Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
23 กันยายน, 2561, 04:30:36

   

ผู้เขียน หัวข้อ: เจ้าพระยาภูรธราภัย สมุหนายก “ท่านแรงแต่ยังอยู่จนตายก็ยังแรง”  (อ่าน 816 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 13 มีนาคม, 2556, 22:20:20 »

เจ้าพระยาภูรธราภัย สมุหนายก “ท่านแรงแต่ยังอยู่จนตายก็ยังแรง”

จากคอลัมน์ เวียงวัง ในเว็บเด็กดี

กรุงรัตนโกสินทร์ ไม่มีบรรดาศักดิ์เจ้าพระยาจักรี ผู้ดำรงตำแหน่งสมุหนายก อันเป็นที่จักรีนั้นมีราชทินนามอย่างอื่น เช่น เจ้าพระยาอภัยภูธร เจ้าพระยาบดินทรเดชา เจ้าพระยานิกรบดินทร์ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเลี่ยงพระนามพระบรมราชวงศ์ (สมุหนายก อาจเทียบได้กับนายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน)

สมุหนายกคนที่กล่าวถึงนี้คือ เจ้าพระยาอภัยภูธร (น้อย) รับราชการมาแต่ในรัชกาลที่ ๑ จนได้เป็นพระยาอนุชิตราชา จางวางพระตำรวจ ถึงรัชกาลที่ ๒ ได้เป็นเจ้าพระยมราช จตุสดมภ์กรมเวียง หรือเสนาบดีกรมเมือง โปรดฯให้เป็นแม่ทัพออกไปเขมรดังกล่าว ได้ชัยชนะกลับมาแล้วโปรดฯให้เป็นเจ้าพระยาอภัยภูธร อัครเสนาบดีที่สมุหนายก

เมื่อขึ้นรัชกาลที่ ๓ โปรดฯให้เพิ่มเครื่องยศกั้นกลดและพระราชทานเสลี่ยงงา ให้นั่งเข้าเฝ้าฯในพระบรมมหาราชวัง

เจ้าพระยาอภัยภูธร (น้อย) เป็นแม่ทัพออกศึกอีกครั้งหนึ่ง คราวพระเจ้าอนุวงศ์ เวียงจันทน์ แข็งเมืองแล้วเข้ามากวาดต้อนครัวในเขตพระราชอาณาจักร

เจ้าพระยาอภัยภูธร (น้อย) ยกกองทัพหัวเมืองขึ้นไปตั้งอยู่ ณ เมืองพันพร้าว เกิดไข้ระบาดล้มตายกันมาก เจ้าพระยาอภัยภูธร (น้อย) อายุขณะนั้น (พ.ศ.๒๓๗๐) ประมาณ ๖๗ ป่วยเป็นไข้ด้วย ถึงแก่อสัญกรรม โปรดฯให้นำศพลงมากรุงเทพฯ

ครั้นปีรุ่งขึ้น (พ.ศ.๒๓๗๑) สร้างพระเมรุมาศ ถวายสมเด็จพระอมรินทราบรมราชนี (สมเด็จกรมพระอมรินทรามาตย์) ถวายพระเพลิง พระบรมศพเสร็จแล้ว รื้อเครื่องพระเมรุมาศสำหรับพระเกียรติยศออก

จึงโปรดฯให้ชักศพเจ้าพระยาอภัยภูธรเข้าสู่พระเมรุ มีงานมหรสพ ๓ วัน ๓ คืน แล้วทรงพระราชทานเพลิง

เมื่อโปรดฯให้รื้อพระเมรุนั้น ขณะเจ้าพนักงานกำลังช่วยกันรื้อ ฝนตกพรำๆ รื้อเครื่องประดับยังไม่ทันเสร็จ เกิดฟ้าผ่าลงมาโดยพระเมรุไฟไหม้ไม่อาจดับได้ จึงต้องปล่อยให้ไหม้จนมอดไปเอง เป็นเหตุให้ผู้คนพากันเปรยว่า

“ท่านแรงแต่ยังอยู่จนตายก็ยังแรง”
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: