Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
19 พฤศจิกายน, 2561, 23:27:14

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ธรรมะจาก หลวงตาพระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน  (อ่าน 11385 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7] 8
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #60 เมื่อ: 11 ธันวาคม, 2558, 10:27:39 »

เวลามีชีวิตอยู่ก็ประมาท ไม่สนใจกับอรรถกับธรรมมาวัดวาอาวาสไม่สนใจ ตายแล้วค่อยมาขอส่วนบุญ
ส่วนบุญมันก็ต้องส่วนบุญอย่างนั้นละคนคับแคบตีบตัน คนตระหนี่ถี่เหนียวเขาทำทานไม่อยากทำแต่อยากได้ แน่ะ มันก็เสียละซิ

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโนเทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๑
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #61 เมื่อ: 11 ธันวาคม, 2558, 10:35:53 »

เอ้า เกิด ก็เกิด ทุกข์ ก็ทุกข์ เสียใจ ก็เสียใจ เพราะอำนาจกิเลสพาให้เป็นไป เพราะกิเลสเป็นเรานี่ ถึงขนาดจะสลบไสล ก็พอใจสลบไสล เสียใจ ขนาดตั้งสติไม่ได้ แทบเป็นบอเป็นบ้าไป มันก็พอใจเป็นไปตามกิเลส ร้องไห้ ก็พอใจร้องไห้ เพราะถือว่ากิเลสเป็นเรา เราเป็นกิเลส

ถ้าพิจารณาแยกระหว่างกิเลสกับเราออกดูบ้างพอรู้เรื่องกัน เราจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้ ต้องมีท่าต่อสู้กัน เมื่อมีท่าต่อสู้กัน ก็ต้องมีความแพ้ ความชนะกันจนได้ และเห็นภัยของกันและกัน อย่างชัดเจนละทีนี้

การประพฤติปฏิบัติตนก็เข้มแข็ง ความคิดในแง่ใด ที่จะเป็นไปเพื่อความนอนใจเป็นไปเพื่อความสั่งสมกิเลส เป็นไปเพื่อความเดือดร้อนแก่ตน เป็นไปเพื่อความล่าช้า ย่อมถือว่ามันเป็น “ภัย” เช่นเดียวกันหมด เหล่านี้ คือ ลูก หลาน เหลนของกิเลส ถ้าไม่ใช่กิเลสตัวจริง ก็คือ ลูกเต้าหลานเหลนของมัน มันเป็นลูกเต้าเหล่ากอของเสือทั้งนั้นแหละ แม่มันเป็นเสือ พ่อมันเป็นเสือ ลูกมันจะเป็นอะไร ถ้าไม่เป็นเสือน่ะ คิดดูตรองดูก็พอทราบได้ ไม่สงสัย

ฉะนั้น จงพยายามฆ่ามันไปเรื่อยๆ ด้วยความเห็นโทษของมัน พยายามแยกกันออก อุบายของสติปัญญาที่จะแยกกิเลสกับตัวออกต้องแยกอย่างนี้ คือ หาอุบายพลิกแพลงเปลี่ยนแปลง หลายแง่ หลายกระทง ย่อมผ่านพ้นไปได้ ถ้าไม่หาอุบาย เอาอะไรมาแก้เครื่องผูกมัดตัวเรากับกิเลส ก็กอดคอกันตายตลอดกัปตลอดกัลป์ ไม่มีวันผ่านพ้นกองทุกข์ ความทรมานกาย ทรมานใจไปได้

พ่อแม่ครูอาจารย์หลวงปู่ใหญ่พระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๘
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #62 เมื่อ: 13 ธันวาคม, 2558, 08:51:51 »

ร่างกายมีอยู่ก็ไม่เป็นปัญหา เมื่อจิตใจผ่านพ้นไปเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคต่อใจแล้ว แม้ว่าร่างกายจะเจ็บปวด หรือจะเป็นจะตาย ก็ทราบว่าเป็นเรื่อง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งเป็นกฎของธรรมชาติ ร่างกายทั้งหมดนี้ เป็นเช่นเดียวกับสิ่งภายนอกนั้นแหละ มีการตั้งขึ้นแล้ว สลายตัวลงไป อันนี้มันตั้งขึ้นเราก็เห็นแล้ว ตั้งอยู่เราก็เห็นแล้ว มันค่อยแปรของมันไปเป็นลำดับ ๆ เราก็เห็น เราก็รู้อยู่ทุกวัน เพราะเราดูอยู่ เนื่องจากเป็นของของเรา ที่ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดู ยิ่งพิจารณาด้วยปัญญาด้วยแล้ว ก็ยิ่งเห็นชัดตามความแปรสภาพของขันธ์ มันแปรไป แปรไป ถึงวาระสุดท้ายก็กระจายกันไปหมด! มันกระจายของมันเอง ขันธ์มันแตกของมันเอง เพราะมันตั้งของมันเอง แล้วมันก็แตกของมันไปเอง ไม่มีใครบังคับให้แตกให้สลาย

พ่อแม่ครูอาจารย์หลวงปู่ใหญ่พระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๘
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #63 เมื่อ: 13 ธันวาคม, 2558, 20:40:16 »

ท่านว่า “วัฏวน วัฏเวียน” ไม่มีต้นไม่มีปลาย คือไม่ทราบว่าต้นทางอยู่ที่ไหน ปลายทางอยู่ที่ไหน วนเวียนกันอยู่เหมือนมดไต่ขอบด้ง ที่วนไปเวียนมา ไต่ไปไต่มา หาทางออกไม่ได้

เรื่อง “วัฏสงสาร” กับ “หัวใจของสัตว์โลก” มันก็วกไปเวียนมาอยู่อย่างนั้น มาทีไรก็มาตื่นแต่ของเก่านั่นแล เกิดเท่าไรก็ว่าตนไม่เคยได้เกิด ตายเท่าไรก็ยังเข้าใจว่าตนไม่เคยตาย ไม่เคยทุกข์ ไม่เคยลำบากมาแล้ว เรื่องของตัวแท้ ๆ ก็ไม่ทราบได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ยังจะอวดฉลาด ให้กิเลส “วัฏวน” หัวเราะเยาะเย้ยอยู่หรือ ถ้าไม่อายตัวเองก็ควรอายกิเลสบ้าง พอมีทางออกจากมัน แม้ไม่ได้มากก็นับว่าเป็นผู้เห็นภัย ความเห็นภัยและพยายามแก้ไขอยู่เสมอ วันหนึ่งจนได้ที่จะทราบหน้าทราบตาของมันอย่างชัดเจน และพยายามแยกมันออก แยกกันออก ตัวนี้ก็เห็นชัด ตัวนั้นก็เห็นชัด ตัวนี้ก็เป็นภัย ตัวนั้นก็เป็นภัย ตัวไหนก็เป็นภัย สิ่งที่ยังแก้ไม่ได้ ก็เห็นว่าเป็นภัย

พยายามเข้าไป เหมือนเราพยายามถอนเสี้ยนหนามออกจากเท้าเรานี่แหละ ถอนออกมาได้แล้ว นี่ก็คือหนาม ที่ยังถอนไม่ได้ก็คือหนาม แล้วจะนอนใจได้อย่างไร พยายามถอนออก ถอนออกได้ จนไม่มีอะไรติดอยู่ที่ฝ่าเท้า แล้วหายามาใส่เสีย ให้หายเป็นปกติ นั่น!

พ่อแม่ครูอาจารย์หลวงปู่ใหญ่พระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๘
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #64 เมื่อ: 22 ธันวาคม, 2558, 16:30:41 »

"การอุทิศบุญ สำคัญที่ใจ"

" .. การอุทิศบุญนี้เป็นของสำคัญนะ อุทิศด้วยการกรวดน้ำก็ได้ ไม่กรวดน้ำก็ได้ "สำคัญที่อุทิศทางใจ" น้ำนี้เป็นสักขีพยานภายนอกต่างหาก

"หลักอันใหญ่โตจริง ๆ คือใจ น้ำใจต่างหาก" นี่หลักของธรรมแท้เป็นอย่างนี้ "

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ยามเฝ้าบอร์ด
ผู้ดูแลบ้าน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,645
สมาชิกลำดับที่ 1
มือปราบเกรียน



| |

« ตอบ #65 เมื่อ: 22 ธันวาคม, 2558, 18:58:58 »

ที่นี่ผู้ปฏิบัติไม่เป็นอย่างนั้น ผู้ปฏิบัติปฏิบัติเพื่อเอาจริงเอาจังเพื่อเห็นเหตุเห็นผล เพื่อรู้แจ้งแทงทะลุทั้งกิเลสทั้งอรรถทั้งธรรมทั้งหลาย มันก็ต้องเจอ เริ่มตั้งแต่สมาธิ จิตเริ่มเป็นสมาธิเป็นอย่างไร นี่อ่านแล้วรู้แล้ว ไม่มีใครบอกก็รู้ภายในจิตใจ เพราะใจเป็นธรรมชาติที่รู้ อะไรสัมผัสก็รู้ เมื่อธรรมประเภทใดสัมผัสใจทำไมใจจะไม่รู้ สมาธิค่อยเปลี่ยนสภาพเข้าไปสู่ความละเอียด เพราะการบำรุงส่งเสริมอยู่เสมอก็รู้ๆ นั่น จนกระทั่งถึงความแน่วแน่ ความละเอียดที่ท่านให้ชื่อว่าอัปปนาสมาธิก็รู้ภายในจิตใจ นี่ละเราอ่าน อ่านภายในตัวเอง อ่านในตัวเอง รู้เห็นในตัวเอง อ่านในตัวเองอยู่อย่างนั้น นี่คือความจริง เจ้าของเห็นเองรู้เอง อ่านเองชัดเจน แน่ะ

จิตก้าวขึ้นสู่ปัญญาก็เหมือนกัน จิตเริ่มไหวตัวเป็นปัญญาเป็นอย่างไร คำว่าจิตเริ่มไหวตัวเป็นปัญญา ปัญญาฆ่ากิเลสฆ่าอย่างไร พูดได้อย่างชัดเจนเพราะเห็นชัดภายในจิตใจระหว่างกิเลสกับธรรมต่อสู้กัน สังหารกัน ใครแพ้ใครชนะ ในระยะใดเริ่มเรื่องใด เช่น เริ่มต้นกิเลสกับธรรมะ ฝ่ายธรรมฝ่ายเรานี้มักแพ้เสมอก็รู้ จนกระทั่งทางนี้มีกำลังแก่กล้าสามารถเพราะการหนุนอยู่เสมอด้วยความเพียร กิเลสเริ่มถอยตัวเริ่มอ่อนตัวหรือเริ่มแพ้ก็รู้ นี่เห็นอยู่ในใจของเรานี้ ท่านไปจดจารึกไว้ในตำราทุกแง่ทุกมุมได้ยังไง แต่ผู้ปฏิบัติเห็นอยู่นี้ชัดอยู่นี้ ต่อเนื่องกันไปโดยลำดับลำดา เขียนไม่เขียนก็ตาม จะจดจารึกไม่จดจารึกก็ตาม ความจริงกับใจสัมผัสสัมพันธ์กัน เห็นกันรู้กันอยู่ตลอดเวลา ทำไมจะพูดไม่ได้ นี่ซิสำคัญ

พ่อแม่ครูอาจารย์หลวงปู่ใหญ่พระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมพระ ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๓๐
กิเลสอันเดียวเท่านั้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #66 เมื่อ: 24 ธันวาคม, 2558, 21:05:17 »

เรื่อง "การภาวนา มีอานิสงส์มากยิ่งกว่าการสร้างบุญทั้งหลาย"

(คติธรรม หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๕

"การทำบุญให้ทาน รักษาศีลนี้ เป็นกิ่งของการภาวนา ถ้าการภาวนามีหลักมีเกณฑ์ดีเท่าไร เรื่องการทำบุญให้ทานภายนอกนั้นจะมีกำลังดึงดูดกันเอง มีกำลังไปเอง เพราะอำนาจแห่งการภาวนา ความเชื่อมั่นในจิตของตัวเองจากภาวนานี้เป็นเครื่องหนุนให้ทำความดีหนักเข้า ๆ หนักเข้าในเรื่องบุญเรื่องกรรม ทุกอย่างหนักเข้าไป การภาวนาจึงเป็นของสำคัญ

การภาวนานี้มีอานิสงส์มากยิ่งกว่าการสร้างบุญทั้งหลายนะ จะได้สั่งสมบุญกุศลตลอด จะรู้เห็นอะไรไม่เห็นอะไรก็ตาม ส่วนบุญกุศลเกิดขึ้นจากการภาวนาเป็นรากฐานสำคัญและมีอานิสงส์มากด้วย จึงขอให้พากันตั้งอกตั้งใจทำภาวนา บำรุงลำต้นให้ดี กิ่งก้านสาขาดอกใบจะแตกกระจายออกไป"
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #67 เมื่อ: 10 กันยายน, 2559, 11:51:19 »

"เห็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันก็เป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายเหมือนกัน อย่าไปดูถูกเหยียดหยามคนนั้นคนนี้ มันเกิดอยู่กับกรรมของแต่ละคน ใครจะไปแต่งกรรมให้กันไม่ได้ เราเป็นคนด้วยกันก็แต่งกรรมดี คือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เอาเป็นหลักใจ เห็นคนอื่นเขาไม่ดีก็อย่าไปดูถูกเหยียดหยามเขา ให้คิดว่าเราก็อยู่ในท่ามกลางแห่งฟืนแห่งไฟเหมือนกัน เพราะกิเลสเป็นตัวยุแหย่ก่อฟืนก่อไฟให้เผาไหม้ตลอด ให้ระงับกันลงด้วยความให้อภัยซึ่งกันและกัน นั่นเป็นของดิบของดีนะ"

...หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน...
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #68 เมื่อ: 22 กันยายน, 2559, 09:56:04 »

" การทำบุญให้ทานมีอานิสงส์มาก คนผู้มีการทำบุญให้ทาน ไปที่ไหนไม่อดอยากขาดแคลน ไปที่ไหนไม่อด เบิกกว้างไปตลอดเวลา เพื่อนฝูงก็มาก จิตใจของเราก็เบิกบานกว้างออกไป เกิดภพใดชาติใดไม่มีคำว่าอัดอั้นตันใจด้วยความขาดแคลนในสิ่งที่นำมาเสวย นี่อำนาจแห่งทานนี่ละ เบิกๆ ออกไป ไปอยู่ภพใดชาติใด ก็มีแต่อำนาจของทาน อำนาจของบุญกุศลที่เกิดขึ้นจากการให้ทานนี้ ให้เป็นเครื่องเสวย เป็นที่อยู่อาศัยสะดวกสบายไปตามๆ กันหมด "

(โอวาทธรรม หลวงตาพระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #69 เมื่อ: 28 กันยายน, 2559, 08:02:09 »

"การติดหนี้ติดสินเป็นทุกข์มาก และเป็นโทษมากยิ่งกว่าความอดความทน อันนี้ยังดีกว่านะ ให้พากันระมัดระวัง การติดหนี้ติดสินไม่จำเป็นอย่าไปติด มีมากมีน้อยเราก็ถูไถใช้ไปตามกำลังของเรา เกิดมาท้องพ่อท้องแม่มีเศษสมบัติเงินทองข้าวของกองเท่าภูเขากองอยู่ในท้องแม่คนไหนมีไหม ก็เกิดมาจากท้องแม่เหมือนกันหมดนั่นแหละ เกิดมาแล้วพ่อแม่พาตะเกียกตะกายหาอยู่หากิน ใครอยู่ที่ไหนพ่อแม่อยู่ที่นั่น ก็พาหาอยู่หากิน พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องไปวันหนึ่ง ๆ นี้เป็นความผาสุกยิ่งกว่าคนที่ดีดที่ดิ้น หาเหตุหาผลไม่ได้ กู้หนี้ยืมสิน ได้อะไรมาไม่พอ ๆ พวกนั้นเป็นกองทุกข์มากนะ ให้พากันระมัดระวังให้ดี

ในธรรมท่านก็แสดง เวลาพระจะไปบวชท่านไล่ตรงนี้ก่อนนะ พอจะไปบวช อนโณสิ ท่านไม่มีหนี้สินติดตัวเหรอ ถามนาคที่จะบวช ถ้าภาษาของเราท่านมีหนี้สินติดตัวไหม ถ้าบอกว่าไม่มียอมให้บวช ถ้ามีหนี้สินแล้วไล่ไม่ให้บวช ทุกวันนี้ก็มี นี่ละพระพุทธเจ้าตำหนิเอามาก คนไม่บริสุทธิ์ ติดหนี้ติดสินเขาไปบวชเป็นประโยชน์อะไร ท่านจึงสอนหรือบังคับ ในกฎกติกาก่อนบวชมีข้อนี้เป็นสำคัญ ถามถึงเรื่องหนี้เรื่องสิน เสียก่อน เมื่อไม่มีหนี้มีสินยอมให้บวช จะเป็นคนมีคนจน พระพุทธเจ้าไม่ทรงตำหนิ แต่ถ้าการติดหนี้นี้ตำหนิทันที ไม่เป็นของดี เราควรยึดมาเป็นคติตัวอย่างของพวกเรานะ"

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ สวนแสงธรรม
วันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๖ [เช้า]

อธิบายเพิ่มเติม #อนโณสิ (เธอไม่เป็นหนี้ใครแล้วหนีมาบวชนะ)#
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7] 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: