Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
24 มิถุนายน, 2560, 00:29:08

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ศาลามโหสถ  (อ่าน 14506 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,553
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 15 มีนาคม, 2556, 15:23:06 »

ที่มา ศาลามโหสถ จ.ปราจีนบุรี https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%AA%E0%B8%96-%E0%B8%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5/372166122875803

‘ศาลามโหสถ’ ตั้งอยู่ที่อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี ชื่ออำเภอนี้มีที่มาจาก ‘เมืองมโหสถ’เมืองโบราณอายุราว 1,500 ปีมาแล้ว โดยเรียกชื่อตามชาดกเรื่องมโหสถ อันติดมากับกลุ่ม 'ลาวพวน' ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนแถบนี้เมื่อราวรัชกาลที่ 3 โดยมีคติยกย่องนิทานชาดกมาอธิบายความเป็นมาของชุมชน



สังคมในตระกูลไทย-ลาวให้ความสำคัญสูงสุดในชาดกเรื่องเวสสันดร รองลงมาคือเรื่องพระมโหสถ จึงพบภาพสลักและภาพเขียนเล่าเรื่องพระมโหสถมากมายหลายแห่งด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ ใบเสมาเก่าแก่พบที่พระธาตุยาคู เมืองฟ้าแดดสงยาง จ.กาฬสินธุ์
พระธาตุยาคู ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ ศิลปะแบบทวารวดี ก่อด้วยอิฐ ไม่สอปูน มีเจดีย์แบบอยุธยาซ้อนทับ และมีหลักฐานว่ามีการต่อเติมอีกในสมัยรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันมีความสูงจากฐานถึงยิด 15 เมตร จากการบูรณะในปี 2526 ได้นำเสมาที่พบ 11 ใบตั้งไว้ในตำแหน่งเดิม โดยเป็นการปักในตำแหน่งประจำทิศทั้ง 8 หนึ่งในเสมาเหล่านั้น มีการสลักภาพเล่าเรื่องมโหสถชาดก ตอนพระมโหสถชูพระขรรค์ ทำให้พระเจ้าจุลนีพรหมทัตตกพระทัย

ในชาดกเล่ากำเนิดพระมโหสถไว้ว่า ‘ยังมีเศรษฐีนามว่าสิริวัฒกะ มีภรรยานามว่า นางสุมนาเทวี นางคลอดบุตรออกมาในเวลาที่พระราชาทรงสุบิน ท้าวสักกเทวราชเสด็จมาแต่ไม่มีผู้ใดเห็น เอาแท่งโอสถมาใส่ในมือทารกน้อย

ครั้นมารดาเห็นของในมือทารก ก็อุทานว่า “พ่อได้อะไรมา” กุมารน้อยยื่นโอสถนั้นให้มารดา แล้วตอบว่า “โอสถ ข้าแต่แม่ท่านจงให้โอสถนี้แก่เหล่าคนเจ็บป่วยทั้งหลาย”

สิริวัฒกะเศรษฐีนำโอสถนั้นมาฝน หินหน่อยหนึ่ง แล้วทาบนหน้าผาก อาการปวดหัวมาตลอด 7 ปี ของตนก็หายเป็นปลิดทิ้ง ดุจน้ำหายไปจากใบบัว ความทั้งหมดก็รู้กันทั่ว คนเจ็บป่วยพากันมาหาเศรษฐี เศรษฐีก็ฝนโอสถหน่อยหนึ่งละลายน้ำแจกกันทั่ว คนเหล่านั้นก็หายป่วย มหาเศรษฐีจึงตั้งชื่อกุมารว่า “มโหสถกุมาร” อันเป็นคำสองคำผสมกันคือมหากับโอสถ มีความหมายว่า กุมารแห่งยาอันมีความยิ่งใหญ่’

ชาดกเรื่องพระมโหสถแสดงการบำเพ็ญปัญญาบารมี จิตรกรรมและภาพเล่าเรื่องในลักษณะต่างๆมักแสดงให้เห็นปัญญาบารมีของพระมโหสถ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือพระโพธิสัตว์มีโอสถแท่งที่สามารถรักษาใครๆให้หายจากโรคภัยก็เป็นบุญบารมีอย่างหนึ่ง ดังมีตัวอย่างการรักษาโรคช่วยชีวิตมนุษย์ของจักรพรรดิราชในอดีต เช่น พระเจ้าอโศก, ชัยวรมันที่ 7, ฯลฯ ล้วนสร้างโรงพยาบาลรักษาโรคให้ราษฎรเพื่อแสดงบารมี ต่อมาจนถึงรัชกาลที่ 3 ทำตำรายาไว้ที่วัดราชโอรสกับวัดโพธิ์


Credit
ข้อมูลเรื่องใบเสมาจาก อ.ดร. รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล ภาควิชาประวัติศาสตร์ ม.รามคำแหง
ข้อมูลเรื่องพระธาตุยาคู จาก กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: