Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 กันยายน, 2561, 05:09:50

   

ผู้เขียน หัวข้อ: 2 เม.ย.วันอนุรักษ์มรดกไทย แสดง'โขน'สิบปางครั้งแรก  (อ่าน 767 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,907
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 02 เมษายน, 2556, 07:24:33 »

2 เม.ย.วันอนุรักษ์มรดกไทย แสดง'โขน'สิบปางครั้งแรก : โดย...ผกามาศ ใจฉลาด

ที่มา http://www.komchadluek.net
               
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีคุณูปการต่องานด้านศิลปวัฒนธรรมและการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมอย่างอเนกอนันต์ตลอดมา รัฐบาลมีความซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณ และตระหนักในคุณค่าความสำคัญของการผดุงรักษา สร้างสรรค์ พัฒนา และสืบทอดมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติ เมื่อวันที่ 26  กุมภาพันธ์ 2528 กำหนดให้วันที่ 2 เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เป็นวันอนุรักษ์มรดกไทย
               
ปกรณ์ พรพิสุทธ์  ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต กรมศิลปากร เล่าว่า การดำเนินงานวันอนุรักษ์มรดกไทย ตั้งแต่ปี 2528 จนถึงปี 2555 จะกำหนดเนื้อหาการอนุรักษ์แต่ละปีที่สำคัญๆ ได้แก่ งานวันอนุรักษ์มรดกไทยในเรื่องทั่วๆ ไป, นาฏศิลป์และดนตรีไทย, ช่างศิลป์ไทย, ภาษาและวรรณกรรมไทย, สถาปัตยกรรมไทย, การอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและสืบทอด สร้างสรรค์ พัฒนาภูมิปัญญาไทย, การอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งทรัพย์สินมรดกทางศิลปวัฒนธรรม, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับมรดกของแผ่นดิน, มรดกไทย...มรดกชาติ, งานช่างกับมรดกศิลปวัฒนธรรม ในหัวข้อ “ช่างพื้นถิ่น”, งานช่างหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กับงานประณีตศิลป์     
     
 สำหรับการจัดงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย ระหว่างวันที่ 2-8 เมษายน 2556 กรมศิลปากรจัดขึ้น ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยนำเสนอเรื่อง โขน : อัจฉริยนาฏกรรมสยาม เนื่องจากในบรรดานาฏกรรมของไทยอันมีอยู่มากมาย หลายอย่าง “โขน” นับเป็นนาฏกรรมเก่าแก่ที่มีแบบแผนสืบมาแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 20 เป็นการละเล่นมหรสพที่รักษาเอกลักษณ์ให้เป็นที่นิยมในทุกยุคทุกสมัย
               
ข้อมูลอันเป็นหลักฐานสำคัญที่อาจกล่าวได้ว่า มีการจัดแสดงโขนมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา นั่นก็คือ จดหมายเหตุของเมอซิเออร์ เดอ ลาลูแบร์ ความว่า  “โขน เป็นรูปคนเต้นรำตามเสียงจังหวะพิณพาทย์ ตัวผู้เต้นรำนั้นสวมหน้าโขนและถือศัสตราวุธ  (ทำเทียม) เป็นตัวแทนทหารออกต่อยุทธมากกว่าเป็นตัวละคร และมาตรว่าตัวโขนทุกๆ ตัวโลดเต้นเผ่นโผนอย่างแข็งแรง และออกท่าทางพิลึกพิลั่นเกินจริงก็ต้องเป็นใบ้จะพูดอะไรไม่ได้ ด้วยหน้าโขนปิดปากบนเสีย”
               
โดยหลักฐานทางภาควิชาการ “โขน” คือที่รวมของศิลปะหลายอย่าง ที่เห็นได้ชัดเจน คือ เป็นที่รวมของหนังใหญ่ การละเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์และกระบี่กระบอง เมื่อศิลปะดังกล่าวรวมตัวกันเข้าแล้ว  โขนยังได้มีวิวัฒนาการตามความนิยมของสังคมยุคสมัย ทั้งวิธีการแสดง คำพากย์เจรจา เพลงขับร้อง รวมทั้งเพลงบรรเลงอย่างที่นิยมเรียกกันว่า “เพลงหน้าพาทย์” ตลอดจนวงปี่พาทย์ที่ใช้บรรเลงประกอบอยู่เป็นประจำด้วย
                 
“สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยมีความสำคัญอย่างยิ่งใหญ่ในการส่งเสริม สนับสนุนศิลปะการแสดง อันเป็นมรดกของชาติที่สืบสานมาถึงปัจจุบัน โดยกรมศิลปากรยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และมีพระราชดำรัสให้ศึกษา ค้นคว้า ปรับปรุงเครื่องแต่งกายโขนของกรมศิลปากร ให้มีความงดงามมากยิ่งขึ้น ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ อีกทั้งสร้างขวัญ และกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่การอนุรักษ์ศิลปะการแสดงของชาติ”
                 
ผู้อำนวยการสำนักการสังคีตกล่าวต่อไปว่า เรื่องราวของ โขน : อัจฉริยนาฏกรรมสยาม เป็นการแสดงโขน นารายณ์สิบปาง ถือเป็นไฮไลท์เด่น เพราะเป็นการแสดงนารายณ์ครบทั้งสิบปางครั้งแรกในเมืองไทย ที่ผ่านมามีการแสดงนารายณ์ปางต่างๆ แต่ยังไม่มีการแสดงนารายณ์ครบทั้งสิบปางในครั้งเดียวต่อเนื่อง 5 วันเต็ม (ทำการแสดงวันละ 2 ปาง)  ประกอบด้วย 1.ปางมัตสยาวตาร 2.ปางทวิชาวตาร 3.ปางกูรมาวตาร 4.ปางนรสิงหาวตาร 5.ปางมหิงสาวตาร 6.ปางสมณาวตาร 7.ปางวราหาวตาร 8.ปางมหัลลกอสีวตาร 9.ปางอัปสราวตาร 10.ปางรามาวตาร
               
“นอกจากนี้ยังมีการแสดงเรื่องรามเกียรติ์ ชุดน้ำนมแม่แก้พิษศร ในวันเปิดงาน และการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามรบทศกัณฐ์  ในวันปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ใช้นักแสดงมากถึง 100 คน  นับว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญเช่นเดียวกันที่ผู้เข้าชมงานไม่ควรพลาด”
               
ความน่าสนใจของงาน  ยังมีเรื่องของนิทรรศการเรื่องราวประวัติและที่มาของโขน วิวัฒนาการของโขนตามยุคสมัย การจัดแสดงเครื่องแต่งกายโขนที่มีการปรับปรุงให้มีความงดงามยิ่งขึ้น และการจัดเสวนาให้ความรู้เรื่องโขน อาทิ เรื่อง โขนมาจากไหน? เรื่องบทบาทของพระนารายณ์ในการแสดงนารายณ์สิบปาง เรื่องคำพากย์ และคำเจรจาโขน เรื่อง นฤตตมูรติ จาก 108 ท่ารำของพระศิวะมหาเทวะมาสู่โขนและนาฏศิลป์ไทย
     
.............................................

(2 เม.ย.วันอนุรักษ์มรดกไทย แสดง'โขน'สิบปางครั้งแรก : โดย...ผกามาศ ใจฉลาด  )           
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: