Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
17 กรกฎาคม, 2561, 05:29:35

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติโดยสังเขป ของท่านทูต วีรชัย พลาศรัย  (อ่าน 3278 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 18 เมษายน, 2556, 07:38:59 »

ประวัติโดยสังเขป ของท่านทูต วีรชัย พลาศรัย

นายวีรชัย พลาศรัย เกิดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2503 จบการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท มหาวิทยาลัยปารีส (นองแตร์) ปริญญาเอกจากซอร์บอนน์ ฝรั่งเศส เป็นลูกหม้อ บัวแก้ว เริ่มจากเลขานุการตรี กองแอฟริกาและกลุ่มอาหรับ เติบโตเป็นอธิบดีกรมการเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ก่อนโยกเป็นอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เป็นผู้เจรจาเรื่องเขาพระวิหาร และเป็นผู้ดูแลกรมที่เก็บเอกสารสำคัญระดับชาติ

จนว่ากันว่ามีอันต้องเจอพายุการเมืองไปพักหนึ่ง ฐานที่เจ้ากระทรวงยุคนั้นขอเอกสารลับต่างๆที่เกี่ยวกับคนแดนไกล แล้วไม่ให้ ก่อนจะได้รับโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก เป็น 1 ใน 9 ของผู้ได้รับรางวัลเกียรติคุณจากงานราชการ ครุฑทองคำ ประจำปี 2553-2554 เคยได้รับรางวัลสำหรับผู้บริหารราชการพลเรือนดีเด่น เป็นผู้มีความเป็นกลางทางการเมือง ปฏิบัติงานโดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ เป็นแบบอย่างแก่ข้าราชการทั้งหลายได้ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในหน้าที่ราชการได้อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี

ที่มา คมชัดลึก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 18 เมษายน, 2556, 08:12:53 »

วันนี้ อนาคตและความหวังของคนไทย ฝากไว้กับ "ดร.วีรชัย พลาศรัย" คนเดียว ท่านทำหน้าที่เพื่อพิทักษ์ประโยชน์ชาติ ชนิดโดดเดี่ยว -เดียวดาย อยากขอให้ พวกเราคนไทยทุกคน ช่วยกันใช้สื่อทุกแขนงและทุกทาง ส่งกำลังใจและความปรารถนาดี ไปให้ท่านทูตวีรชัย ที่สถานทูตไทย ณ กรุงเฮก กันมากๆ คะ

ท่านทูตวีรชัย เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นอย่างดี และมีความรู้เรื่องเขตแดน รวมทั้งคลุกคลีกับ การทำงานด้านชายแดนไทย-กัมพูชา มากว่า 10 ปี เป็นคนที่รู้เรื่องกฎหมายระหว่างประเทศและเรื่องเขตแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาและลาว ดีที่สุดคนหนึ่งของกระทรวงบัวแก้ว ได้รับรางวัลครุฑทองคำประจำปี 2553-2554 ที่เป็นรางวัลสำหรับข้าราชการพลเรือน ที่มอบให้เพื่อเป็นการ ประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการ ที่ปฏิบัติงานด้วยความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และมีคุณธรรม

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น สมัยท่านทูตวีรชัย ดำรงตำแหน่งอธิบดี กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ที่ดูแลและมีข้อมูลเรื่องการปล่อยเงินกู้ ของ เอ็กซิมแบงก์ ให้รัฐบาลพม่า แล้วทาง คตส. ที่อยู่ในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ ได้มีการตรวจสอบโครงการดังกล่าว มีข่าวว่า เป็นคนส่งข้อมูลโครงการปล่อยกู้นี้ไปให้ คนใน คตส. สอบสวน

ต่อมาเมื่อมีการย้ายมาเป็น อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ก็มีนักการเมืองในกระทรวงการต่างประเทศ บางคนมีการร้อง ขอเอกสารข้อมูลที่เป็นชั้นความลับ หลายเรื่อง อย่างเรื่องโครงการปล่อยเงินกู้ให้พม่า ของเอ็กซิมแบงก์ หรือเอกสารฉบับแปล ในโครงการการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ ของสหรัฐฯ ที่เป็นอีกหนึ่งคดีที่ คตส.ทำการสอบสวน การร้องขอดังกล่าวจากฝ่ายการเมือง ได้รับการปฏิเสธ ไม่ให้ความร่วมมือ ในการส่งเอกสาร ทำให้ฝ่ายการเมืองในขั้วทักสิน มีน้ำโห

สมัยรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ท่านทูตวีรชัย ถูกย้ายจาก อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ที่เป็นกรม ซึ่งดูแลเรื่องข้อพิพาทปราสาท เขาพระวิหารไป เป็นเอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ ที่เป็นตำแหน่งแขวนมาแล้ว

สุดท้ายวันนี้ ท่านทูตวีรชัย ก็ได้มาเป็นเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเตรียมการสู้คดี
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 18 เมษายน, 2556, 16:53:56 »

เปิดตัว วีรชัย พลาศรัย หัวหน้าทีมต่อสู้คดีเขาพระวิหาร

กำลังเป็นฮีโร่ในสายตาคนไทยในขณะนี้ สำหรับ "นายวีรชัย พลาศรัย" เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะหัวหน้าคณะต่อสู้คดีฝ่ายไทย คดีเขาพระวิหาร หลังขึ้นแถลงด้วยวาจาต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ศาลโลก เมื่อวานนี้ (17 เม.ย.) จากกรณีที่กัมพูชาที่ให้ตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารเมื่อปี พ.ศ.2505 โดยมีใจความสำคัญว่า กัมพูชามีความพยายามจะฉวยดินแดน 4.6 ตารางเมตรของไทย ที่เห็นว่ามีความจำเป็นต่อการขึ้นเป็นมรดกโลกต่อตัวปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งคำร้องของกัมพูชาเป็นไปโดยมิชอบ ทั้งเอกสารหลักฐานที่นำมาแสดงต่อศาล และในภาคผนวก ไม่มีข้อพิพาทใหม่อย่างที่กัมพูชากล่าวอ้าง ที่สำคัญมีการปลอมแปลงเอกสาร ถือเป็นการกระทำโดยมิชอบ และไม่ถูกต้อง

ซึ่งหลังขึ้นกล่าวถ้อยแถลงจบ คนไทยที่รับรู้ได้ถึงการ "สู้เต็มที่" ของท่านทูตวีรชัย พลาศรัย พร้อมใจกันยกนิ้วให้ว่า "สนุกแน่" จริงๆ สมกับที่รับปากไว้ก่อนหน้านี้

สำหรับประวัติของนายวีรชัย พลาศรัย มีดังนี้ นายวีรชัย พลาศรัย เกิดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2503 สมรสกับนางอลิซาเบธ พลาศรัย จบการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทที่ มหาวิทยาลัยปารีส (นองแตร์) ปริญญาเอก ซอร์บอนน์ ประเทศฝรั่งเศส

ส่วนประวัติการทำงาน นายวีรชัย พลาศรัย เริ่มจากตำแหน่งจากเลขานุการตรี กองแอฟริกาและกลุ่มอาหรับ มาเป็นรองอธิบดีกรมเศรษฐกิจ และเติบโตเป็นอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ก่อนจะเข้ามารับผิดชอบคดีเขาพระวิหาร ในฐานะอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ดูแลเอกสารสำคัญระดับชาติ แต่ก็ต้องถูกพายุการเมืองถาโถม เพราะเจ้ากระทรวงขอเอกสารลับของคนแดนไกลแล้วไม่ให้ จนกระเด็นไปเป็นเอกอัครราชทูตประจำกระทรวง ก่อนที่ในสมัยรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ นายวีรชัย พลาศรัย จะได้กลับมารับหน้าที่อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และรับผิดชอบคดีเข้าพระวิหาร เช่นเดิม และได้รับการผลักดันให้เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ (กรุงเฮก) ในปี 2552

ทั้งนี้ นายวีรชัย พลาศรัย เป็น 1 ใน 9 ของผู้ได้รับรางวัลเกียรติคุณจากงานราชการ ครุฑทองคำ ประจำปี 2553-2554 เคยได้รับรางวัลสำหรับผู้บริหารราชการพลเรือนดีเด่น เป็นผู้มีความเป็นกลางทางการเมือง ปฏิบัติงานโดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ เป็นแบบอย่างแก่ข้าราชการทั้งหลายได้ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในหน้าที่ราชการได้อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 20 เมษายน, 2556, 22:42:13 »

เจาะเส้นทางชีวิต ดร.วีรชัย พลาศรัย ทรัพยากรบุคลที่มีค่าของ''สยาม''

ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทย สำหรับชื่อของ “ดร.วีรชัย พลาศรัย” เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะหัวหน้าคณะฝ่ายไทย ที่นำทีมทนายมือหนึ่ง เข้าชี้แจงต่อศาลโลก ณ กรุงเฮก ในคดีปราสาทพระวิหารตามที่ฝ่ายกัมพูชายื่นคำร้อง

งานนี้ ทูตวีรชัย และทีมงาน ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม ถึงความชาญฉลาดในการวางแผน และแก้ต่างข้อกล่าวหาฝ่ายกัมพูชา

ในวันนี้ “สกู๊ปแนวหน้า” จึงขอนำประวัติชีวิต และเส้นทางการต่อสู้เกี่ยวกับเรื่อง ดินแดนปราสาทพระวิหารของ ทูตวีรชัย มาให้ทุกท่านได้ทราบกัน

ข้าราชการ “ครุฑทองคำ”

ดร.วีรชัย พลาศรัย เกิดเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2503 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี และปริญญาโท มหาวิทยาลัยปารีส (นองแตร์) ปริญญาเอกจากซอร์บอนน์ ฝรั่งเศส เข้ารับราชการที่กระทรวงการต่างประเทศในตำแหน่งเลขานุการตรี กองแอฟริกา และกลุ่มอาหรับ ต่อมาดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ,อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ปัจจุบันได้รับโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

นอกจากนี้เขายังเคย ได้รับรางวัล “ครุฑทองคำ” ประจำปี 2553-2554 ซึ่งเป็นรางวัล สำหรับข้าราชการพลเรือน ที่มอบให้เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณกับข้าราชการที่ปฏิบัติงานด้วยความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และมีคุณธรรม

ค้านแผนที่เขตแดนกัมพูชา

สำหรับเส้นทางการต่อสู้เรื่องดินแดนเขาพระวิหาร ระหว่างไทยกับกัมพูชา ในปี 2551 ชื่อของ ดร.วีรชัย เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ในฐานะ อธิบดีกรมสนธิสัญญาระหว่างประเทศ

โดยเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2551 ดร.วีรชัย ได้เชิญนายโลรองต์ บิลี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และนายอึง เซียน เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชาประจำประเทศไทย มาพบเพื่อแจ้ง ท่าทีของไทยเกี่ยวกับแผนที่โบราณคดีจังหวัดอุดรเมียนเจย และแผนที่โบราณคดีจังหวัดพระวิหาร โดยอาศัยข้อมูลจากกรมภูมิศาสตร์กัมพูชา ซึ่งไทยเห็นว่าแผนที่ทั้งสองฉบับแสดงข้อมูลเกี่ยวกับเส้นเขตแดนคลาดเคลื่อน

ครั้งนั้น ดร.วีรชัย ได้ขอให้กัมพูชาถอนกำลังทหาร และตำรวจของกัมพูชาออกไป จากดินแดนปราสาทพระวิหาร ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ไทย กับกัมพูชา อ้างสิทธิทับซ้อนกันอยู่

เด้ง"วีรชัย"เซ่นคดี “ซีทีเอ็กซ์”

วันที่ 6 พ.ค.2551ครม.สมัคร สุนทรเวช มีมติ โยกย้าย ดร.วีรชัย จากอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ไปเป็น เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง การโยกย้ายดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในหมู่ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ เพราะ ดร.วีรชัย เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าเชี่ยวชาญงานกฎหมายระหว่างประเทศมากที่สุดคนหนึ่ง และมีหลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่แท้จริงของคำสั่งโยกย้ายครั้งนี้คือ ฝ่ายการเมืองมีการประสานด้วยวาจา เพื่อขอเอกสารคดีทุจริตการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 ที่กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ช่วยแปลให้ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ซึ่งนายวีรชัย ไม่ส่งมอบให้ เพราะเห็นว่าต้องมีเอกสารแจ้งขอเป็นลายลักษณ์อักษร จึงสร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายการเมือง จนนำมาสู่การโยกย้ายดังกล่าว

ขณะที่ นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในขณะนั้น ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกด้วยลาย เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2551 ระบุตอนหนึ่งว่า

"...มีความภูมิใจที่ราชอาณาจักรไทยมีนักการทูตที่เก่งกาจ ท่านอธิบดีวีรชัย ซึ่งทำหน้าที่อย่างดีเลิศในการปกป้องผืนแผ่นดินไทยและผลประโยชน์ของชาติ...ขอให้ข้าราชการทุกท่านของกรมสนธิสัญญาฯยึดถือท่านอธิบดีวีรชัยเป็นบุคคลตัวอย่าง ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติอย่างสุดความสามารถ และรักษาเกียรติยศของชาติ ของกระทรวงการต่างประเทศ และของตนอย่างสมศักดิ์ศรี ของข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

ปกป้องประโยชน์ชาติโดนเด้ง!

ปมความขัดแย้งของดร.วีรชัย และฝ่ายการเมือง สอดคล้องกับ คำบรรยายฟ้องของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ที่เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2556 เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีที่นายนพดล ขณะเป็น รมว.ต่างประเทศ ได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ฉบับลงวันที่ 18 มิ.ย.2551 ที่สนับสนุนให้ประเทศกัมพูชา ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไทย

คำบรรยายฟ้อง ของ ปปช. ระบุตอนหนึ่งว่า “ หลังจากนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว วันที่ 3 – 4 มี.ค.2551 นายสมัครไปพบผู้นำกัมพูชา เรื่องขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และนายนพดล รมว.ต่างประเทศ ขณะนั้น ไปหารือกับนายสก อาน รองนายกฯ และรมต.ประจำสำนักนายกฯกัมพูชา ที่ทางกัมพูชาขอให้ไทย สนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร

จากนั้น นายนพดล ได้นำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ให้ข้าราชการกระทรวงต่างประเทศพิจารณา แต่นายวีรชัย พลาศรัย อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ (ขณะนั้น) มีบันทึกช่วยจำคัดค้านเรื่องดังกล่าว แต่นายนพดล ไม่เห็นด้วย จึงเสนอ ครม. ให้นายวีรชัย พลาศรัย พ้นจากตำแหน่ง ทั้งที่นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงต่างประเทศ ทักท้วงว่านายวีรชัย เป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญ ไม่ควรโยกย้าย แต่นายนพดล ยังยืนยันว่า ไม่สามารถร่วมงานกับอธิบดีฯ ที่มีความคิดเช่นนี้ได้”

คืนเก้าอี้เจ้ากรมสนธิสัญญา ฯ

ช่วงเดือน ก.ค. 2551 ภายหลังเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างทหารไทย-กัมพูชา ดร.วีรชัย ก็มีโอกาสเข้าร่วมคณะเจรจา ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทพระวิหาร อยู่หลายครั้ง จนนำไปสู่การลดกำลังทหาร และ จัดประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วม(เจบีซี) ต่อไป

ด้วยผลงานเป็นที่ประจักษ์ ต่อมาวันที่ 5 ส.ค. 2551 ช่วงปลายสมัย ครม.สมัคร สุนทรเวช จึงมีการย้าย ดร.วีรชัย จากเอกอัครราชทูตประจำกระทรวง กลับมาเป็นอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เช่นเดิม ครั้งนั้น นายเตช บุนนาค รมว.ต่างประเทศ ในขณะนั้น ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า “ได้ให้กลับไปอยู่สถานะเดิมก่อนการโยกย้าย เพราะจะช่วยให้การทำงานดีขึ้น”

ย้ายไป “กรุงเฮก” วางแผนสู้คดี

หลังหวนคืนสู่ตำแหน่งเดิม ตลอดช่วงปลายปี 2551 ดร.วีรชัย ได้เดินหน้าเจรจาและเข้าร่วมประชุม เพื่อลดความตึงเครียดแนวชายแดนไทย-กัมพูชาหลายครั้ง โดยในระหว่างนี้มีเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทย และกัมพูชา

17 มี.ค.2552 ครม.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีมติย้าย ดร.วีรชัย จากอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ไปเป็น เอกอัครราชทูตไทย ประจำเนเธอร์แลนด์ โดยหลายฝ่ายมองว่า ดร. วีรชัย เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย รัฐบาลจึงให้ไปเตรียมการ ในการต่อสู้ข้อพิพาทเขาพระวิหาร เนื่องจากประเทศเนเธอร์แลนด์นั้น เป็นที่ตั้งของศาลโลก

ภายหลังจากย้ายมาดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตไทย ประจำเนเธอร์แลนด์ ดร.วีรชัย ได้ใช้เวลาร่วมกับทีมงาน วางแผน และต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารอย่างเต็มที่

ไม่ว่าผลการพิจารณาของศาลโลกจะออกมาเป็นเช่นไร อย่างน้อยคนไทยทั้งประเทศ ก็ได้ประจักษ์ถึงความพยายามอย่างเต็มที่ของ ทีมทนายไทย ดังคำพูดของ ดร.วีรชัย ที่กล่าวว่า...

“ผมไม่เคยพูดว่าเราชนะแน่ ปกติผมจะตอบสามคำ สู้เต็มที่ !!!

http://www.naewna.com/scoop/48833
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

kuroky13
สมาชิกมาใหม่
*


กระทู้: 3
สมาชิกลำดับที่ 24255

เว็บไซต์

| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 25 พฤษภาคม, 2556, 13:38:55 »

น่าจะมีรูปประกอบน่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: