Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 สิงหาคม, 2562, 20:00:18

   

ผู้เขียน หัวข้อ: "คนยวน"  (อ่าน 1327 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,915
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 15 สิงหาคม, 2556, 07:25:21 »

"คนยวน"

คนยวนจาก “เมืองเชียงแสน” หัวเมืองขนาดใหญ่ริมแม่น้ำโขงที่เป็นฐานที่มั่นของกองทัพพม่าก่อนที่จะถูกตีกลับคืนจากกองทัพจากกรุงเทพฯ หลวงพระบาง เมืองแพร่ น่าน และเชียงใหม่ จากนั้นผู้คนที่เมืองเชียงแสนถูกอพยพมาจากบ้านเมืองเดิมแทบทั้งหมด โดยมีหลักฐานปรากฏว่าถูกแบ่งออก ๕ กลุ่ม ไปอยู่ที่ เชียงใหม่ ลำปาง น่าน เวียงจันทน์ ราชบุรี และสระบุรี ส่วนที่อพยพมาอยู่ทางภาคกลางเพราะความต้องการจำนวนไพร่พลหรือประชากรเพื่อมาฟื้นฟูบ้านเมืองหลังถูกกวาดต้อนและพระนครล่มสลายลงไปในคราวสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒

บริเวณท้องทุ่งริมแม่น้ำป่าสักเป็นจุดสมทบของการเดินทางทั้งทางน้ำและทางบก เพราะจากศูนย์กลางของบ้านเมืองที่ภาคกลางสามารถเดินทางออกไปทางหัวเมืองในเขตอีสานหรือจะแยกออกไปทางเหนือก็ได้ บริเวณนี้จึงเป็นจุดเชื่อมผ่านไปยังหัวเมืองอื่นๆ ริมฝั่งน้ำในเขตเสาไห้จึงเป็นจุดพักทั้งกองเกวียนส่งส่วยและสินค้าป่าจากเทือกเขาดงพญาไฟ ดังปรากฏเป็นชื่อเมืองเก่าอันเนื่องมาจากตำนานเรื่องเสาร้องไห้จากดงพญาไฟที่ถูกส่งไปคัดเลือกเป็นเสาหลักเมืองแต่ไม่ได้ครบลักษณะ จึงลอยทวนน้ำกลับมาติดที่เมืองเก่าและกลายเป็นชื่อของท้องถิ่นมาจนทุกวันนี้

คนไทยภาคกลางโดยเฉพาะจากเมืองหลวงมักจะเรียกกลุ่มชาติพันธุ์ผู้มาใหม่จากหัวเมืองทางด้านเหนือว่า แบบรวมๆ ปนๆ กันไปว่า “ลาว” ทั้งสิ้น โดยแบ่งแยกพวกเขาตามลักษณะทางกายภาพที่ปรากฏ เรียกผู้ที่มาจากหัวเมืองทางอีกฝั่งของแม่น้ำโขงว่า “ลาวพุงขาว” และเรียกผู้มาจากหัวเมืองทางฝั่งเหนือว่า “ลาวพุงดำ” เพราะสักดำตั้งแต่หน้าท้องลงไปจนถึงขาพับ ในขณะที่การเรียกชื่อกันภายในกลุ่มกลับกลายเป็นการเรียกชื่อจากบ้านเมืองเก่าที่จากมาหรือบ้านเมืองใหม่ที่พวกเขาอยู่อาศัย

คนทางริมน้ำป่าสักนี้คือ “ลาวพุงดำ” ในเอกสารเก่า แต่พวกเขาเรียกตนเองว่า “ยน” หรือ “ยวน” พูดภาษาไตในสำเนียงแบบคนเมืองเหนือ ตั้งถิ่นฐานบ้านช่องขนานไปทั้งสองฝั่งริมแม่น้ำป่าสัก มีวัดที่เป็นศูนย์กลางของชุมชน สืบทอดประเพณีดั้งเดิมของตนเองตกมาถึงลูกหลานแม้เวลาจะผ่านไปกว่าสองร้อยปีแล้ว
ผู้คนอันหลากหลายต่างที่มาเหล่านี้ มีทั้งที่อพยพมาจากหัวเมืองอีกฝากหนึ่งของแม่น้ำโขง แถบประเทศลาวในปัจจุบันและหัวเมืองทางเหนือ

/จากหนังสือ "ฟื้นพลังความหลากหลายในสังคมสยาม"
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: