Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
23 กรกฎาคม, 2562, 03:27:01

   

ผู้เขียน หัวข้อ: 7 ปัญหาเรื่องประจําเดือน ที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม  (อ่าน 1764 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,915
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 06 เมษายน, 2556, 22:32:05 »

7 ปัญหาเรื่องประจําเดือน ที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม

เมื่อเกิดมาเป็นผู้หญิงแล้ว สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องเผชิญกันทุก ๆ คนก็คือการมี "รอบเดือน" หรือ "ประจำเดือน" หลาย ๆ คนไม่มีปัญหากับการมีประจำเดือนเลย เว้นแต่อาการปวดหน่วงท้องน้อยบ้าง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่กับผู้หญิงหลาย ๆ คนการมีวันนั้นของเดือนกลายเป็นเรื่องที่ทุกข์ทรมาน เพราะต้องเผชิญกับอาการแทรกซ้อนบางอย่าง หรือหลายอย่างพร้อมกัน

และนี่คือ 7 อาการระหว่างมีรอบเดือนที่คุณผู้หญิงไม่ควรมองข้าม เพราะมันอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกปัญหาภายในร่างกายของคุณได้ค่ะ

1. ประจำเดือนมามากผิดปกติ

ปกติแล้วประจำเดือนจะมาเยอะในวันแรก และค่อย ๆ ลดน้อยลงใน 2-3 วันให้หลัง แต่อย่างไรก็ดี หากประจำเดือนในวันแรกของคุณมาเยอะขนาดที่ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยถึงชั่วโมงละแผ่น เช่นนี้แล้วก็ควรไปพบสูตินรีแพทย์ เพื่อตรวจเช็กว่าอาการของคุณปกติดีหรือไม่

2. รู้สึกหวิวที่ท้องน้อยนานผิดปกติ

ในช่วงแรกของการมีรอบเดือน บริเวณท้องน้อยของคุณจะรู้สึกหวิว ๆ วูบ ๆ ทำให้ช่วงวันแรกนั้นคุณรู้สึกไม่ค่อยสบายท้อง ไม่อยากเคลื่อนไหวตัวมาก หรือทำกิจกรรมที่ต้องโลดโผน แต่อาการจะดีขึ้นและหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน แต่หากคุณมีอาการดังกล่าวนานกว่านั้น หรือมีอาการรุนแรงผิดสังเกต การพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุความผิดปกติน่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด

3. เวียนหัว

ในระหว่างการมีประจำเดือนคุณผู้หญิงอาจรู้สึกอ่อนเพลียบ้าง ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้เนื่องจากสูญเสียเลือดในร่างกายบางส่วนไป แต่หากอาการของคุณหนักถึงขนาดเวียนศีรษะ หน้ามืด จนถึงขั้นเป็นลม ควรนัดพบแพทย์เพื่อทำการตรวจดูอาการว่าปกติดีหรือไม่ ผลตรวจอาจพบว่าคุณเป็นโรคโลหิตจางก็เป็นได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะได้ทราบวิธีดูแลรักษาและบำรุงสุขภาพตัวเองอย่างถูกต้อง และนำไปปฏิบัติต่อไป

4. ปวดท้องมากผิดปกติ

คุณผู้หญิงหลายคนมีอาการปวดหน่วงท้องน้อยในช่วงการมีประจำเดือน ซึ่งนับเป็นเรื่องปกติของอาการที่มดลูกกำลังบีบตัวเพื่อขับเลือดอันเกิดจากการสลายของเยื่อบุมดลูกออกมาเป็นประจำเดือน แต่หากคุณมีอาการปวดมากจนแทบยืนไม่ได้ และต้องงอตัวตลอดเวลา อาจมีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นแล้ว ควรรีบพบแพทย์โดยด่วนค่ะ

5. รอบเดือนมานานเกิน 1 สัปดาห์

หากนับวันของการมีรอบเดือนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายยาวนานเกิน 1 สัปดาห์ และประจำเดือนยังคงมาในปริมาณสม่ำเสมอไม่ลดน้อยลง คุณจำเป็นต้องเข้าพบแพทย์ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพราะส่วนใหญ่นี่มักเป็นสัญญาณความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับระบบสืบพันธุ์

6. รอบเดือนออกมาเป็นลิ่มผิดปกติ

รอบเดือนที่มีลิ่มเลือดเล็ก ๆ ปะปนออกมากับเลือดเหลวบ้าง ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากเลือดรอบเดือนของคุณมีลักษณะเป็นลิ่มก้อนใหญ่ผิดสังเกต คุณควรหาเวลาไปพบแพทย์ดูบ้างแล้วล่ะค่ะ เพื่อเช็กดูว่าทุกอย่างยังปกติดีหรือไม่

7. รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอ

หากจู่ ๆ รอบเดือนของคุณก็ขาดไป ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในช่วงการตั้งครรภ์ นี่เป็นสัญญาณฉุกเฉินที่บ่งบอกว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นแล้วแน่ ๆ โดยเฉพาะหากที่ผ่านมารอบเดือนของคุณมาอย่างสม่ำเสมอโดยตลอด มันอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือความผิดปกติอื่น ๆ ของระบบสืบพันธุ์ก็ได้

อาการทั้ง 7 ระหว่างมีรอบเดือนนี้ คืออาการที่คุณผู้หญิงควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ แม้บางรายอาจมีอาการมากกว่า 1 อย่างขึ้นไป แต่เมื่อตรวจแล้วก็พบว่าทุกอย่างเป็นปกติดีก็ตาม อย่างไรก็ดี การเข้าพบแพทย์ทันทีที่สังเกตอาการได้ก็ย่อมอุ่นใจ และปลอดภัยกว่านะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจากhttp://health.kapook.com/
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,915
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 06 เมษายน, 2556, 22:34:30 »

วิธีแก้ปวดท้องประจําเดือนมากๆ วิธีแก้ปวดท้องประจําเดือน อย่างรุนแรง

วิธีคลายปวดประจำเดือน

ขอนำเสนอการลดการปวดประจำเดือนที่เป็นปัญหาสำหรับสาวๆค่ะ ตัวดิฉันเอง ก็มีอาการปวดแบบนี้มาตั้งแต่เริ่มเป็นเกือบทุกเดือนที่ร้องไห้เพราะความเจ็บเลยค่ะ และขอบอกไว้ก่อนเลยนะคะ ว่าสาวๆคนใหนที่ปวดประจำเดือนมากถึงมากที่สุด แต่คิดว่าคงไม่เป็นไร ความคิดนั้นผิดอย่างมหันต์ค่ะ เนื่องจากคนที่มีอาการแบบนี้อาจมีโอกาสพัฒนาเป็นเนื้องอกจนถึงมะเร็งได้ ดิฉันจึงได้ไปรวบรวมหาข้อมูลมาเท่าที่หาได้ค่ะวิธีของเจ้าของกระทู้

1. อย่าคิดมากๆ เดี๋ยวมันก็หายไป
2. ห้ามกินน้ำเย็นเด็ดขาด ให้กินน้ำร้อนหรือน้ำอุ่นแทน
3. กระเป๋าน้ำร้อน เอามาประคบท้องช่วยบรรเทาได้ค่ะ แต่ของเราเราใช้แค่แก้วเติมน้ำร้อนวางบนท้องเฉยๆ ก็ได้
4. จะมีสมุนไพรที่เรียกว่าลูกใต้ใบ เอาส่วนรากมาล้างให้สะอาดแล้วต้มกิน เราก็พึ่งได้กินวันนี้วันแรก(วันที่ตั้งกระทู้นี้) คนต่างจังหวัดจะกินกันบ่อย เค้าบอกว่าจะไม่กลับมาปวดอีกเลย (อันนี้เราก็จะพยายามกินไปเรื่อยๆ) แต่กินไม่ยากนะ ไม่ขมแต่อาจจะจืดหน่อย ใช้กินแทนน้ำได้เลย
5. ยาแก้ปวดก็กินได้นะ ถ้าไม่อยากง่วงแนะนำให้กินซาร่า แต่ถ้าอยากพักผ่อนก็พาราเลยจ้า<<<ไม่ได้โฆษณานะคะ
6. พักผ่อนเยอะๆ นอนซะนะ จะได้มีแรงและหายปวดไปเยอะนะ
7. กรณีปวดมากๆจริงๆ แนะนำให้ไปหาหมอเลยค่ะ ไปตรวจไว้แต่เนิ่นๆ ปลอดภัยไว้ก่อน ชัวร์สุด อันนี้หามาจ้า ขอบคุณเจ้าของกระทู้เดิมด้วยที่เตือนไว้ก่อนว่านี้เป็นเพียงการบรรเทาเท่านั้น และผลอาจไม่เป็นที่น่าพอใจเท่ายาแก้ปวดท้องประจำเดือนซี่งเป็นแผนปัจจุบันที่ขายกัน แต่จะดีกว่ายาพวกนั้นตรงที่ไม่มีสารตกค้างแน่ ๆ กินแล้วกระดูกไม่ผุเหมือนยาแผนปัจจุบันค่ะ แถมบำรุงร่างกายด้วย

โดยปกติถ้าใครเป็นในระดับกลาง - มากนี่คงรู้ตัวนะคะ เพราะได้ดิ้นอยู่บนเตียงแล้วแน่ ๆ
ลองให้คนที่บ้านไปซื้อน้ำขิง เต้าฮวยหรืออะไรก็ได้ที่เป็นนะขิงร้อน ๆ ค่ะ แต่ไม่แนะนำใช้ผงขิงสำเร็จรูปเพราะจะอ่อนไป และระวังสำหรับบางร้านเขาจะขี้โกงใส่พริกไทยประสมลงไปเพื่อให้เผ็ด ผลทีได้มันจะไม่ดีเท่าที่ควรค่ะ (ถ้าทีพริกไทยมันจะเผ็ดอย่ที่ปากนะ ไม่ร้อนท้อง)

เผ็ดของขิงจะต่างจากพริก หรือวาซาบินะ เพราะว่าขิงจะเผ็ดแบบอุ่น ๆ คือ พอกินเข้าไปมันจะร้อนไล่วาบตั้งแต่คอ อก ท้องเลย รู้สึกได้ ซดมันเข้าไปหมดชามนั่นแหละ แล้วจะดีขึ้นเอง (เหมือนยัดถุงน้ำร้องเข้าไปในท้อง)

ตอนแรก ๆ อาจมีปัญหากันนิดหน่อยเพราะไม่ชินกับรสเผ็ด แต่ฝืนใจกินหน่อย เอาพวกปาท่องโก๋ (ที่เล็ก ๆ กรอบ ๆ สำหรับใส่เต้าฮวย หรือบดใส่โจ๊) ประสมเพื่อความอร่อยได้ (แต่อย่ากินปาท่องโกอย่างเดียวแล้ววิดน้ำขิงทิ้งนะ แบบนั้นไม่ได้ผลห้ามว่ากัน) กินไปซัก 4 - 5 ครั้งก็ชินเอง เดี๋ยวก็เรียกหาทุกเดือนเองแหละ

หรือใครจะต้มเอง ซื้อขิงมาเก็บไว้ที่บ้านเป็นกิโลต้มกับมันก็ใช้ได้นะ (อันนี้เป็นวิธีที่แม่ ame จะทำให้บ่อย ๆ)

***ข้อสำคัญอย่าปล่อยให้เย็นแล้วกิน กินมันตอนร้อนที่สุดเท่าที่ปากของเพื่อน ๆ จะรับไหว

จากนั้นก็นอนพักหน่อย เดี๋ยวหายเอง ไม่ต้องพึ่งยาหรือถุงน้ำร้อน (ที่จริงอันหลังไม่มีผลข้างเคียง แต่บางคนบอกว่าใช้แล้วจะติด แม่ของ ame เลยไม่ให้ใช้ แต่ถ้าใครที่เป็นหนักถึงขึ้นอาเจียนก็ใช้ไปเหอะ ถ้าพอกัดฟันทนก็อย่าใช้เลย)

ลองทำดูนะ แล้วก็ถ้าจะป้องกันไม่ให้มันเป็ฯหรือให้เป็นน้อยก็อย่ากินของเย็น ๆ ก่อนที่ประจำเดือนจะมาซัก 2 - 3 วัน แล้วช่วงนั้นดื่มน้ำขิงด้วย เขาว่ามันจะช่วยได้ แต่ ame เองก็ยังไม่เคยทำสำเร็จ (อดใจกินไอศกรีมไม่ได้ง่ะ)

สาวๆหลายคนมีอาการปวดประจําเดือนเป็นประจําทุกเดือน สาเหตุหลักๆของอาการนี้ คือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างมีประจําเดือน ใครที่กําลังมีอาการอยู่ เรามีท่าทีสามารถบรรเทาอาการปวดท้องประจําเดือนได้ชะงัดมาให้ลองทํากันดูค่ะ

วิธีคลายปวดประจำเดือน

ท่าที่1 นั่งหลังตรงบนเก้าอี้ ปล่อยขาทํามุม 90 องศากับพื้น ตาม สบาย จากนั้นพยายามกางขาออกให้กว้างมากที่สุด เท่าที่จะทําได้
ค้างไว้ นับ1-10 แล้วกลับสู่ท่าเรื่มต้น ทําซํ้าซัก5ครั่ง

ท่าที่2 หมุนบั้นเอวจากซ้ายไปขวา แล้วสลับหมุนจากขวาไปซ้าย ข้างละสิบครั้ง เช้า-เย็น

ท่าที่3 ท่านี้คือ''ท่าแมว''ในการฝึกโยคะนั่นเอง ทําง่ายๆดังนี้
1. คุกเข่า โก้งโค้ง เอามือยันพื้น แขนเหยียดตรง ขาแยก ห่างกัน พอสมควร ตามองตรง
2. หายใจเข้า โก่งหลังขึ้นเหมือนแมวที่กําลังขู่ศัตรู คางชิดอก หาย ใจออก ค้างท่านับ 1-10 หายใจตามปกติ
3. ค่อยๆลดหลังลง เคลื่อนหน้าขึ้นมาตรง หายใจออก ค้างท่านับ1-10
4. จากนั้นหายใจเข้าพร้อมกับแอ่นหลังลงไป เงยหน้าขึ้น หายใจออก ค้างท่านับ 1-10 หายใจตามปกติ จบด้วยการหายใจเข้า เคลื่อนหลัง ขึ้นมาตรง หน้าตรง หายใจออก (ท่านี้ไม่เหมาะกับผู้มีอาการเจ็บหลังอยู่) และเพื่อป้องกันไม่ให้อาการหวนกลับมาอีกในเดือนหน้า ก็ต้องใส่ใจในเรื่อง อารมณ์เป็นพิเศษ เพราะเป็นตัวแปรสําคัญซึ่งมีส่วนเสริมความรุนแรงของอาการปวดประจําเดือน โดยพบว่าคนที่อารมณ์อ่อนไหวง่ายหรือมี ความเครียด จะมีอาการปวดรุนแรงกว่าคนที่มีอารมณ์ดี นอกจากนี้การออกกําลังกายเป็นประจํายังเป็นยาดีที่จะช่วยเราได้ในระยะยาว และเพราะช่วยให้ร่างกายได้หลั่งสารอินเดอร์ฟินให้ได้รู้สึกกระปี้กระเป่าและยังช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคได้ด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : board.postjung.com/513182.html
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: