆสร้างออกมาได้แบบสุดสมจริง และเป็นการสร้างโดยอิงเรื่องราวจริงในประวัติศาสตร์-สะเทือนใจชาวญี่ปุ่นทั้งประเทศ (น่าจะสะเทือนใจชาวญี่ปุ่นทั้งโลกก็ว่าได้) มันจึงเป็นหนังสยอง-จิตที่ติดเรต “อันตรายแบบสูงสุด” โดยไม่ต้องสงสัย หาชมยากในระดับต้นๆของโลก และมีน้อยคนนักที่จะหาพบรวมถึงได้รับชมมันจนจบ !!

****** หมายเหตุ ****** Concrete-Encased High School Girl Murder Case / 1995 หรืออีกชื่อหนึ่งว่า Joshikôsei konkuriito-dume satsujin-jiken / 1995 กำกับโดย Katsuya Matsumura นักเเสดงนำประกอบไปด้วย Yuujin Kitagawa, Satoru Saitô เเละ Eisuke Sasai  ///  เรต  :  หนังอันตราย  ไม่เหมาะแก่เด็ก สตรี หญิงมีครรภ์  คนชรา  คนมีโรคประจำตัว  และผู้ยึดมั่นถือมั่นในศีลธรรมทุกคน



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,498
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 01 มกราคม, 2557, 14:59:03 »



อันดับ 9. Visitor Q / 2001 // คะแนน 79.9 / 100


โรคจิตเต็มขั้น!!!
             
Visitor Q หรือชื่อในแบบฉบับญี่ปุ่นว่า Bijitâ Q ภาคภาษาไทยใช้ “ครอบครัวโรคจิต” หรือ “ครอบครัวอลวน” ผลงานการกำกับของ Takashi Miike และเขียนบทหนังโดย Itaru Era นำแสดงโดย Ken'ichi Endô(Kiyoshi Yamazaki / Father), Shungiku Uchida(Keiko Yamazaki / Mother), Kazushi Watanabe(The visitor), Jun Mutô(Takuya Yamazaki / Son), Fujiko(Miki Yamazaki /Daughter), Shôko Nakahar(Asako Murata) เเละ Ikko Suzuki(Sasaoka) โดยนักแสดงนำในเรื่องคือ Ken'ichi Endô, Shungiku Uchida และ Kazushi Watanabe
             
Visitor Q (ครอบครัวโรคจิต)ออกฉายครั้งแรกในปี 2001 ในประเทศญี่ปุ่น โดยได้ Rate ในการฉายในครั้งนั้นคือ Rate R ซึ่งบางแห่งให้เป็นหนัง Cult และอีกหลายสถาบันให้เป็นแนว Black-Comedy/Cult หนังเรื่องนี้มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 85 นาที มี Kōji Endō ทำดนตรีประกอบ และได้ Yasushi Shimamura ตัดต่อภาพ ตัวหนังใช้ภาษาญี่ปุ่นในการสื่อสารกับผู้ชม โดยต่อมามีการทำ Subtitle (คำบรรยาย)ออกมาอีกหลายภาษา ในไทยเท่าที่เห็นมี 2 Version คือ Subtitle  :  Japanese/Thai และ Subtitle  :  English/Thai 
             
อนึ่ง ว่าด้วยเรื่องหนัง Rate R, หนัง Cult และหนังแนว Black-Comedy/Cult ให้พอเข้าใจเป็นกระษัยร่วมกัน ก่อนไปทำความรู้จักกับ Visitor Q (ครอบครัวโรคจิต)ให้ลึกซึ้งมากกว่าที่เป็น
             
หนัง Rate R (เรต อาร์) หรือ Restricted หมายถึง หนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ มีมีความรุนแรงด้านภาพและเสียงที่ชวนสยดสยอง ใช้ภาษาในหนังที่ไม่เหมาะสม ห้ามเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 17 ปีเข้ารับชมเพียงลำพัง โดยหากเด็ก-เยาวชนอายุต่ำกว่า 17 ปีต้องการเข้าชมต้องมีผู้ปกครองพาเข้าหรือไปด้วย
             
หนัง Cult (หนังคัลต์) หรือ Cult Films โดยภาพรวมแล้วหมายถึง หนังที่มิได้อยู่ในกระแสสายหลักในสังคมคนดูหนังหมู่มาก แต่เป็นหนังที่เต็มไปด้วยภาวะสุดขั้วบางประการ บ้างก็ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์หลากหลาย บางคนมองว่าเป็นหนังเพี้ยน  บ้าบอคอแตก-หลุดโลก หรือเป็นหนังที่มีโปรดักชั่นพิกลพิการไม่สมประกอบ(Production หรือ การผลิต) เป็นหนังที่ได้รับการตอบรับในด้านลบจากคนดูหมู่มากสะท้อนกลับมาอย่างรุนแรง แต่ถึงกระนั้นกลับทำให้คนดูเพียงบางกลุ่มเกิดอาการลุ่มหลงโดนใจอย่างรุนแรงบูชาประหนึ่งเทพเจ้าของตน

หนังแนว  Black-Comedy/Cult ละครตลกร้าย หรือตลกร้าย  ซึ่งก็คือ Black-Comedy นั่นเอง เป็นการแสดงที่ชวนให้ผู้ชมเกิดอาการขบขัน แต่ในขณะเดียวกันก็บังเกิดอาการเจ็บลึกเหมือนโดนใครเอาค้อนปอนด์มาทุบเข้าที่ศีรษะด้วยเช่นเดียวกัน อาทิ ตัวร้ายในหนังเรื่องหนึ่งถูกปืนลูกซองของพระเอกยิงเข้าหัวจนกระโหลกแยกหายไปซีกหนึ่ง แต่กว่าตัวร้ายจะตายกลับเดินไปจุดบุหรี่สูบอย่างสบายใจซะหลายนาที หรืออย่างฉากที่ตัวเอกในเรื่อง Visitor Q เจอกันครั้งแรก ซึ่งก็คือการพบกันแถวสถานีรถไฟของ Kiyoshi Yamazaki และ The visitor นั่นเอง Kiyoshi Yamazaki ถูก The visitor ทุบด้วยก้อนหินจนเลือดอาบหน้าหลายต่อหลายครั้ง แล้วทั้งสองก็เป็นเพื่อนกัน นี่ล่ะที่เรียกว่าตลกร้าย
             
หนังเรื่อง Visitor Q ของยอดผู้กำกับ Takashi Miike ฉายา “เจ้าพ่อหนังคัลต์แห่งเกาะญี่ปุ่น” หรือ King of Cult ที่ใช้เวลาในการถ่ายทำหนังเรื่องนี้สั้นแค่ 7 วันโดยประมาณด้วยทุนทรัพย์ที่ต่ำมากบวกกล้องวีดีโอราคาถูกในการถ่ายทำแต่มีคุณภาพประหนึ่งงานศิลป์ชั้นเลิศที่อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี เขียนภาพวาดแบบ “กระซวก” บนเฟรมผ้าใบ(Canvas)เป็นรูปสิงสาราสัตว์ชนิดต่างๆ เขียนบนผ้าใบ Canvas ขนาดใหญ่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ขายได้ในราคาหลายล้านบาท Visitor Q ก็เช่นเดียวกันจัดเป็นหนังที่สร้างชื่อเสียงให้ Takashi Miike เป็นอย่างยิ่งแม้นระยะเวลาในการถ่ายทำจะแค่ราว 7 วัน ถึงกระนั้นก็ดีหนังเรื่องนี้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักไปทั่วโลกในเวลาต่อมา
             
เรื่องราวใน Visitor Q หรือครอบครัวโรคจิต เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวันแบบอปกติของครอบครัวๆหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ประกอบไปด้วย พ่อ-แม่-ลูกสาว-ลูกชาย ทั้ง 4 ดำเนินชีวิตที่แสนวิปริต-เจ็บป่วยทางจิต (เจ็บป่วยทางจิตเข้าขั้นรุนแรง) จนอยู่มาวันหนึ่งเหตุการณ์เปลี่ยนไปเมื่อมีผู้มาเยือนปริศนา ชายหนุ่มชื่อ Q ผู้มีเสน่ห์และแรงดึงดูดอย่างแปลกประหลาด
             
             -พ่อ (Ken'ichi Endô) มีอุปนิสัยขี้ขลาด หัวหน้าครอบครัวที่มีอาชีพเป็นนักถ่ายทำรายการสารคดีเกี่ยวกับชีวิตวัยรุ่น วันๆบ้าแต่งาน ทำงานจนลืมครอบครัว วันหนึ่งไปถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับชีวิต และสภาพครอบครัววัยรุ่นใจแตกเข้า ถ่ายไปถ่ายมาเจอเข้ากับลูกสาวตัวเองที่กำลังขายบริการทางเพศอยู่ ด้วยจิตวิญญาณแห่งความเป็นบิดาอันประเสริฐ……คุณพ่อจึงใช้บริการซะ
             -แม่ (Shungiku Uchida) เป็นแม่บ้านในครอบครัวนี้ อุปนิสัยเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดค่อยจา บางวันถูกลูกชายซ้อมจนเลือดอาบ จึงต้องหาทางระบายด้วยการออกไปขายบริการทางเพศในเวลากลางวันเพื่อนำเงินมาซื้อยาเสพติด(เฮโรอีน)เสพให้หลุดพ้นจากโลกที่เป็นอยู่
             -ลูกสาว (Fujiko) คาดเดาเอาว่าน่าจะเรียนอยู่ในชั้น ม.ปลาย มีนิสัยชอบเที่ยวกลางคืน เมื่อต้องการเงินใช้ เธอจึงออกมาขายบริการทางเพศให้แก่ทุกๆคนที่เธอเจอ ไม่เว้นแม้กระทั่งพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเอง
              -ลูกชาย (Jun Mutô) เด็กนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งมีนิสัยค่อนข้างเก็บตัว อ่อนแอ จึงมักถูกเพื่อนๆที่โรงเรียนกลั่นแกล้งอยู่เป็นประจำ เมื่อกลับถึงบ้านในตอนเย็นจึงมาลงที่การซ้อมแม่ของตัวเองเป็นการระบายแค้น
             
หนังเรื่องนี้สร้างออกมาเพื่อตีแผ่ และปอกเปลือกการดำเนินชีวิตของสังคมคนญี่ปุ่นในยุคสมัยปัจจุบันได้อย่างถึงพริกถึงขิงเป็นที่สุด ผู้กำกับ Takashi Miike จงใจที่จะสะท้อนปัญหาต่างๆโดยใช้ภาพความรุนแรงแก้ไขปัญหาความรุนแรงในบั้นปลายของหนัง เซ็กส์ ยาเสพติด ความรุนแรง โรคจิต ความไม่เข้าใจกันในครอบครัว การไม่เปิดใจเพื่อรับฟังปัญหาซึ่งกันและกัน ทุกเรื่องรุมเร้าเข้ามาในครอบครัวดังกล่าวนี้จนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ กระทั่งอยู่มาวันหนึ่งมีชายฉกรรจ์ปริศนานามว่า Q เดินเข้ามาในบ้าน-ครอบครัวแห่งนี้เพื่อเปิดจุกก๊อกให้ทุกคนในครอบครัวเข้าใจกัน กลับมาเป็นครอบครัวที่มีความสุข (สุขแบบโรคจิต)อีกครั้ง
             
เป็นหนังที่มีดีกรีความจัญไรสูงมากๆ เสื่อมได้ใจ นำเข้าซึ่งวังวนแห่งอาการเจ็บป่วยทางจิต-โรคจิตแบบเต็มขั้น เปิดตัวหนังด้วยคำโปรย “คุณเคยร่วมหลับนอนกับพ่อของตัวเองไหม?” จากนั้นจึงเป็นฉากการร่วมรักกันระหว่าง พ่อ-ลูกสาวที่ขายบริการทางเพศแบบโจ๋งครึม  “คุณเคยกระทืบแม่ตัวเองบ้างไหม?” จากนั้นจึงเป็นฉากที่ลูกชายซ้อมแม่ของตัวเองเพื่อระบายแค้นอย่างบ้าคลั่ง  “คุณเคยถูกก้อนหินตีเข้าที่หัวจนเลือดอาบบ้างรึเปล่า?” หลังจากที่ชายนิรนาม Q ตีหัวผู้เป็นพ่อที่สถานีรถไฟ ทั้งสองก็กลายมาเป็นเพื่อนรักกันอย่างชวนแปลกประหลาดเป็นที่สุด หลังจากหนังเรื่องนี้ออกฉายตามเทศกาลหนังในประเทศต่างๆ รวมถึงจัดจำหน่ายในรูปแบบแผ่น DVD มีทั้งเสียงชื่นชมยกย่องตามมาว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดีมาก มีพล็อตเรื่องและการแสดงที่ดีเยี่ยมอบอุ่น มากพอๆกับเสียงด่าทอสาปแช่งตามมาว่า Visitor Q เป็นหนังจัญไร หนังระยำ หรือหนังจิตแตกแล้วแต่จะเรียกกัน ถึงจะมีกระแสชื่นชมและสาปแช่งหนังเรื่องนี้ออกเป็นสองฝ่าย โดยที่แต่ละฝ่ายต่างก็มีจุดยืนที่จะเชื่อในหลักการและเหตุผลของตนต่างกัน ถึงจะไม่รู้ว่าทั้งสองฝ่ายที่สนับสนุนแนวคิดเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้กับฝ่ายที่ต่อต้านใครกันแน่คือฝ่ายที่ถูก แต่ที่รู้กันแน่ๆตอนนี้แล้วนั่นก็คือ Visitor Q คือหนังที่ควรเก็บให้พ้นมือเด็ก









อันดับ 8. Snuff 102 / 2007 // คะแนน 82.0 / 100


เรื่องราวแห่งม้วนวีดีโอต้องห้ามที่นักแสดงตัวเด่นในเรื่องต้องแลกด้วยเลือดเนื้อและชีวิต คือการแสดงอันทรงพลานุภาพจากขุมนรก เผยสันดานดิบธาตุแท้ของมนุษย์ในด้านมืดอันบอดสนิท หยดโลหิต เสียงหวีดร้อง น้ำตา และคำสวดอ้อนวอนขอ พฤติกรรมลุ่มหลงอย่างประหลาดแปลกแยกแสนอันตราย นำมาซึ่งการเสาะแสวงหา สร้างบางสิ่งอันแสนบ้าคลั่ง มืดดำและดิ่งลึก สงัดเงียบประหนึ่งก้าวย่างสู่แดนรัตติกาลอเวจีชั่วกัปกาล
             
Snuff 102 หรือ อเวจี 102 เป็นหนังสยองขวัญแนวใต้ดินสุดเถื่อนจากทวีปอเมริกาใต้ หนังสัญชาติอาร์เจนตินาเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับและเขียนบทหนังโดย Mariano Peralta นำแสดงโดย Andrea Alfonso(Víctima 100), Julián Alfonzo(Niño), Rodrigo Bianco(Asesino), Nicolás Blanco(Adicto), Lucas Delgado(Contacto), Yamila Greco(Víctima 102), Salvador Haidar(Actor pornografía), Silvia Paz(Víctima 101), Eduardo Peralta(Taxista),  Mariano Peralta(Voz asesino) เเละ Eduardo Poli(Crítico de cine) โดยที่ผู้กำกับ Mariano Peralta เลือกเฟ้นนักแสดงระดับดังๆในประเทศอาร์เจนติน่ามาเป็นตัวชูโรงให้แก่หนัง อาทิ Andrea Alfonso, Julián Alfonzo และ Rodrigo Bianco แต่ปรากฏว่าบทเด่นของหนังเรื่องนี้จริงๆกลับตกไปที่ดาราสาวนัยน์ตาคมเข้มอย่าง Yamila Greco ซึ่งรับบทเป็น Víctima 102 หรือเหยื่อรายที่ 102 ในหนังสุดอื้อฉาวเรื่องดังกล่าวแทน
             
Snuff 102 ผลิตโดย T PROD Films โดยมี El Hemisferio Derecho รับทำเพลงประกอบหนังให้ ผู้กำกับ Mariano Peralta สร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นโดยใช้ภาษาอาร์เจนตินา และภาษาสเปนในการสื่อสารกับคนดู Snuff 102 ฉายครั้งแรกในโรงหนังของประเทศอาร์เจนตินาราวเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ.2007 ในงาน Mar del Plata International Film Festival(ภาษาอาร์เจนตินา) หรือที่รู้จักกันในภาคภาษาสเปนว่า Festival Internacional de Cine de Mar del Plata ซึ่งเป็นงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติอันทรงเกียรติซึ่งจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนของทุกปีในเมือง Mar del Plata ประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งงาน Mar del Plata International Film Festival นี้เองนับเป็นงานเกี่ยวกับการจัดฉายภาพยนตร์นานาชาติที่เป็นที่ยอมรับกันอย่างสูงในประเทศแถบลาตินอเมริกามีอายุในการจัดงานมาอย่างยาวนาน
             
อนึ่ง คำว่า “ลาตินอเมริกา” หมายถึง กลุ่มประเทศในแถบอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ที่นิยมพูดภาษากลุ่มโรมานซ์เป็นหลัก ภาษากลุ่มโรมานซ์นั้นทำความเข้าใจแบบง่ายก็คือกลุ่มภาษาที่กลายพันธุ์มาจากภาษาละตินนั่นเอง  อาทิ ภาษาสเปน ภาษาโปรตุเกส และภาษาคาตาลัน เป็นต้น โดยเชื่อว่ามีผู้ใชภาษานี้ในการสื่อสารทั่วโลกกว่า 700 ล้านคน ส่วนประเทศลาตินอเมริกาที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้นประกอบไปด้วยประเทศอาร์เจนตินา ประเทศกัวเตมาลา ประเทศเฮติ ประเทศฮอนดูรัส ประเทศบราซิล ประเทศโบลิเวีย ประเทศชิลี ประเทศเม็กซิโก ประเทศโคลอมเบีย ประเทศนิการากัว ประเทศปานามา ประเทศคอสตาริกา ประเทศคิวบา ประเทศสาธารณรัฐโดมินิกัน ประเทศเอกวาดอร์ ประเทศเอลซัลวาดอร์ ประเทศเวเนซูเอลา ประเทศเปรู ประเทศอุรุกวัย และประเทศปารากวัย เป็นต้น

หนังเรื่อง Snuff 102 มีความยาวของหนังโดยประมาณ 100 นาทีเต็ม ด้วยเป็นหนังที่มีเนื้อหา ทั้งภาพและเสียง ดิบ เถื่อน รุนแรง เกินกว่าคนธรรมดาสามัญจะสามารถรับได้ จึงปรากฏเหตุทำร้ายผู้กำกับ Mariano Peralta ในการฉายรอบปฐมทัศน์ของหนังเรื่องนี้มาแล้วในงาน Mar del Plata International Film Festival 2007 เล่าลือกันว่า Mariano Peralta ได้รับการจัดสรรส่วนแบ่งเวลาในงาน Mar del Plata International Film Festival 2007 ให้ฉายหนังเรื่อง Snuff 102 รอบเปิดตัว ซึ่งปรากฏว่าหลังจากหนังเรื่องดังกล่าวฉายได้เพียงไม่นานก็เกิดเสียงเล่าลือในหมู่ผู้ชมว่าฉากบางฉากในหนังเรื่องนี้เป็นฟุตเทจของจริง ซึ่งสะกดและช็อคคนดูจนเกิดอาการจิตตก หวาดผวา อ้วกแตก เจ็บป่วยทางจิตได้อย่างไม่ยาก ผู้ชมในงานบางส่วนเกิดความสับสน โกรธแค้นผู้กำกับเป็นอย่างมาก และก่อนที่หนังเรื่องนี้จะฉายจบ มีฝูงชนเป็นจำนวนมากที่โกรธแค้นผู้กำกับ Mariano Peralta กรูกันเข้ามาเพื่อทำร้ายผู้กำกับและทีมงานสร้างหนัง เกิดการโกลาหลย่อยๆขึ้นในโรงหนังในงานคราวนั้นต้องมีการห้ามทัพกันวุ่นวายไปหมดทั้งงาน นอกจากนี้จากกระแสอันเกรี้ยวกราดของหนังเรื่องดังกล่าวนี้เองยังส่งผลให้ Mariano Peralta และทีมงานถูกขู่ฆ่าจากช่องทางการสื่อสารหลายทาง  โดยเฉพาะหน้าโฆษณาเว็บไซต์ของหนังเรื่อง Snuff 102 ถูกถล่มด้วย E-Mail ขู่ฆ่าผู้กำกับและทีมงาน E-Mail เข้ามามากเสียจนต้องปิดเว็บไซต์ทิ้งกันไปเลยทีเดียว
             
เรื่องราวในอเวจี 102 หนังที่ถ่ายแบบภาพขาว-ดำ สลับภาพสีเป็นระยะๆ เกี่ยวกับนักข่าวสาวตัวเอกของเรื่อง(Yamila Greco)ที่กำลังค้นคว้าและออกตามหาสนัฟฟ์ฟิล์ม(Snuff film1)ในแบบ Real Snuff film ถ่ายจริงฆ่าจริงตายจริงในประเทศอาร์เจนติน่า เรื่องราวเกี่ยวกับนักฆ่านิรนามที่สังหารเหยื่อไปมากถึง 99 ศพเพื่อสร้างหนังแห่งตำนาน จนเมื่อตัวเอกของเรื่องพยายามติดต่อหาข้อมูลจากผู้รู้ในเรื่องดังกล่าวหลายๆคน ปรากฏว่าเธอเกิดความลุ่มหลงอย่างประหลาดในแผ่นฟิล์มนรกดังกล่าว โดยไม่สามารถถอนตัวจากโลกแห่งสนัฟฟ์ฟิล์มได้  จนในที่สุดภัยร้าย นักฆ่านิรนาม ความตาย กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้เธอจนแทบจะหายใจรดต้นคอ Andrea Alfonso รับบทสาวท้องแก่ใกล้คลอดเหยื่อหมายเลข 100 ที่ถูกกระทำย่ำยีอย่างป่าเถื่อน Silvia Paz รับบทเหยื่อหมายเลข 101 สาวสวยในค่ำคืนแห่งการลักพาตัว ถูกจับมัดเลาะซี่ฟันด้วยสิ่วอย่างสยดสยองพองขน และ Yamila Greco นักข่าวสาวสวยอันเป็นที่หมายตาของนักฆ่านิรนามที่ได้มอบหมายเลขมรณะ 102 ให้เป็นรางวัลในค่ำคืนอันแสนทรมานและสิ้นหวัง









อันดับ 7. Cannibal Holocaust / 1980 // คะแนน 86.2 / 100


ม้วนวีดีโอที่ใครคนหนึ่งพานพบเข้าโดยบังเอิญกลางป่าลึก เนื้อในมีคำเฉลยอันแสนวิปริตซ่อนอยู่ กับการเดินทางบนเส้นทางเดินอันหฤโหด ขวากหนามนานา สัตว์ร้าย และเหล่าคนกินคน มันจะแล่ มันจะหั่น ผู้มาเยือนออกเป็นชิ้นๆอย่างน่าสยดสยองพองขน มันจะกัด มันจะเคี้ยวกลืนกินกันอย่างเริงร่ารื่นเริง มาสิ มาสนุกกับพวกมัน!!!
             
Cannibal Holocaust (เปรตเดินดินกินเนื้อคน)หนังคัลท์สุดอื้อฉาวในปี ค.ศ.1980 ผลงานการกำกับของ Ruggero Deodato ผู้กำกับหัวรุนแรงชาว Italy โดยได้ Gianfranco Clerici เขียนบทหนัง นำแสดงโดย Robert Kerman(Harold Monroe), Francesca Ciardi(Faye Daniels), Perry Pirkanen(Jack Anders), Luca Barbareschi(Mark Tomaso /as Luca Giorgio Barbareschi), Salvatore Basile(Chaco Losojos), Ricardo Fuentes(Felipe Ocanya), Carl Gabriel Yorke(Alan Yates /as Gabriel Yorke), Paolo Paoloni(Chief NY Executive), Lionello Pio Di Savoia(Executive /as Pio Di Savoia) เเละ Luigina Rocchi(Native)  โดยดาราที่รับบทเด่นในเรื่องระกอบไปด้วย Robert Kerman(Harold Monroe), Francesca Ciardi(Faye Daniels) เเละ Perry Pirkanen(Jack Anders)
             
เรื่องราวของนักศึกษาชาย 3 หญิง 1 นักถ่ายทำสารคดีชาวสหรัฐอเมริกาที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในการมาถ่ายทำสารคดีเรื่องสุดท้ายในป่าดงดิบแถบอเมริกาใต้ ทางสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งจึงส่งตัว Dr.Harold Monroe(รับบทโดย Robert Kerman)ออกเดินทางไปค้นหาความจริง จนในที่สุดเขาก็ได้ค้นพบม้วนเทปวีดีโอที่เป็นการบันทึกเอาไว้ก่อนหายตัวไปของนักถ่ายทำสารคดีทั้ง 4 กับเรื่องราวการเดินทางอันแสนวิปริต พฤติกรรมชนเผ่ากินคนอันโหดเหี้ยม ประเพณีแปลกประหลาด เซ็กส์ การทรมานเหยื่อในรูปแบบต่างๆ คือสิ่งที่ทั้ง 4 จะได้พาลพบประสบเจอ
             
ฉากแห่งตำนานใน Cannibal Holocaust /เปรตเดินดินกินเนื้อคน ฉากฆ่าตะพานน้ำขนาดใหญ่เพื่อกินหัวใจแบบสดๆ และฉากการข่มขืน ฆ่าเสียบไม้ ในหนังเรื่อง Cannibal Holocaust (เปรตเดินดินกินเนื้อคน) ในปี 1980 หนังของ Ruggero Deodato ผู้กำกับหัวรุนแรงชาว Italy หนังเรื่องนี้สร้างกระแสอย่างเกรี้ยวกราดในการเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ในหลายๆประเทศ  กับฉากมุมมองผ่านกล้อง Home Video ของวัยรุ่นหนุ่มสาวอเมริกันชนกับการเดินทางเข้าไปถ่ายทำสารคดีป่ากินคน-ชนเผ่ากินคนในป่าอเมซอน  ฉากที่เป็นที่กล่าวขานกันว่าช็อคคนดูทั่วโลกจนถึงกับมีคนตั้งคำถามขึ้นว่า “สิ่งที่พวกเขาได้เห็นอยู่ตรงหน้านี้ มันเป็นเพียงหนังหรือเรื่องจริง? ”  ส่วนฉากในตำนานของหนังเรื่องนี้ อันเป็นที่กล่าวขานกันในหลายประเทศ(รวมถึงในประเทศไทยด้วย)ว่ามันเป็นเรื่องจริง หรือเป็นเพียงเรื่องแหกตา ฉากนั้นก็คือ ฉากการฆ่าตะพาบน้ำขนาดใหญ่ ลากขึ้นมาจากในแม่น้ำ พลิกท้องแล้วทุบจนกระดองล่างแตกละเอียด เสร็จสรรพจึงควักหัวใจตะพาบน้ำออกมากินอย่างน่าสลดหดหู่ใจเป็นที่สุด(ฉากนี้ของจริงครับ) ส่วนอีกฉากในตำนานก็คือ ฉากที่หญิงสาวชาวป่าถูกหนุ่มชาวเมืองรุมข่มขืนและบันทึกภาพไว้เป็นวีดีโอ จากนั้นจึงฆ่าและพาร่างอันไร้วิญญาณมา เอาไม้ปลายแหลมเสียบเข้าทางปากมดลูกทะลุถึงปาก(ฉากนี้แหกตาครับ) อย่างไรก็ดีหลังจากหนังเรื่อง Cannibal Holocaust ออกฉายได้ไม่นาน Ruggero Deodato ถูกต่อต้านจากกลุ่มคนรักสัตว์และกลุ่มนักอนุรักษ์เป็นการใหญ่ในข้อหาทรมานสัตว์ และฆ่าสัตว์เพื่อถ่ายทำสารคดี

ทำไมต้องกินคน? ในบันทึกของ ส.องครักษ์ ในหนังสือฆ่ากินศพ ได้อธิบายเอาไว้เกี่ยวกับที่มาของการกินคน สรุปได้โดยย่อว่า คนจะกินคนได้นั้นขึ้นอยู่กับเหตุ-ปัจจัย 3 ประการ อันได้แก่
           
1. กินเพราะวัฒนธรรม  :  ในอดีตหลายประเทศในโลกล้วนเชื่อกันว่าการกินเนื้อคน หรือการกินคนจะทำให้พระเจ้าที่ตนนั้นนับถือพึงพอใจ ในประเทศอินโดนีเซียเชื่อว่าการกินเนื้อศัตรูจะช่วยให้ซึมซับเอาวิญญาณ ความรอบรู้มาเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ตน ส่วนชนเผ่าในหมู่เกาะฟิจิกินคนเพราะเชื่อในพระเจ้ากระหายเลือด เป็นต้น
             
2. กินเพื่อความอยู่รอด  :  ในปี ค.ศ.1972 นักรักบี้กับเพื่อนสนิทและครอบครัวพากันบินจากอุรุกวัยไปยังชิลี ปรากฏเครื่องบินตกระหว่างเดินทาง ณ เทือกเขาแอนดิสอันปกคลุมไปด้วยหิมะ มีคนตาย 13 ศพจาก 45 คน อีกหลายสัปดาห์ต่อมามีคนตายเพิ่มอีกหลายศพ มีแต่หิมะกับความหนาวดุจนรก ผู้โดยสารหลายคนจำต้องกินเนื้อศพผู้เสียชีวิตที่ฝังอยู่ในน้ำแข็งเป็นอาหาร ส่วนผู้ที่ไม่กินก็ทยอยกันตายไปทีละคนสองคน ก่อนที่ผู้รอดชีวิตจำนวน 16 คนจะได้รับความช่วยเหลือและกลับบ้านอย่างปลอดภัย
           
3. กินเพราะอาชญากรรม  :  นักอาชญากรรมหลายรายที่กินเนื้อมนุษย์เพราะมีความเชื่อตามแนวทางของตน อาทิ กินเพื่อจุดประสงค์ทางเพศ, กินเพราะความก้าวร้าวรุนแรง, กินเพราะความเชื่อและประเพณี และกินเพราะรสนิยม เป็นต้น(จากบันทึกของ ส.องครักษ์ ในหนังสือฆ่ากินศพ)
             
อนึ่ง ในเรื่องเกี่ยวกับการกินคนเพราะ “กินเพื่อความอยู่รอด” ในปี ค.ศ.1972 ที่มีการกล่าวอ้างในบันทึกของ ส.องครักษ์ ในหนังสือฆ่ากินศพ หลังจากที่เรื่องราวของผู้รอดชีวิตทั้ง 16 คนแพร่สะพัดไปทั่วแล้วนั้น ปรากฏว่าทางผู้กำกับ  Frank Marshall ได้นำเรื่องราวการเอาชีวิตรอดของคนทั้ง 16 คนท่ามกลางพายุหิมะอันหนาวเหน็บมาจัดทำสร้างเป็นหนังขึ้น โดยใช้ชื่อเรื่องว่า Alive หรือ Alive: The Miracle of the Andes ในปี ค.ศ.1993 โดยได้ Piers Paul Read เเละ John Patrick Shanley เขียนบทหนัง
             
กรรมวิธีการกินเนื้อคนจากปากผู้รอดชีวิตในหนังเรื่อง Alive: The Miracle of the Andes กล่าวกันว่า ใช้วิธีการนำเอาศพของผู้เสียชีวิตในคราวเครื่องบินตกที่แอนดิส นำมาเฉือนด้วยเศษกระจกแตก(หน้าต่างเครื่องบิน)เสียก่อน โดยการเลาะเอาหนังออกให้หมด จากนั้นจึงขูดเนื้อแดงออกมาเป็นแผ่นบางๆพอดีคำ นำไปตายแช่แข็งไว้ภายนอกซากเครื่องบิน พอเนื้อแข็ง กรอบได้ที่ก็สามารถนำมารับประทานกันตายได้  “เราต้องกิน ไม่ว่าจะเป็นอะไร เราต้องกินเพื่อให้มีชีวิตกลับไปหาคนที่เรารัก” หนึ่งในเหยื่อผู้รอดชีวิตกล่าวเอาไว้ ณ ตอนหนึ่งในหนังเรื่องดังกล่าว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,498
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 01 มกราคม, 2557, 14:59:32 »



อันดับ 6. Niku Daruma / 1998 // คะแนน 90.7 / 100


ความหฤโหดอยู่ตรงหน้า กรุณาเปิดตาให้กว้าง!!!
             
Niku Daruma หรือในชื่อภาคภาษาไทยว่า “ตุ๊กตาไม้ลอย” หรือ “ตุ๊กตาคนเป็น” ผลงานการกำกับและเขียนบทหนังโดย Tamakichi Anaru  ในปี 1998 พากย์ภาษาญี่ปุ่นซับอังกฤษ นำแสดงโดย Kanako Ooba(Kana/Tumbling Doll of Flesh), Kikurin(Kiku/Visceral Sex Performer), Tamakichi Anaru(Snuff Video Director) เเละ Yuuji Kitano(Snuff Video Cameraman) โดยนักแสดงเด่นในเรื่องก็คือ Kanako Ooba ผู้รับบท Kana/Tumbling Doll of Flesh หญิงสาวผู้ถูกกระทำทารุณกรรมอย่าป่าเถื่อนในการถ่ายทำม้วนวีดีโอมรณะดังกล่าว

Niku Daruma (ตุ๊กตาไม้ลอย)หนังแนว Horror-Porno-Adult (จะว่าไปแล้วมันก็คือหนังโป๊สำหรับผู้ใหญ่ดีๆนี่เอง)ที่ละลานตาไปด้วยฉากเกี่ยวกับเซ็กส์บนเตียงบวกการฆาตกรรม-ทารุณกรรมฉบับเลือดสาดตลอดรายการ บางคนก็จัดหนังเรื่องนี้ออกในแนว Rape เพราะมีฉากการข่มขืนนางเอกในเรื่องด้วย(ถึงแม้ว่าในช่วงต้นเรื่องจะเป็นแบบ Statutory Rape ก็ตามที(Rape คือ การข่มขืน/Statutory Rape คือ การมีเพศสัมพันธ์โดยที่มิได้บังคับข่มขืน แต่คู่ร่วมสมยอมเอง) แต่ในขณะเดียวกัน Niku Daruma ก็มีกระบวนการถ่ายทำที่เชื่อว่าเป็นแบบ Snuff Film แต่เป็น Snuff Film ในสาย Fake Snuff Film (คือแบบปลอมๆ)หากจะพูดว่า Niku Daruma คือ Guinea Pig  :  Flower of Flesh and Blood ในคราบหนังโป๊ก็คงพูดได้เกือบเต็มปาก
             
เรื่องราวสุดสยองชวนสะเทือนใจใน Niku Daruma (ตุ๊กตาไม้ลอย)เริ่มจากกล้องแอบถ่ายตัวหนึ่งกำลังบันทึกภาพเคลื่อนไหวของทีมงานรับสมัครนักแสดงหนังแนว AV (AV หรือ Adult Video หมายถึง หนังโป๊/หนังผู้ใหญ่)ซึ่งทีมงานเองกำลังยุ่งอยู่กับการสัมภาษณ์นักแสดงชาย-หญิงเพื่อคัดเอามาเล่นหนัง ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ปรากฏว่ามีชาย-หญิงคู่หนึ่งสอบผ่านและตอบตกลงรับเงินจากทางทีมงานเป็นที่เรียบร้อย ถึงกำหนดนัดหมายทั้งคู่และทีมงานจึงนั่งรถตู้ออกไปยังสถานที่ถ่ายทำ ณ บ้านหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ค่อนข้างห่างไกลผู้คน จวบจนทำความคุ้นเคยกันบนเตียงของคู่หนุ่มสาว หลายสิ่งหลายอย่างคงดำเนินไปอย่างราบรื่นเหมือนที่การถ่ายทำหนังแนวดังกล่าวพึงกระทำกัน กระทั้งการถ่ายทำช่วงหนึ่งนักแสดงชายต้องเล่นบทซาดิสต์ตามที่ผู้กำกับสั่ง คราวนี้ผิดคาดเมื่อนักแสดงหญิงไม่เล่นด้วย เพราะรับไม่ได้ที่ทางทีมงานจะเอาเข็มฉีดยาขนาดยักษ์ฉีดเข้าไปในอวัยวะบางส่วนของเจ้าหล่อน การถ่ายทำจึงมีอันยกเลิกไปพร้อมกับอาการหัวเสียแบบสุดขีดของทางทีมงานและผู้กำกับหนัง
             
ระหว่างที่นางเอกของหนังเรื่องนี้ (Kanako Ooba)กำลังนั่งใส่รองเท้าอยู่ตรงบริเวณหน้าประตูทางเข้าบ้านนั้นเอง ผู้กำกับก็ทุบเธอจากข้างหลังด้วยไม้เบสบอลจนสลบ เลือดนองพื้น และลากนางเอกสาวดารา AV ผู้โชคร้ายของเราขึ้นไปยังชั้น 2 ของบ้าน ด้วยความกลัว(และอยากได้เงิน)นักแสดงชายคู่ขาจึงจำต้องยอมเล่นหนังตามที่ผู้กำกับจอมซาดิสต์สั่ง จวบจนวินาทีนรกแตกเดินย่างเข้ามาเยือน เมื่อทางผู้กำกับและทีมงานช่วยกันรุมทุบตี ฆ่านักแสดงทั้งสองทิ้งด้วยการหั่นทั้งคู่ออกเป็นชิ้นๆ โดยขณะกำลังฆ่าสองหนุ่ม-สาวผู้โชคร้ายพวกเขาได้ถ่ายเทปวีดีโอเก็บไว้เพื่อสำหรับขายในตลาดใต้ดิน ดำเนินการตามแบบฉบับของการสร้างหนังแนว Snuff Film แบบในตำนานอีกด้วย











อันดับ 5. Grotesque / 2009 // คะแนน 92.1 / 100


หนึ่งหญิงสาวใสซื่อประดุจกุหลาบขาวบานแรกแย้ม กับหนึ่งหนุ่มน้อยหน้าเกลาเกลี้ยงหล่อเหลาไม่เป็นสอง รวมถึงใครอีกบางผู้เร่งเดินย่างเข้ามาทายทักอยากประจักษ์แจ้งในรักแท้ของคนทั้งคู่ โซ่ตรวนแห่งพันธนาการ ของมีคม มีด เลื่อยไฟฟ้า และนรกอันเริงร่า
             
Grotesque (Grotesque /โกร เท็สคฺ/ หมายถึง สิ่งที่วิตถาร)หรือ บททดสอบรักจากขุมนรก หนังญี่ปุ่นในปี ค.ศ.2009 ความยาว 75 นาที หนังที่ผสมผสานความเป็นหนัง Porn (หนังโป๊)และหนัง Torture Film (หนังแนวทรมาน)ได้อย่างลงตัวเป็นที่สุดผลงานการกำกับและเขียนบทของ Kôji Shiraishi กับเรื่องราวของชายวัยกลางคนสติแตก ที่พร้อมมอบความรักอันแสนหวาน และทุกข์ทรมานประดุจขุมนรกให้ทุกท่านได้อิ่มเอม นำแสดงโดย Tsugumi Nagasawa(Aki), Hiroaki Kawatsure(Kazuo) เเละ Shigeo Ôsako หนังออกตัวแรงด้วยสโลแกน “ Saw และ Hostel จงหลบไป!!! ” 

Grotesque เล่าเรื่องเกี่ยวกับชายวัยกลางคนๆหนึ่งกับพฤติกรรมสติแตกแบบสุดขั้ว ชายคนดังกล่าวคล้ายว่าจะเป็นนายแพทย์ผู้ไร้ศีลธรรม หรือชายโรคจิตได้จับคู่ชายหญิงคู่หนึ่งมาให้รักกันในเกมที่เขากำหนด ก่อนเจอบทลงโทษที่ดับความหวังแห่งการอยู่รอดของพวกเขาทีละน้อย หญิงสาวนางนั้นที่ถูกจับมาเธอมีชื่อว่า Aki(Tsugumi Nagasawa) กับชายคนรัก Kazuo(Hiroaki Kawatsure)ทั้งสองถูกชายโรคจิตโปะยาสลบ ณ ทางสายเปลี่ยนแห่งหนึ่ง จวบจนได้สติกลับคืนมา ทั้งคู่กำลังเผชิญอันตรายครั้งใหญ่ร่วมกัน ทั้งคู่ถูกพันธนาการด้วยเชือก-สายรัดข้อมือ ข้อเท้า และใส่ Mouth Gag(แก๊กปาก-อุปกรณ์สำหรับถ่างปากให้อ้าออก)ให้คนทั้งคู่ สิ่งที่ชายโรคจิตต้องการจากคนทั้งคู่ในเวลานี้ก็คือ เพื่อให้ทั้งสองมาเล่นเกมพิสูจน์รักแท้สนองตัณหาของตนเอง เกมอันแสนวิปริต ไม่ว่าจะเป็นการที่ชายโรคจิตช่วยสำเร็จความใคร่ให้ทั้งชายและหญิง(ต่อหน้าคนทั้งสอง) ต่อด้วยกระบวนการเหยียดหยามความเป็นมนุษย์ต่างๆนาๆ เริ่มจากตัดนิ้ว ตัดแขนด้วยเลื่อยไฟฟ้า เอาเข็มทิ่มลูกตาอย่างสยดสยอง ตอนอวัยวะสืบพันธุ์ หั่นร่างกายอีกหลายส่วน และควักอวัยวะภายในออกมาเชยชม ฯลฯ พร้อมกับถ้อยคำถามที่ตามมาจากปากชายโรคจิตว่า “คุณพร้อมหรือยอมตายแทน เพื่อคนที่คุณรักได้ไหม? ”
             
วิปริตวิปลาส จิตแตก ชวนอาเจียนอย่างรุนแรงจนถูกสั่งแบนมาแล้วทั่วโลก หนังเรื่อง Grotesque ของ Kôji Shiraishi ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนังโหดร้ายทำลายศีลธรรมดีเด่นแห่งปี ค.ศ.2009 หนังเรื่องนี้โดนแบน และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความเสื่อมศีลธรรมเข้าขั้นจัญไรสุดขั้ว นักวิจารณ์บางท่านถึงกับกล่าวว่า “Grotesque คือหนังที่ดูแล้วทรมาน เจ็บปวดหัวใจเป็นที่สุด ไม่มีคำว่าศีลธรรมในหนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่สร้างออกมาได้อย่างสุดจัญไรแห่งปี ค.ศ.2009 อย่างแท้จริง”
             
เป็นหนังที่ได้รับเสียงด่าจากคนทั้งโลก หลายประเทศทั่วโลกสั่งแบนหนังเรื่องนี้ ห้ามฉาย ห้ามจัดจำหน่ายในรูป VCD หรือ DVD เด็ดขาด โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรจัดหนังเรื่อง Grotesque ในประเภท “หนังอันตราย” และถูกคณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ของสหราชอาณาจักรสั่งแบนตลอดกาลพร้อมมี Comment กลับมาอย่างรุนเเรงหลังได้รับชมหนังเรื่อง Grotesque ว่า “Comment เป็นหนังที่โหดร้ายแบบสุดขั้ว ทารุณ ล่วงละเมิดทางเพศอย่างรุนแรง สร้างความวิบัติให้แก่คนดูหนังอย่างมหาศาล ซึ่งแน่นอนว่าหนังเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของคนดูได้แน่ เป็นหนังรุนแรงที่ไม่สามารถยอมรับได้ ไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ฉายหรือจัดจำหน่ายได้ แม้กระทั้งในเรตของผู้มีอายุเกิน 18 ปี ตลอด 75 นาทีเต็มของหนังเรื่องนี้อุดมไปด้วยภาพความรุนแรงแบบผิดมนุษย์ หนังมีส่วนของการเล่าเค้าโครงเรื่องน้อยมาก ตัวละครแทบไม่มีการพัฒนาใดๆทั้งสิ้น ทำลายศีลธรรม ความเป็นมนุษย์อย่างรุนแรง วิปริตทางเพศ หนังแบบนี้ไม่สมควรจะมีวางขาย ณ ที่ใดทั้งสิ้นในประเทศแห่งนี้”








อันดับ 4. Guinea Pig : Flower of Flesh and Blood / 1985 // คะแนน 93.2 / 100


กรุณา…ฆ่าฉันที!!!   

เจ้าดอกโลหิตเบ่งบานยามราตรีส่งกลิ่นโชยหอมคละคลุ้ง ซ่อนแอบซากวิญญาณทุกข์ทรมานในเงามืด คมมีดเชือดเฉือน สับ ฉีกเศษกายร่างแยกขาดหยาดเลือดไหลนองพื้นดิน เป็นบันทึกแห่งสิ้นลมหายใจสุดท้ายของใครเพียงบางผู้ จึ่งเชิญชวนให้ผู้เสาะแสวงแลค้นหาร่วมกันสบสายตาอ่านความอันปรากฏ ณ ซอกกลีบเจ้าดอกไม้แห่งราตรีขับขาน เบ่งบาน โลหิตนอง และเริงรื่น Guinea Pig : Flower of Flesh and Blood ในชื่อภาคภาษาไทยว่า “ดอกไม้โลหิต” หรือ “ดอกไม้แห่งเลือด” คือหนังแนวใต้ดิน-นอกกระแสที่กล่าวขานกันว่ามีความรุนแรงเกินกว่าคนปกติจะสามารถทนดูให้จบได้(นัยว่าคนดูซีรีย์ภาคนี้ต้องใจแข็งเป็นพิเศษ)หนังเปิดประเด็นด้วยชายโรคจิตในชุดซามูไรสีดำ ฉีดยาให้แก่เหยื่อซึ่งเป็นหญิงสาวสวยนางหนึ่ง ทำให้เหยื่อมึนงง ไร้สติ หมดความรู้สึก จากนั้นจึงทำการชำแหละเหยื่ออย่างบ้าคลั่งวิปริต ไล่ตั้งแต่การสับ หั่น ผ่า ควักไส้ควักพุงเหยื่อจนเละไม่เป็นชิ้นดี ชิ้นส่วนเหล่านี้เองกลับกลายมาเป็น Collection ในห้องสะสมชิ้นส่วนมนุษย์ของซามูไรสติแตกดังกล่าว ในหนังชุดซีรีย์หนูตะเภาภาค 2 ด้วยความยาวของตัวหนังเพียงแค่ 42 นาทีแต่ดำเนินเรื่องในแบบ “สารคดีสั้นกึ่งกรรมวิธีฆ่าหั่นศพ” จึงทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างถึงความสมจริงแบบสุดกู่ว่าสิ่งที่พวกเขาและเธอได้รับชมจากม้วนวีดีโอชุด Guinea Pig : Flower of Flesh and Blood เป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงหนังจัดฉากที่สมจริงเพียงเรื่องหนึ่ง ความจริงคงปรากฏให้ท่านผู้อ่านทราบแล้วว่า Guinea Pig : Flower of Flesh and Blood เป็นเพียง Fake Snuff Film หรือหนังสนัฟฟ์ฟิลม์ในแบบปลอมๆที่สร้างโดยอิงเนื้อหามาจากการ์ตูนสยองของ Hideshi Hino ในช่วงทศวรรษ 1970 ในหนังสือการ์ตูนเรื่อง M Collection ตอน Akai Hana Guinea Pig Series ที่ได้รับการกล่าวขานกันว่าสร้างออกมาได้อย่างสมจริงสะอิดสะเอียนเจ็บป่วยทางจิตชวนให้อ้วกแตกเป็นที่สุดคงหนีไม่พ้น 3 ตอนดังนี้คือ Devils Experiment, Flower of Flesh and Blood และ He Never Dies ซึ่งในรายของ Guinea Pig : Flower of Flesh and Blood นั้นเป็นที่โจทย์จันกล่าวขานในเรื่องของความสมจริงอย่างที่สุด จัดเป็น Snuff Film (สนัฟฟ์ฟิลม์)ที่เป็นที่อื้อฉาวและก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายทั่วเกาะญี่ปุ่น ถึงกับมีหลายคนเริ่มสงสัยว่า Guinea Pig : Flower of Flesh and Blood ที่ตนได้รับชมมานั้นเป็นเพียง Fake Snuff Film (สนัฟฟ์ฟิลม์แบบเทียม/ของปลอม)หรือ Real Snuff Film (สนัฟฟ์ฟิลม์แบบแท้/ของจริง)กันแน่ ความจริงยังไม่ทันกระจ่างแจ้งปรากฏมีดารา Hollywood คือ ชาร์ลี ชีน และผู้กำกับ อดัม ริฟคิน ได้ชม Guinea Pig : Flower of Flesh and Blood เข้าโดยบังเอิญ และเข้าใจว่าภาพที่ได้เห็นเป็นเรื่องจริง ทั้งสองจึงติดต่อไปที่ MPAA (Motion Picture Association of America)ให้ติดต่อไปยัง FBI (Federal Bureau of Investigation) ให้มีการยื่นฟ้องและแจ้งจับทีมงานผู้สร้างหนังเรื่องดังกล่าวกันวุ่นวายไปหมด ด้านกรมศุลกากรก็เห็นดีเห็นงามร่วมฟ้องร้องด้วยว่าปล่อยให้หนังต้องห้ามผิดกฎหมายเหล่านี้หลุดเข้ามาในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อย่างไร มีการลงข่าวพาดหัวกันอย่างอึกทึกครึกโครมตามหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับนาน 3-4 วัน เดือดร้อนไปถึงผู้กำกับ Hideshi Hino และโปรดิวเซอร์ Satoru Ogura (ที่กำลังจะถูกจับขังคุก)ต้องวิ่งโร่หาหลักฐานมาพิสูจน์ว่า Guinea Pig : Flower of Flesh and Blood นั้นเป็นเพียงหนังเรื่องหนึ่งที่สร้างได้อย่างสมจริงมาก มิใช่เรื่องจริงหรือการถ่ายทำ Real Snuff Film แต่ประการใด พร้อมแสดงเบื้องหลังการถ่ายทำที่ได้ถ่ายเก็บไว้ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งคู่จึงรอดคุกไปแบบฉิวเฉียด
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,498
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 01 มกราคม, 2557, 15:00:06 »



อันดับ 3. Salo the 120 Days of Sodom / 1975 // คะแนน 95.7 / 100


ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  มีไว้…ให้เหยียบย่ำ!!!
             
หนึ่งร้อยยี่สิบวันอันแสนทรมาทรกรรมในเมืองซาโล นรกทั้ง 3 ขุม ซึ่งมันก็คือเกมที่ผู้ทรงอิทธิพลในสังคมคนชั้นสูง-นายทหารเขาเล่นกันเพื่อตอบสนองกิเลส-ตัณหาส่วนบุคคล เสียงเปียโนของโชแปงดังแว่วบรรเลงขานขับสอดประสาน เราจะมารับประทานอุจจาระกันอย่างเริงรื่น กลิ่นคาวเลือดช่างหอมกรุ่นแดงฉานสว่างไสว เสียงหวีดร้องที่ชวนสะเทือนใจ คือความบันเทิงเริงใจของพวกข้า
             
Salo the 120 Days of Sodom  หรือในชื่อภาคภาษาไทยว่า “สุขนาฏกรรมอเวจี” บ้างก็เรียก “120 วันในโซดอม” เป็นหนังร่วมทุนสร้างระหว่างประเทศอิตาลี และฝรั่งเศส สร้างเสร็จสมบูรณ์ราวปี ค.ศ.1976 ด้วยความยาว 116 นาทีโดยประมาณ Salo the 120 Days of Sodom เขียนบทและกำกับโดย Pier Paolo Pasolini สถานที่ถ่ายทำหนังใช้ที่ Salo, Brescia, Lombardia, Italy  เล่าลือว่า Pier Paolo Pasolini ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ดัดแปลง-สร้างหนังมาจากบทนิยายอันลือลั่นต่อศีลธรรมของ มาร์กีส์ เดอ ซาด (Marquis De Sade Marquis De Sade) เรื่อง Les Cent-Vingt Journees De Sodome หรือ I' Ecole du libertinage (โรงเรียนของผู้รักอิสระ)ซึ่งเขียนเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1785
             
เล่าถึง มาร์กีส์ เดอ ซาด นักเขียนชาวฝรั่งเศสต้นตำรับแห่ง Salo ส่วนใหญ่รู้จักกันในนาม Marquis De Sade สำเนียงฝรั่งเศสเรียกว่า “โดนาเตียง อัลฟงส์ ฟรองซัวส์ เดอ ซาด” หรือ “Donation Alphonse Francois De Sade” มีชื่อเล่นว่า “มาร์กีส์จอมเทพ” หรือ “Divine Marquis” มีชีวิตอยู่ในระหว่างปี ค.ศ.1740-1814 ชื่อของ มาร์กีส์ เดอ ซาด (Marquis De Sade)นี้เองเป็นรากศัพท์ของคำว่า “ซาดิสม์” (Sadism) งานเขียนส่วนใหญ่ของมาร์กีส์ เดอ ซาด จะออกแนวปรัชญา-กามารมณ์ที่รุนแรงเร่าร้อน การทำลายกรอบคิดของศาสนา ศีลธรรมจรรยาอันดีงาม มุ่งเสรีภาพแบบสุขารมณ์ส่วนตัวเป็นใหญ่สุดโต่ง อาทิ บทประพันธ์เรื่อง Dialogue entre un pretre et un moribund หรือ เรื่องบทสนทนาระหว่างนักบวชกับคนใกล้ตาย  เรื่อง Les Infortunes de la vertu หรือ เรื่องผู้โชคร้ายทางจรรยา และเรื่อง La La Philosophie dans le boudoir dans le boudoir หรือ เรื่องปรัชญาในห้องพักอารมณ์(ภาษาอังกฤษใช้Philosophic ส่วนภาษาฝรั่งเศสใช้Philosophie) แต่เรื่องที่สร้างชื่อเสียงให้ มาร์กีส์ เดอ ซาด มากที่สุดคือเรื่อง Les Cent-Vingt Journees De Sodome หรือที่รู้จักกันในนาม I' Ecole du libertinage (โรงเรียนของผู้รักอิสระ) ซึ่งต่อมา Pier Paolo Pasolini ได้ดัดแปลงเป็นหนังคือเรื่อง Salo the 120 Days of Sodom ซึ่งได้รับการยอมรับกันว่าเป็นหนังอันตราย วิตถาร เสียดสีสังคม จัดเป็นหนังแนวซาดิสม์ที่สร้างจากนวนิยายที่โด่งดังที่สุดเท่าที่มวลมนุษยชาติเคยมีมา โดยจากการศึกษาอัตชีวประวัติของมาร์กีส์ เดอ ซาด พบว่าเขาสร้างงานเขียนส่วนใหญ่ราว 29 ปีในโรงพยาบาลบ้า(มาร์กีส์ เดอ ซาด ถูกทางการจับขังไว้ในโรงพยาบาลบ้าด้วยเหตุผลบางประการ)

             
Salo the 120 Days of Sodom  (สุขนาฏกรรมอเวจี/120 วันในโซดอม) เล่าเรื่องเกี่ยวกับผู้ปกครองระบอบฟาสซิสต์นายทหารผู้เรืองอำนาจทั้ง 4 ได้ออกคำสั่งให้จับวัยรุ่นหญิง-ชาย ลูกชนชั้นกลางหน้าตาดี 18 คนมาคุมขังไว้ยังคฤหาสน์ใหญ่หลังหนึ่งที่เรียกชื่อว่า Salo ซึ่งมันก็คือโลกส่วนตัวของผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 4 ประหนึ่งวิมารหลังน้อยที่พวกเขาและเธอจะสามารถกระทำย่ำยีอย่างไรก็ได้กับบรรดาเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทั้งหลาย สร้างเป็นนรกในวงวนแห่งความหายนะทั้งสาม ดังนี้
             
1. Circle of Manias (วงวนแห่งความเพ้อคลั่ง) นำเสนอวัยรุ่นหนุ่ม-สาว ที่ต้องกระทำการตามคำสั่งของผู้ปกครองระบอบฟาสซิสต์นายทหารผู้เรืองอำนาจทั้ง 4 อย่างสุดวิตถาร  การเปลื้องผ้า  การเล่าประสบการณ์ทางเพศที่แสนวิปริตร่วมกัน การดื่มน้ำปัสสาวะสด การมีเพศสัมพันธ์แบบหมู่ชาย-หญิง การมีเพศสัมพันธ์แบบขบวนรถไฟ(หญิง-ชาย-ชาย) เซ็กซ์วิปริต พิธีแต่งงานเปลือย และการดำรงชีพแบบสุนัข เป็นต้น
             
2. Circle of Shit (วงวนแห่งอุจจาระ) ฉากเด่นอันแสนชวนอาเจียนในตอนนี้ก็คือฉากกินอุจจาระของผู้ปกครองระบอบฟาสซิสต์นายทหารผู้เรืองอำนาจทั้ง 4 เหยื่อวัยรุ่นหนุ่ม-สาว และบรรดานายทหารน้อยใหญ่ทั้งหลาย อุจจาระ (ขี้) ของเหยื่อถูกตักมาจากภาชนะรองรับ นำเข้ามาในครัวเพื่อทำอาหารเลี้ยงรับรองชั้นเลิศ ซึ่งฉากนี้เองถือเป็นฉากในตำนานของหนังเรื่อง Salo the 120 Days of Sodom ที่กล่าวขานกันไปทั้งโลกในเรื่องของความวิปริตแบบสุดขั้ว
             
3. Circle of Blood (วงวนแห่งคาวโลหิต) ฉากจบอันแสนสะพรึงของหนังเรื่องนี้ นำเสนอกรรมวิธีการทรมานเหยื่อวัยรุ่นหนุ่ม-สาว อย่างโหดเหี้ยมอำมหิตผิดมนุษย์ ไล่ตั้งแต่จับมัด ตัดลิ้น ตัดอวัยวะบางส่วนของร่างกาย แขวนคอ ฯลฯ
             
เล่าถึงผู้กำกับ Pier Paolo Pasolini (ปีแอร์ เปาโล พาโซลีนี) ผู้กำกับสุดแรงของหนังเรื่องนี้  Pier Paolo Pasolini เป็นชาวอิตาลี มีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ.1922-1975  แหล่งข่าววงในใกล้ชิดกับพาโซลีนีรายงานว่า พาโซลีนีเป็นคนที่ไม่ได้ศรัทธาในศาสนา หรือแม้แต่ขนบธรรมเนียมโบราณที่มีมาแต่เก่าก่อน คือทำหนังตามแต่ใจของตนเองเป็นหลัก พาโซลีนีกำกับและสร้างหนังแรงๆมาหลายต่อหลายเรื่อง อาทิ หนังชุด Trilogy of Life (ไตรภาคแห่งชีวิต) และหนังสุดอื้อฉาวอีกเรื่องคือ Gospel According to ST. Matthew หนังภาพขาว-ดำในปี ค.ศ.1964 หนังเรื่องนี้เองกล่าวถึงพระคัมภีร์ พระคริสต์ ศาสนา หลักธรรมคำสั่งสอน รวมถึงความทุกข์ทรมานของพระเยซูที่ถูกจับมัดตรึงกางเขน แต่ที่ว่ากันว่าเป็นฉากที่แรงแบบสุดกู่ของหนังเรื่อง Gospel According to ST. Matthew ก็คือฉากที่พระเยซูต้องมีเพศสัมพันธ์กับสุกร(ฉากนี้เองที่ผู้ศรัทธาชาวคริสต์ทั้งโลกถึงกับขู่ที่จะฆ่า พาโซลีนีมาแล้ว)โดยหนังเรื่อง Salo the 120 Days of Sodom ถือเป็นหนังที่สร้างชื่อเสียงให้แก่พาโซลีนีที่สุดและยังถือเป็นหนังเรื่องสุดท้ายที่เขากำกับจนเสร็จสมบูรณ์ก่อนถูกฆ่าตายอีกด้วย Pier Paolo Pasolini กล่าวถึงการสร้างหนังสุดอื้อฉาวเรื่องดังกล่าวว่า “ปีแอร์ เปาโล พาโซลีนี  :  ผมเชื่อว่า การสร้างเรื่องอื้อฉาว เป็นหน้าที่ของศิลปิน เรื่องราวเหล่านี้นำมาซึ่งความปิติยินดี การปฏิเสธมันก็เท่ากับเป็นการปฏิเสธศีลธรรมที่สั่งสมกันมาชั่วนาตาปี” (คำกล่าวของ ปีแอร์ เปาโล พาโซลีนี จากเว็บไซต์ http://www.dvdcanfly.com/?name=knowledge&file=readknowledge&id=292)
             
การตายอย่างมีเงื่อนงำของ Pier Paolo Pasolini เป็นที่กล่าวขานกันว่าเพราะมาจากการที่เขาสร้าง Salo the 120 Days of Sodom  วันอันแสนเศร้า 2 พฤศจิกายน ปี ค.ศ.1975 (รวมสิริอายุได้ 53 ปี)ที่เมือง Ostia, Rome, Italy หลังจากหนังสุดอื้อฉาวแห่งมวลมนุษยชาติ Salo the 120 Days of Sodom  ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไม่นานปรากฏผู้กำกับคนดังก็มาเสียชีวิตอย่างกะทันหัน เล่าลือกันว่าพาเซลีนีถูกฆาตกรรมจากสาเหตุที่พวกฟาสซิสต์ไม่พอใจที่มีการสร้างหนังเรื่องดังกล่าวขึ้นมา โดยเชื่อกันว่าฆาตกรอาจเป็นเด็กวัยรุ่นชายอายุ 17 ปี ชื่อ Giuseppe Pelosi ได้แอบขโมยรถยนต์ของพาโซลีนี แล้วขับพุ่งชนผู้กำกับเคราะห์ร้ายจนล้มลง จากนั้นจึงขับรถทับพาโซลีนีไปมาหลายครั้งจนถึงแก่ความตาย Giuseppe Pelosi ถูกจับและให้การพาคเสธตลอดข้อกล่าวหาประจวบเหมาะกับพยานและหลักฐานที่ไม่เพียงพอจึงส่งผลให้ไม่มีการดำเนินคดีใดๆต่อ Giuseppe Pelosi จนหมดอายุความ สุดท้ายเพื่อนของพาโซลีนีชื่อ Sergio Citti ระบุว่าพาโซลีนีอาจถูกฆาตกรรมจากพวกกรรโชกทรัพย์ขโมยแผ่นฟิล์มเรื่อง Salo ก็เป็นได้ หรืออาจจะเป็นการจัดฉากของพาโซลีนีเองเพื่อเขาจะได้ตายอย่างทรมานแสนสาหัส กลายเป็นผู้สร้างตำนานสุดวิปริตแห่งโลกภาพยนตร์ในที่สุด










อันดับ 2. August Underground’s Mordum / 2003 // คะแนน 96.4 / 100


เริ่มจากทำความรู้จักกัน หลอกให้ตายใจ จับมัดแล้วจ้วงแทงด้วยมีดสปาต้าไม่นับแผล ใช้ค้อนทุบ กรรไกรตัดเส้นเอ็นข้อเท้าจนเคลื่อนย้ายกายร่างไปไหนได้ไม่สะดวก มองด้วยแววตาที่เหยียดหยาม น้ำมันราด แล้วจุดไฟเผาซ้ำทั้งเป็น นี่แหล่ะคือนิยามสั้นๆของสิงหาใต้ดิน
             
หนังในตระกูล August Underground จัดเป็นหนังแนว Gore Indy-Underground หรือ “Gore Independence Film Underground” ซึ่งหมายถึง หนังแนวนอกกระแสประเภทเลือดสาด บ้างก็เรียกว่า “หนังใต้ดิน” เป็นหนังแบบที่ไม่ได้รับการยอมรับให้เผยแพร่ทั่วไป หาชมยาก มีรูปแบบการนำเสนอที่หลุดกรอบภาพยนตร์ทั่วๆไปในกระแสตลาดนิยม ยิ่งเป็น Gore Indy-Underground เข้าไปแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถนำหนังในลักษณะดังกล่าวมานี้ไปฉายตามโรงภาพยนตร์เพราะเป็นที่รับรู้กันในหมู่นักดูหนังแนวใต้ดินว่า หนังประเภทนี้มีดีกรีความดิบ-เถื่อนที่ไม่ธรรมดา
             
นอกจากหนังในตระกูล August Underground จะถูกจัดเป็นหนังแนว Gore Indy-Underground แล้ว หนังในตระกูลนี้ยังมีลักษณะการถ่ายทำในแบบฉบับของ Snuff Film อีกด้วย แต่เป็นในแบบ Fake Snuff film (สนัฟฟ์ฟิลม์แบบเทียม)ซึ่งมีความสมจริงมากในบทการแสดง ผู้กำกับถ่ายทำหนังได้ค่อนข้างแนบเนียนมากจนหากใครไม่รู้มาดูเข้าอาจเข้าใจผิดว่าสิ่งที่กำลังได้รับชมอยู่เป็น Real Snuff Film (สนัฟฟ์ฟิลม์แบบแท้)ก็เป็นได้
             
อนึ่ง เกี่ยวกับเรื่อง Snuff Film ขออธิบายสำหรับผู้ไม่รู้ให้พอเข้าใจอย่างง่ายว่า Snuff film นั้นหมายถึง ภาพยนตร์ หรือหนังประเภทมีฉากฆาตกรรมของจริง  เนื้อหาหลักภายในหนังเน้นฉากการฆ่า ทรมาน ข่มขืนนักแสดงเสียเป็นส่วนมาก  หนังแนว Snuff film ส่วนใหญ่มักนิยมถ่ายแบบ “ลองชอร์ต ไม่มีเทค”  ใน Snuff film จะไม่ปรากฏรายชื่อนักแสดง ผู้กำกับ  วัน เวลา และสถานที่ในการถ่ายทำแต่ประการใด  นักแสดงตัวเอกอาจถูกหลอกมาแสดงหรือถูกวางยาที่ทำให้สติไม่ปกติ  Snuff film จึงเป็นภาพบันทึกห้วงแห่งความตายที่แสนวิปริตแต่กลับเป็นที่ถูกอกถูกใจคนบางกลุ่มถึงขั้นลุ่มหลง  ยกย่องเชิดชูให้เป็นประหนึ่งอาหารเลิศรส  หาชิมยาก  เป็นที่ปรารถนาให้ได้มาเพื่อตอบสนองรสนิยมส่วนตัวอันแสนอันตราย  Snuff film แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ Snuff film แบบแท้และแบบเทียม โดย Snuff film ในแบบแท้นิยมเรียกกันว่า Real Snuff film  ส่วน Snuff film แบบเทียมนิยมเรียกกันว่า Fake Snuff film
             
หนังในตระกูล August Underground หรือหนังโหดใต้ดินอันเดอร์กราวด์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกสร้างและจัดจำหน่ายโดยสตูดิโออิสระประจำท้องถิ่นของมลรัฐเพนซิลเวเนียชื่อ “Toe Tag Pictures” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสตูดิโออิสระที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา(Toe Tag Pictures is a local Pennsylvania based company) โดยสตูดิโอ Toe Tag Pictures ซึ่งตั้งอยู่ในมลรัฐเพนซิลเวเนียอันเป็นรัฐที่อยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศสหรัฐอเมริกานั้นมีเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์หนังในค่าย Toe Tag Pictures ด้วยคือเว็บไซต์ Toe Tag Pictures website (http://www.toetagpictures.com)และด้วยเป็นหนังใต้ดินเล็กๆนอกกระแสสร้างโดยสตูดิโออิสระ จัดจำหน่ายกันเฉพาะภายในท้องถิ่น ทีมผู้สร้างจึงไม่ต้องมาคอยกังวลเรื่องการ Censor ฉากล่อแหลมประเภทต่างๆ ไม่ต้องกลัวเรื่องกฎหมายอะไร บรรดาทีมผู้สร้างหนังใน Toe Tag Pictures เลยปล่อยของกันจนชวนสำรอกลงตับ ความดิบ-เถื่อน-อำมหิต และดีกรีความรุนแรงจึงมากเกินบันยะบันยังที่คนปกติจะสามารถรับได้ โดยหนังในตระกูล August Underground ถูกสร้างเป็นไตรภาคดังต่อไปนี้คือ
             
1. August Underground/2001 (สิงหาโฉดโหดไม่ปราณี) กำกับโดย Fred Vogel บทหนังโดย Allen Peters และFred Vogel เรื่องราวเกี่ยวกับ 2 หนุ่มคู่หูนรกแตกที่นิยมชมชอบความรุนแรง เซ็กซ์ และการฆาตกรรมเหยื่อแบบวิตถารเป็นชีวิตจิตใจ ทั้งสองจะช่วยกันถ่ายวีดีโอเรื่องราวการดำเนินชีวิตประจำวันไปเรื่อยๆ กับมุมมองในแบบกล้องแทนตา และพฤติกรรมป่าเถื่อน ลักพาตัวเหยื่อมาทรมาน ตัดชิ้นส่วนเก็บไว้ดูเล่น บังคับให้เหยื่อกินอุจจาระ ปล้นฆ่าผู้สูงอายุด้วยการรัดคอ ดูหมิ่นศาสนา และข่มขืนเหยื่อแล้วฆ่าทิ้ง
             
2. August Underground’s Mordum/2003 (สิงหาคลั่ง) กำกับและเขียนบทหนังโดย Jerami Cruise,  Fred Vogel และทีมงาน เรื่องราวเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวันของ 2 หนุ่มและ 1 สาวสติแตก(แบบสุดๆ)ซึ่งถูกบันทึกด้วยกล้องวีดีโอที่ทั้งสามช่วยกันถ่ายทำขึ้นเป็นไดอารี่ประจำวัน ในบ้านหลังหนึ่งที่ห่างไกลผู้คน กับการทำร้ายตนเองของหญิงสาวด้วยการเอาใบมีดเก่าๆคมๆมาเฉือนหน้าท้องจนเลือดทะลักอย่างมีความสุข ซากศพภาพในบ้านที่ต่างส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง เหยื่อหลายรายที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนและหน้ากาก การสังหารที่นองเลือดอย่างน่าเสียวไส้และแสนวิปริต คู่รักเลสเบี้ยนที่ถูกลักพาตัวมาสนองตัญหาของคนในบ้านหลังน้อย ด้วยกาบังคับให้กินบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งตรงนี้เองคือฉากในตำนานกล่าวขานของหนังเรื่องนี้ “สาวสติแตกใช้มือล้วงเข้าไปในลำคอตนเองและลำคอของเหยื่อ ทั้งสามจึงอาเจียนออกมาและถูกบังคับให้กินอ้วกกันทั้งสามนางอย่างสนุกสนาน ก่อนนำตัวเหยื่อที่หมดสติไปแขวนและเชือดที่ลำคอเพื่อนำเลือดที่ไหลรินนั้นมาอาบให้แดงฉาน และฯลฯ”
             
3. August Underground’s Penance/2007 (สิงหาวิปลาส คู่รักวิปริต) กำกับโดย Fred Vogel บทหนังโดย Fred Vogel และCristie Whiles เรื่องราวเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวันของคู่รักวิปริตคู่หนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสองได้ถ่ายการดำเนินชีวิตส่วนตัวไว้ดูเล่นด้วยกล้องวีดีโออีกเช่นเดียวกันกับสองภาค(แต่ภาคนี้กล้องที่ใช้ถ่ายภาพชัดมาก และภาพไม่ค่อยสั่นจนชวนอาเจียนเหมือนสองภาคแรก)คู่รักวิปลาสทั้งสองช่วยกันลักพาตัวเหยื่อทั้งหญิง-ชายมามัดขังไว้ที่ใต้ถุนบ้าน เวลาว่างทั้งสองจะช่วยกันชำแหละเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอย่างมีความสุข ดื่มเลือดจากลำคอของเหยื่อพร้อมถ่ายวีดีโอเก็บไว้ในยามประกอบกิจนองเลือด หากว่างจากการชำแหละเหยื่อ งานถนัดของทั้งสองที่มักทำยามว่างก็คือการปล้น-ฆ่าเพื่อหาเงินไว้ใช้ ไร้ความปราณีทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นฉากข่มขืน หักคอเด็กหญิงผู้เคราะห์ร้ายในวันคริสต์มาสอีฟอย่างโหดเหี้ยมทารุณไร้เมตตา
             
หนังในตระกูล August Underground ในภาคที่ 3 ที่มีชื่อว่า August Underground’s Penance ฉายในปี ค.ศ.2007 นี้เอง หากหาข้อมูลให้ถี่ถ้วนจะพบว่าคลับคล้ายคลับคลากับคดีฆาตกรรมสะเทือนโลกคดีหนึ่ง นั่นก็คือคดีฆาตกรรมของ Paul Bernardo และภรรยาสาว Karla Homolka ที่ร่วมกันฆาตกรรมเหยื่ออย่างโหดเหี้ยมในประเทศแคนาดา อาจเป็นไปได้ว่าทางทีมผู้สร้างอย่าง Fred Vogel หรือผู้เขียนบทหนังคือ Fred Vogel และCristie Whiles อาจได้รับแรงบันดาลใจมาจากคดีฆาตกรรมสุดโหดคดีดังกล่าวก็เป็นได้
             
จึงขอกล่าวเสียเพียงเล็กน้อยในเรื่องคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญของ Paul Bernardo และภรรยาสาว Karla Homolka รักสุดหล่อ-สวยประหนึ่งเทวดาและนางฟ้าที่หวานปานจะกลืนกินจากประเทศแคนาดา เรื่องนี้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1990 กับ Paul Bernardo ผู้ได้รับฉายา “นักข่มขืนแห่งสการ์บอโรห์” กระทำการกักขังหน่วงเหนี่ยว-ข่มขืน  และฆาตกรรมเด็กสาว 2 คนอย่างทารุณ นอกจากนี้ Paul Bernardo และ Karla Homolka ยังได้บันทึกเทปวีดีโอขณะลงมือข่มขืนเหยื่อ และยังทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ด้วยการหั่นศพแยกร่างออกเป็นชิ้นๆ  ปรากฏหลังจากทั้งคู่ถูกจับ Paul Bernardo ถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต  ส่วน Karla Homolka ภรรยาสาวถูกจำคุกจนถึงปี ค.ศ. 2005  ปัจจุบันเทปวีดีโอที่ Paul Bernardo ร่วมกับภรรยาในการฆาตกรรมเหยื่อกำลังเป็นที่ต้องการของนักสะสมของแปลก  ซึ่งราคาค่างวดที่มีคนจ้องจะซื้อมันนั้นสูงลิบ!!!  ซึ่งก็ยังเชื่อกันว่าเทปม้วนดังกล่าวยังคงอยู่ในความครอบครองของทางการแคนาดาจวบจนทุกวันนี้ (ข้อมูลเพิ่มเติมจาก บทความชุดฆาตกรโหดสะท้านโลก ตอนที่ 248 :  Paul Bernardo & Karla Homolka ตอนที่ 1-4 โดย writer.dek-d.com)
             
นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ในเว็บไซต์รีวิวเกมชื่อดังอย่าง IGN ซึ่งได้ทำการสำรวจ-จัดอันดับหนังสยองขวัญที่มีดีกรีความรุนแรงสูงสุดตลอดกาล โดยยกตำแหน่ง “หนังสุดเสื่อมตลอดกาล” ให้แก่หนังในตระกูล August Underground ในภาคที่ 2 ซึ่งก็คือ August Underground’s Mordum/2003 (สิงหาคลั่ง) กำกับและเขียนบทหนังโดย Jerami Cruise ซึ่งแน่นอนว่าตำแหน่งหนังสุดเสื่อมตลอดกาลของเว็บไซต์รีวิวเกม IGN ไม่มีทางได้มาอย่างง่ายๆแน่นอน จึงเป็นเครื่องการันตีได้ในระดับหนึ่งว่า August Underground’s Mordum นั้นเป็นหนังแนว Gore Indy-Underground ในแบบฉบับ Fake Snuff film (สนัฟฟ์ฟิลม์แบบเทียม)ที่มีดีกรีความโหด-เสื่อม-อันตราย ไม่ธรรมดาแน่นอน โดยใน Poll สำรวจ 10 สุดยอดหนังสุดเสื่อมตลอดกาลของเว็บไซต์รีวิวเกม IGN ที่ทำมาครั้งล่าสุด(ปี ค.ศ. 2006) ได้อันดับทั้ง 10 อันดับ ดังนี้
             
             1. August Underground’s Mordum
             2. Aftermath
             3. Cutting Moments
             4. Cannibal Holocaust
             5. Guinea Pig  : Flower of Flesh and Blood
             6. Murder-Set-Pieces
             7. Ichi The Killer
             8. Salo  : 120 Days of Sodom
             9. Men Behind The Sun
            10. Irreversible

Poll 10 สุดยอดหนังสุดเสื่อมตลอดกาลของเว็บไซต์รีวิวเกม IGN ปี ค.ศ. 2006 (ที่มาของ Poll จาก Top 10 Sickest Movies by IGN เว็บไซต์  :  http://blogs.ign.com/Horror_Brain/2006/06/29/23243/)











****** (ปีนี้มีอันดับคะเเนนเท่ากัน 2 เรื่อง //จึงให้ได้ที่ 1 ร่วมกัน// ) ******
 









อันดับ 1. (ร่วม) A Serbian Film / 2010 // คะแนน 97.1 / 100


A Serbian Film / 2010 (ฟิล์มวิปลาส) เรื่องราวต้องห้าม-หาชมยาก หนังสัญชาติเซอร์เบีย ผลงานการกำกับของ Srdjan Spasojevic เขียนบทหนังโดย Aleksandar Radivojevic และ Srdjan Spasojevic หนังนำเสนอเรื่องราวการดำรงชีวิตของชายชื่อ Milos อดีตดาราหนังเรต x ซึ่งกำลังประสบกับปัญหาทางด้านการเงินอย่างรุนแรง กับการชักชวนของกลุ่มคนลึกลับให้มาเล่นหนังอาร์ตเพื่อเงินก้อนโต โดย Milos หารู้ไม่ว่าหนังเรื่องที่รับเล่นคือ Snuff Film สุดอันตราย กระชากจิตทางด้านมืดแบบสุดกู่ เสื่อม จิตตก อันตราย ปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวให้ลุกโชติช่วง A Serbian Film (ฟิล์มวิปลาส) เป็นหนังสุดรุนแรงแห่งปี 2010 อย่างแท้จริง หนังแรงจนถูกสั่งแบนมาแล้วในหลายประเทศทั่วโลก เป็นหนังที่ถ้าคุณสามารถรับชมมันจนจบได้…..“ คุณจะต้องจำไปจนวันตาย ” ( ณ ห้วงความคิดของผู้เขียน) โดยเฉพาะฉากข่มขืนเด็กทารกแรกเกิดอย่างสุดวิตถาร ในหนังเรื่อง A Serbian Film (2010) เป็นฉากที่ Milos ตัวเอกในเรื่องเดินทางเพื่อเข้าไปเจรจาเกี่ยวกับการแสดงหนังใต้ดินเรื่องหนึ่งที่บ้านบิ๊กบอสผู้กำกับ ผู้กำกับจึงชวน Milos ดูหนังในแนวทางที่จะสร้าง เป็นฉากที่เคยถ่ายมาก่อนแล้ว ทั้ง 2 กำลังนั่งดูฉากๆหนึ่งที่กล่าวขานกันว่าเป็น “ฉากแห่งตำนาน” กล่าวคือ ชายร่างใหญ่ หัวล้าน กำลังทำคลอดให้หญิงสาวท้องแก่รายหนึ่ง พอเอาตัวเอกทารกเพศหญิงออกมาจากครรภ์มารดาได้ ชายสติแตก (คนดังกล่าว) ก็จัดการสำเร็จโทษทารกน้อยอย่างสุดวิปริตท่างกลางเสียงเชียร์ของผู้เป็นมารดาอย่างบ้าคลั่ง A Serbian Film (2010) หนังสัญชาติเซอร์เบีย เกี่ยวกับคนชื่อ Milos ซึ่งกำลังประสบกับปัญหาทางด้านการเงินอย่างรุนแรง กับการชักชวนของกลุ่มคนลึกลับให้มาเล่นหนังอาร์ตเพื่อเงินก้อนโต โดย Milos หารู้ไม่ว่าหนังเรื่องที่รับเล่นคือ Snuff Film สุดอันตราย กระชากจิตทางด้านมืดแบบสุดกู่ เสื่อม จิตตก อันตราย ปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวให้ลุกโชตช่วง (หนังอันตราย : ไม่เหมาะสำหรับคนจิตอ่อนหรือเชื่อมั่นยึดมั่นทางศีลธรรมอย่างแรงกล้า) *****หมายเหตุ***** A Serbian Film / 2010 (ฟิล์มวิปลาส) / Srdjan Spasojevic / หนังอันตราย : ไม่เหมาะสำหรับคนจิตอ่อนหรือเชื่อมั่นยึดมั่นทางศีลธรรม













อันดับ 1. (ร่วม) Slow Torture Puke Chamber / 2010 // คะแนน 97.1 / 100

นิยามสั้นๆ : โคตรหนังสยองขวัญจิตตกมหาประลัยสำหรับคนคอแข็ง !!

หลายคนเห็นแค่ภาพเจ้าตั๊กแตนน้อยแสนสวย วาดและระบายอย่างหยาบๆด้วยสีเทียน(หรือสีเทียนน้ำมัน)อาจนึกขบขัน-ตลก และคิดว่าโปสเตอร์หนังที่วางอยู่ตรงเบื้องหน้า ได้รับการแยกประเภทจากเว็บไซต์ IMDB ให้อยู่ในหมวดหมู่สยองขวัญ-น่ากลัว อาจเป็นเพียงหนังสยองขวัญแบบอ่อนๆ หรืออาจเป็นหนังสยองแบบผสมตลกร้ายกิ๊กก๊อก ขอย้ำ !! ท่านกำลังคิดผิดอย่างมหันต์ เพราะเจ้าตั๊กแตนน้อยบนปก Slow Torture Puke Chamber / 2010 คือหนึ่งในหนังสยองขวัญสายวิปริต-จิตตก-อันตราย…ตัวจริงเสียงจริง !! Slow Torture Puke Chamber ปี 2010 ทุ่มทุนสร้างโดย Kingdom Of Hell Productions นักแสดงตัวหลักได้แก่ Ameara Lavey เเละ Hope Likens ผลงานการกำกับของ Lucifer Valentine เจ้าพ่อหนังสยอง-จิตตก-วิปริตตัวจริงเสียงจริงอีกคนในวงการหนังใต้ดิน Slow Torture Puke Chamber นำเสนอเรื่องราวของกลุ่มหนุ่มสาวรักสนุก ณ สถานที่ปิดตาย / ลึกลับแห่งหนึ่ง ช่วงแรกๆของหนังจะเกี่ยวกับหญิงสาวผู้นิยมโชว์เรือนร่างอันเปล่าเปลือย(ภาพที่แสดงออกในช่วงแรกเข้าเรต X ได้เลย) ต่อมาหญิงสาวคนดังกล่าวเริ่มกระทำการนรกแตกต่างๆนาๆ เริ่มจากการถูกสำเร็จโทษด้วยการตบหน้าอย่างแรกหลายครั้ง ซึ่งเธอดูเหมือนจะชอบเอาเสียด้วย(S&M / Sadism-Masochism) จากนั้นสาวเจ้าเริ่มกระทำการดื่มบางสิ่งบ้างอย่างลงไป และเริ่มล้วงคอเพื่อให้อาเจียนอย่างรุ่นแรง(กล้องถ่ายซูมซะชัดมาก…) ช่วงต่อมา หญิงสาวอีกคนเริ่มนำแก้วเหล้าขนาดเล็ก เรียงกันเป็นแถวอย่างสวยงาม เธอเริ่มล้วงคอ เพื่อให้เลือดและบางสิ่งบางอย่างภายในหลั่งไหลออกมา และเธอก็ดื่มสิ่งที่ปรากฏในภาชนะอันสวยงามตรงหน้าอย่างเบิกบาน ทำซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น ประหนึ่งมันคือความสุขอันแสนหวานหอม

Slow Torture Puke Chamber ยังคงกล้าเป็นอย่างยิ่งที่จะเล่นกับประเด็นอันอ่อนไหว-ประเด็นทางศาสนา หนังใส่ภาพและอากัปกิริยาของตัวละครสาวกับการหมิ่นเหม่ต่อศาสนาบางศาสนาอย่างไม่ไว้หน้า มีการนำสิ่งเคารพบูชาของศาสนานั้นมากระทำการสำเร็จโทษตนเองอย่างหฤหรรษ์ ยิ่งช่วงท้ายๆเรื่องมีฉากผ่าท้องผู้หญิงคนหนึ่งเพื่อนำเด็กทารกมากระทำการแยกชิ้นส่วน และปรุงเป็นเครื่องดื่มบางชนิดอย่างสุดสยดสยอง หนังยังคงตัดสลับภาพไปมาระหว่างเจ้าตั๊กแตนสวยงามที่กำลังกัดแทะอาหารของมัน-การปฏิสนธิของสัตว์บางชนิด และพฤติกรรมนรกแตกของตัวละครในหนัง จนจบ…. จากที่ประมวลมาจึงไม่แปลกใจเลยที่ Slow Torture Puke Chamber / 2010 จะได้เรต “หนังต้องห้าม” ตลอด 76.21 นาทีในหนังเรื่องนี้จะนำพาท่านผู้ชมไปสู่วังวนแห่งความวิบัติอย่างแท้จริง หนังยกความสยดสยอง-อ้วกแตก นรกอันสะพรึงขุมที่อันตรายที่สุดมาไว้ตรงเบื้องหน้า และมีน้อยคนนัก….ที่สามารถทนดูหนังเรื่องนี้ได้จนจบ !!

(****** หมายเหตุ ****** กว่าข้าพเจ้าและสมาชิกชมรมคนรักหนังสยองขวัญ / สงขลา จะ(ทน)ดูหนังเรื่อง Slow Torture Puke Chamber จนจบ หลายคนวิ่งไปอ้วกแตกจนเหนื่อย หลายคนต้องพักการดูถึง 4 ครั้งกว่าจะทนดูจนจบ บางคนดูไปเอามือปิดหน้าไป บางคนดูจบแล้วนั่งเอาหัวโขกกำแพง บางคนดูจบ…นั่งเครียด / ซึมไปหลายวัน ใครใจไม่ถึง / คอไม่แข็ง…..งดรับชม Slow Torture Puke Chamber / 2010 โดยเด็ดขาดนะ (เราเตือนท่านแล้วนะ !! )




………………………………………………………………………………………………………………

****** บทความโดย : samara17520 ******


****** เปิดกรุหนังต้องห้าม (Prohibited Films) ******
รวมเรื่องราวเกี่ยวกับหนังต้องห้าม-หนังสยองขวัญสายพันธุ์อันตราย-Snuff Films-เบื้องหลังการถ่ายทำหนังต้องห้ามที่หาชมยาก เเละบทรีวิวหนังต้องห้ามกว่า 283 เรื่อง
>>>>>  http://www.siamsouth.com/smf/index.php?topic=19768.0





















แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: