Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
19 พฤศจิกายน, 2561, 22:28:42

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ธรรมะจาก หลวงตาพระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน  (อ่าน 11383 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #10 เมื่อ: 30 มีนาคม, 2556, 22:48:39 »

"ธรรมเลิศนี้ถ้าไม่ปฏิบัติไม่รู้ มีแต่ภาคความจำเฉย ๆ
ท่านเหมือนเรา เราเหมือนท่าน เรียนบาปสงสัยบาป
เรียนบุญสงสัยบุญ เรียนนรกสงสัยนรก
เรียนสวรรค์สงสัยสวรรค์ จนกระทั่งเรียนนิพพานก็ไป
ตั้งเวทีอยู่ในนิพพาน ต่อสู้กับนิพพาน ว่าเอ๊ นิพพาน
สิ่งเหล่านี้มีหรือไม่มีหนา สุดท้ายก็ให้กิเลสมาลบว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มี แล้วสนุกทำบาปทำกรรมอย่างเพลินใจ
เวลาตายแล้วจมลงในสิ่งที่ว่าไม่มี ที่ตนว่าไม่มีนั้นคือนรก"


"พ่อแม่ครูอาจารย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน"
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #11 เมื่อ: 04 เมษายน, 2556, 21:14:27 »

ความทุกข์ความสุขมารวมอยู่ที่ใจ

“จิตพอแล้วสบายหมด อยู่ไหนก็สบาย ถ้าจิตไม่พอขึ้นหอปราสาทก็ไปครวญครางบนหอปราสาทนู่นแหละ มันสำคัญอยู่ที่ใจ ถ้าใจสะดวกสบายแล้วเย็นไปหมด ถ้าใจร้อนเสียอย่างเดียวร้อนเป็นฟืนเป็นไฟไปหมด ความทุกข์ความสุขมารวมอยู่ที่ใจ สามโลกธาตุไม่มีที่ใดเป็นที่เก็บความสุขและความทุกข์นอกจากใจดวงเดียวนี้เท่านั้น“

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #12 เมื่อ: 10 เมษายน, 2556, 07:55:52 »

๑. กิเลสหยาบ - ชั้นนอก (อุปกิเลส ๑๖)

ปลาสะ : ตีเสมอ (เข้าทำนองอวดเด่น อวดรู้ อวดฉลาดเท่าเทียมกับผู้ที่เหนือกว่า)
สารัมภะ : แข่งดี แย่งดี(ประเภทหน้าใหญ่ใจโต ทำบุญเอาหน้า เอาเด่นกว่าใคร)
มานะ : ถือตัว ถือตน
ถัมภะ : ดื้อ ด้าน
อติมานะ : ดูถูก ดูหมิ่น ดูแคลนคนอื่น
อิสสา : อิจฉาริษยาผู้อื่น ไม่อยากเห็นคนอื่นได้ดี

๒. กิเลสชั้นกลาง (อนุสัย ๗ : นอนนิ่งอยู่ในใจ พุ่งหรือฟุ้งขึ้นมาบางขณะตามเหตุปัจจัย)....

ทิฏฐิ : ความเห็นผิด (เห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด)
มานะ : ถือตัว ถือตน ไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตา
ภวราคะ : อยากได้ อยากมี อยากเป็น (อยากให้คนอื่นยกย่อง เชิดชู ให้เกียรติ เห็นว่าตนดี ตนเด่น)
อวิชชา : ความไม่รู้จริง บรมโง่

๓. กิเลสชั้นละเอียด (สังโยชน์ ๑๐ : ทำให้จิตไม่หลุดพ้น)

สักกายทิฏฐิ : ติดอัตตา ตัวตน อีโก้สูง ประมาทหลงเมาตนเอง
มานะ : ถือตัว ถือตน
อวิชชา : ความไม่รู้จริง บรมโง่

ผู้ปฏิบัติธรรม จำนวนไม่น้อยติดหลงอยู่กับ กิเลส อวิชชา เหล่านี้ คิดว่าตัวเองบรรลุธรรมแล้ว ดีแล้ว ดีกว่าคนอื่น ๆ การแสดงตัวว่ารู้ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จริง ก็เป็นการบ่งบอกให้คนอื่นรู้ได้ในที่สุดเองว่า ตนเองเป็นอย่างไร หรือดีแค่ไหน ดังนั้น ผู้รู้จริง เขาจึงไม่โอ้อวด แสดงตนว่ารู้มาก และไม่ตำหนิติเตียนผู้อื่น หากแต่เข้าใจ และสงสาร ช่วยได้ท่านก็ช่วย ช่วยไม่ได้ ท่านก็ปล่อยไปตามเรื่องของแต่ละคน

คนสูง (คนดีจริง) ทำตัวต่ำ (สามัญธรรมดา สมถะ เรียบง่าย ไม่ถือตัว) แต่คนต่ำ (คนชั่ว คนไม่ดีจริง) ทำตัวสูง (พยายามยืดชูคอให้สูงกว่าปกติธรรมดาเข้าไว้ อวดเบ่ง อวดเก่ง คุยโม้โอ้อวด ทั้งๆที่ไม่มีดีจะอวด นอกจากความโง่ของตนเท่านั้นเอง)

ในข้อนี้จะเรียนให้ท่านทั้งหลายทราบพอเป็นคติเล็กน้อย สำหรับท่านผู้กำลังประพฤติปฏิบัติธรรมภายในใจอยู่ และอาจมีกรุ่น ๆ หรือปริ่ม ๆ อยู่บ้างภายในใจ ในเมื่อมีโอกาสอาจระบาย หรือประกาศโฆษณาออกได้ โดยไม่มีความกระดากอายว่าใครจะตำหนิติเตียนอย่างใดบ้าง เพราะความอยากดังอยากเด่นอันเป็นเรื่องของกิเลสมันผลักดัน จึงขอนำคติของปราชญ์ ที่ท่านทำตามหลักที่พระพุทธเจ้าพาดำเนินมาแสดงเป็นทัศนคติบ้าง เช่น พระอัสสชิได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ทั้งองค์ ในจำนวนปัญจวัคคีย์ทั้งห้าที่เป็นปฐมสาวกของพระพุทธเจ้า มีพระอัญญาโกณฑัญญะ เป็นต้น พระอัสสชิเป็นองค์ที่ห้า ท่านบรรลุธรรมแล้ว

ตอนนั้นท่านอุปติสสะ คือ พระสารีบุตรที่เป็นพระอัครสาวกข้างขวาของพระพุทธเจ้านั่นเอง แต่ก่อนที่ท่านยังไม่ได้เป็นพระสาวกท่านกำลังออกบวชในสำนักปริพาชก บำเพ็ญไปตามประเพณีของคนสมัยนั้น เวลามาเห็นพระอัสสชิที่มีความสวยงามมากด้วยกิริยามารยาท ก้าวหน้า ถอยกลับ เหลือบซ้าย แลขวา เป็นผู้มีอากัปกิริยาที่สำรวมน่าเคารพเลื่อมใสมาก จึงพยายามแอบด้อมตามหลังท่านไป พอพ้นจากหมู่บ้าน ก็เรียนถามสำนักที่อยู่อาศัยของอุปัชฌาย์อาจารย์ของท่าน ท่านก็พูดให้ฟังเพียงย่อ ๆ เกี่ยวกับเรื่องธรรมของศาสดาหรือครูอาจารย์ท่านสอนอย่างไร ท่านว่า

“เราไม่มีความรู้อันกว้างขวาง จะแสดงให้ท่านฟังได้เพียงย่อ ๆ เท่านั้น
“เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา” เป็นต้น “ธรรมทั้งหลายเกิดจากเหตุ เมื่อดับ
ก็ต้องดับเหตุก่อน” พระพุทธเจ้าท่านสอนอย่างนี้”

เพียงเท่านี้พระสารีบุตรที่เป็นปริพาชกท่านได้บรรลุพระโสดาขึ้นทันที
ส่วนพระอัสสชิผู้เป็นอาจารย์นั้น ท่านหาได้ประกาศตนไม่ว่าท่านเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง ท่านไม่ปริปากพูดเลย ส่วนพระสารีบุตรอาจทราบภูมิธรรมท่านได้ในขณะที่ได้ฟังธรรมย่อ เพราะภูมิพระโสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผลนี้ สามารถจะหยั่งทราบความจริงของท่านที่มีภูมิสูงกว่าตนได้ จึงสามารถสอนธรรมประเภทอัศจรรย์ไม่เคยฟังให้แก่ตนจนได้บรรลุ แต่ไม่ปรากฏในตำนานว่าพระสารีบุตรท่านได้ทราบจากพระอัสสชิเล่าให้ฟังว่าท่านเป็นพระอรหันต์ เพราะพระอัสสชิไม่ได้แสดงตัวออกมาว่าท่านเป็นพระอรหันต์ นี่ข้อหนึ่งเป็นเครื่องสาธกพอหยิบยกเทิดทูน

ที่มา ในหนังสือ “พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #13 เมื่อ: 10 เมษายน, 2556, 10:00:11 »

"การแก้นั้นแก้ใครก็สู้แก้ตนเองไม่ได้ ใครสุขใครทุกข์ก็สู้ตัวเองสุขตัวเองทุกข์ไม่ได้ จึงควรแก้ตัวเองก่อนผู้อื่น"

หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #14 เมื่อ: 11 เมษายน, 2556, 10:48:53 »

"..เมื่อจิตมีความสงบหลายครั้งหลายหน ก็เป็นฐานมั่นคงขึ้นมาภายในใจ เรียกว่าจิตเป็นสมาธิ คือจิตมีหลักฐานมั่นคง ไม่หวั่นไหวโยกคลอนง่ายๆ เหมือนอย่างแต่ก่อน ความรับสัมผัสรับได้เพราะจิตเป็นเจ้าฉลาดรู้ตลอดเวลาอยู่แล้ว ทำไมจะรับทราบไม่ได้ อะไรสัมผัสต้องรับทราบ แต่ไม่หวั่นไหวไปตามนั้นอย่างง่ายดายเหมือนแต่ก่อนเท่านั้นเอง.."

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #15 เมื่อ: 12 เมษายน, 2556, 14:44:16 »

“...คำว่าสงกรานต์ คือ เป็นวันรื่นเริง อย่าให้มีวันโศกเศร้าเหงาหงอย เคียดแค้น ผูกโกรธผูกกรรมผูกเวรต่อกันด้วยการเล่นสงกรานต์ไม่ถูก

ใครจะมียศถาบรรดาศักดิ์สูงต่ำขนาดไหน สมบัติเงินทองข้าวของมีมากมีน้อยให้ทิ้งไว้ที่บ้าน ให้ออกมาตั้งแต่นาย ก.นาง ข.เล่นกันสนุกไปเลย ไม่ให้มีศักดิ์ศรีดีงามเวลานั้น มีแต่นักเล่นด้วยกัน เสมอกันหมด นี่เรียกว่าเป็นวันสงกรานต์ วันรื่นเริง

ถ้าเอายศถาบรรดาศักดิ์สมบัติเงินทองศักดิ์ศรีดีงามติดตัวมาแล้ว มันขวางสังคมเล่นเขา สังคมเล่นเขาเขาไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอย่างนั้น เขาเล่นจริงๆ เราก็ให้เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน

การเล่นกัน เช่นสาดน้งสาดน้ำทำอะไรอย่าไปทำรุนแรงนะ ฟังแต่ว่าเล่น ถ้ารุนแรงไม่ใช่เล่น มันเป็นเรื่องของจริง เจ็บปวดแสบร้อนถึงใจจริงๆ คำว่าเล่นนี่รื่นเริงไปหมด ไม่มีใครถือใครๆ เรียกว่าเล่น

สงกรานต์นี้เป็นประเพณีของเรามาดั้งเดิมตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ได้สืบทอดมา ต่อไปก็จะเป็นอย่างนี้เรื่อยๆ ไป ให้พากันรับมรดกอันดีงามคือความรื่นเริงนี้ไว้สืบทอดกันไป อย่าให้มีความบอบช้ำภายในจิตใจด้วยการเล่น กลายเป็นของจริงเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้กันนี้ใช้ไม่ได้เลย ขัดกับการเล่นนะ ให้พากันเข้าใจนี้ไว้นะ...”

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #16 เมื่อ: 16 เมษายน, 2556, 10:13:18 »

"หลวงพ่อสังวาลย์ กับเราเป็นคนเดียวกันนะ"

"เราสนิทสนมตายใจกับท่านขนาดนั้นละ ขนาดว่าเป็นคนเดียวกันนะ ท่านเก่งมากเรื่องช่วยชาติบ้านเมือง เช่นทองคงทองคำอะไรนี่ท่านได้มาเยอะนะ ที่เอาเข้าคลังหลวง ทองคำคลังหลวงไม่ใช่น้อยๆนะ"

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #17 เมื่อ: 20 เมษายน, 2556, 08:43:47 »

"..ชีวิตเป็นของลึกลับซับซ้อน ยากที่ผู้เป็นเจ้าของจะเข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้ง มนุษย์เราจึงไม่สามารถนำชีวิตไปในทางที่ถูกที่ควรได้ง่ายๆ บางคน..ได้รับการศึกษาสูง มีความ "รู้" ดี แต่ก็ไม่สามารถดำเนินชีวิตไปอย่างมีความสุขได้ เพราะเขา "รู้" แต่เรื่องภายนอก
ไม่ "รู้" สภาพอันวุ่นวายภายในตัวเอง ความ "รู้" ที่เพียรเล่าเรียนศึกษามา แทนที่จะเป็นเครื่องนำทางไปสู่ความสุข จึงกลับเป็นเครื่องสังหารตัวเอง.."

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #18 เมื่อ: 25 เมษายน, 2556, 14:18:27 »

"พระพุทธศาสนาของเรานี้เป็นตลาดแห่งมรรคผลนิพพาน เป็นตลาดแห่งพระโสดา พระสกิทา พระอนาคา พระอรหันต์สมบูรณ์บริบูรณ์ เป็นห้างร้านอันใหญ่โตเต็มไปด้วยอริยมรรคอริยผล จึงขอให้พระลูกพระหลานทั้งหลายตลอดประชาชนญาติโยม เพราะเป็นผู้มีอริยสัจเหมือนกันจะปฏิบัติให้รู้ให้เห็นได้ด้วยกัน แล้วต่างคนต่างอุตส่าห์พยายามปฏิบัติตนให้เป็นไปตามแนวทางของพระพุทธเจ้า ผู้หญิงก็พ้นทุกข์ได้ ผู้ชายพ้นทุกข์ได้ ฆราวาสพ้นทุกข์ได้ พระเณรพ้นทุกข์ได้เมื่อปฏิบัติให้ถูก ถ้าไม่ถูกก็เป็นทุกข์ได้ด้วยกันไม่ว่าพระว่าเณรฆราวาสญาติโยม เป็นทุกข์ได้ด้วยกันทั้งนั้นถ้าปฏิบัติผิดจากหลักธรรมของพระพุทธเจ้า"

หลวงตาพระมหาบัว ญานสัมปันโน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #19 เมื่อ: 01 พฤษภาคม, 2556, 16:58:19 »

"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
นี้คือหัวใจของชาติไทยเรา ให้พากันเทิดทูน
อย่าพากันดูถูกเหยียดหยามทำลาย”

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: