Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
16 กรกฎาคม, 2561, 02:11:54

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ธรรมะจาก หลวงตาพระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน  (อ่าน 10786 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 09 มีนาคม, 2556, 21:07:24 »

“เรานั่งภาวนา อย่างน้อยได้สัก ๕ นาที ให้นั่งนึกอยู่กับ พุทโธ พุทโธ ทีนี้เวลานอนลงไปก็ให้นึก พุทโธ พุทโธ....จนกระทั่งหลับ นี่ จิตใจเราก็แช่มชื่นเบิกบานหลับฝันไปก็ไม่ฝันร้ายฝันน่ากลัวต่าง ๆ จิตใจก็มีพลัง...

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2556, 09:03:39 »

ไตรลักษณ์อย่างหยาบ กลาง ละเอียด

“...เมื่อจิตยังไม่สงบ
เราจะพิจารณาสิ่งใดก็ไม่ชัดเจน
แม้จะพิจารณาทางปัญญา
ก็กลายเป็นสัญญาไปเสียโดยมาก
นี้หมายถึงสัญญาที่จะก่อเหตุเป็นสมุทัย
สะสมกิเลสขึ้นภายในใจ

เพราะความรู้ความเห็นที่มาผ่านทาง
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
เมื่อใจได้รับความสงบแล้ว
จะพิจารณาสภาวธรรมก็เห็นชัดเจนแจ่มแจ้ง
เช่นเดียวกับบุคคลที่กำลังหยุดนิ่งอยู่
มองดูอะไรก็เห็นชัดฉะนั้น

สมาธิพระองค์ก็ได้ทรงบำเพ็ญมา
คำว่า “สมาธิ” นี้หมายถึงความสงบของใจ
หรือความแน่นหนามั่นคงของใจ
เมื่อใจได้รับความสงบแล้ว
ความสุขจะปรากฏขึ้นมาในขณะนั้น
ถ้ายังไม่สงบก็ยังไม่ปรากฏเป็นความสุขขึ้นมา
เมื่อมีความสงบสุขแล้ว
เราพอมีช่องทางจะพิจารณาทางปัญญา

คำว่า “ปัญญา” หมายถึง
ความสอดส่องมองดูเหตุการณ์ต่าง ๆ
ได้ทะลุปรุโปร่งเป็นลำดับหรือความแยบคาย
ออกจากใจอันเดียว

สัญญาคือความจำ ปัญญา
คือความคลี่คลายในสิ่งที่ตนจดจำไว้นั้น
เช่นเดียวกับเรามัดไม้
หลายกิ่งหลายแขนงเข้าเป็นมัด ๆ
สัญญาเช่นเดียวกับตอกหรือลวด
ที่เรามัดไม้เป็นกำไว้
ปัญญาเป็นผู้คลี่คลายไม้ที่เรามัดไว้นั้น
ให้เห็นว่ามีกี่ชิ้นด้วยกัน มีไม้อะไร
และชื่อว่าอะไรบ้าง

เรื่องของปัญญาจึงเป็นธรรมชาติ
คลี่คลายดูสภาวธรรม
ซึ่งเป็นของมีอยู่ในตัวของเรา

อนึ่ง คำว่า “สมาธิ”
การทำใจให้มีความสงบเยือกเย็น
ท่านผู้ฟังทั้งหลายคงจะเคยได้ทราบแล้วว่ามีหลายชั้น

ขณิกสมาธิ จิตที่รวมลงเพียงขณะเดียวแล้วถอนขึ้นมาเสีย

อุปจารสมาธิ คือสมาธิที่รวมสงบแล้วถอนออกมาเล็กน้อยแล้วออกรู้สิ่งต่าง ๆ ที่มาสัมผัสใจในขณะนั้น จะเป็นเรื่องสัตว์ บุคคล หรือภูตผีก็ตาม จัดเข้าในวงอุปจารสมาธินี้

ส่วนอัปปนาสมาธิ จิตที่หยั่งลงแล้วมีความสงบอย่างเต็มที่ และรวมอยู่ได้เป็นเวลานาน ๆ คำว่า “อัปปนาสมาธิ” นี้มีความหมายกว้างขวางมาก จิตรวมอยู่ได้นานด้วย มีความชำนิชำนาญในการเข้าออกของสมาธิด้วย ต้องการเวลาใดได้ตามความต้องการด้วย

แต่เราผู้บำเพ็ญในทางปัญญานั้น
ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นอัปปนาสมาธิแล้ว
จึงจะต้องพิจารณาทางปัญญา
เรื่องของสมาธิ คือความสงบ จะสงบมากน้อย
พึงทราบว่าเป็นบาทฐานแห่งวิปัสสนา
คือปัญญาเป็นขั้น ๆ ไป
เพราะปัญญามีหลายขั้น
ขั้นหยาบ ขั้นกลาง ขั้นละเอียด
สมาธิในขั้นหยาบก็เป็นบาทฐาน
ของวิปัสสนาขั้นหยาบได้
ขั้นกลาง ขั้นละเอียดก็เป็น
บาทฐานของปัญญาขั้นกลาง ขั้นละเอียดได้
และในขณะเดียวกันพึงทราบว่า
สมาธิกับปัญญานั้นเป็นธรรมคู่เคียง
โดยจะแยกจากกันไม่ออก
ควรใช้ปัญญาคู่เคียงกันไปกับสมาธิ
ตามโอกาสอันควร
คือถ้าเราจะดำเนินในทางสมาธิโดยถ่ายเดียว
ไม่คำนึงถึงเรื่องปัญญาเลยแล้ว
จะเป็นเหตุให้ติดสมาธิคือความสงบ

เมื่อจิตถอนออกมาจากสมาธิแล้ว
ต้องพิจารณาในทางปัญญา
เช่นพิจารณาธาตุขันธ์โดยทางไตรลักษณ์
วันนี้ก็พิจารณาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
วันหน้าก็พิจารณาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ไตร่ตรองอยู่เช่นนี้ทุกวันทุกคืนไป

ไม่ต้องสงสัยว่าจะไม่ชำนาญในทางปัญญา
ต้องมีความคล่องแคล่วชำนาญเช่นเดียวกันกับทางสมาธิ ปัญญาในเบื้องต้นต้องอาศัยการบังคับให้พิจารณาอยู่บ้าง ไม่ใช่จิตเป็นสมาธิแล้วจะกลายเป็นปัญญาขึ้นมาทีเดียว ถ้าจิตเป็นสมาธิแล้วกลายเป็นปัญญาขึ้นมาเอง โดยผู้บำเพ็ญไม่ต้องสนใจมาพิจารณาทางด้านปัญญาเลยแล้ว จิตก็ไม่มีโอกาสจะติดสมาธิ ดังที่เคยปรากฏดาษดื่นในวงนักปฏิบัติ ความจริงเบื้องต้นต้องอาศัยมาพิจารณา ปัญญาจะมีความคล่องแคล่วและมีความสว่างไสว ทั้งรู้เท่าทันกับสิ่งที่มาเกี่ยวข้องเป็นลำดับ จะเป็นไตรลักษณ์ที่หยาบก็จะเห็นในทางปัญญา

ไตรลักษณ์อย่างหยาบ อย่างกลาง และอย่างละเอียดนั้น
ขึ้นอยู่กับการพิจารณา

เช่นเราพิจารณาในส่วนร่างกาย
จัดว่าเป็นไตรลักษณ์ส่วนหยาบ

พิจารณาในเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
จัดเป็นไตรลักษณ์ส่วนกลาง

พิจารณาเรื่องจิตที่เป็นรากเหง้าแห่งวัฏฏะจริง ๆ แล้ว
นั่นคือไตรลักษณ์ส่วนละเอียด

เมื่อจิตได้ก้าวเข้าสู่ไตรลักษณ์ส่วนหยาบ
ไตรลักษณ์ส่วนกลาง
ไตรลักษณ์ส่วนละเอียด

จนผ่านพ้นไตรลักษณ์ทั้งสามนี้ไปแล้ว
ธรรมชาติที่ปรากฏขึ้นในอันดับต่อไป
อย่างไม่มีปัญหาใด ๆ นั้น จะเรียกว่า
อัตตาก็ตาม อนัตตาก็ตาม
ไม่เป็นไปตามความสมมุตินิยมใด ๆ ทั้งนั้น
เพราะอัตตากับอนัตตาเป็นเรื่องของสมมุติ
ซึ่งโลกก็มีอยู่ด้วยกัน
ธรรมชาติอันนั้นไม่ใช่สมมุติ
โลกทั้งหลายจึงเอื้อมถึงได้ยาก
เมื่อมีอัตตาและอนัตตาเป็นเครื่องเคลือบแฝงอยู่ในใจ...”

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี


เครือข่ายกลุ่มพุทธธรรมกรรมฐาน
สายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 24 มีนาคม, 2556, 20:37:28 »

"ทำการใดให้คิดหน้าคิดหลัง ทุกสิ่งทุกอย่างขอให้ใคร่ครวญเสียก่อนแล้วค่อยทำลงไป แม้จะมีความผิดพลาดก็มีจำนวนน้อย ส่วนมากไม่ค่อยจะผิดไปเสียเลยทีเดียว ให้ใช้ปัญญาคิดเสมอๆ นะจะไม่พลาด"

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 25 มีนาคม, 2556, 00:00:06 »

"คนเต็มแผ่นดินหาความสุขนิดหนึ่งเท่ากำปั้นนี้มาอวดกันมันก็ไม่มี มันมีแต่กองทุกข์เต็มโลกเต็มสงสาร ยังไม่รู้เนื้อรู้ตัวอยู่เหรอเราอยากถามว่าอย่างนั้น
เรื่องความดิ้นรนความกระวนกระวาย ความโลภเกินเหตุเกินผลเกินเนื้อเกินตัวมันทำลายตัวเองนั่นแหละไม่ทำลายใคร เมื่อไม่สมหวังมันก็เป็นทุกข์ มิหนำซ้ำความหวังนั้นเลยพาให้ล่มจมก็มีมาก
หวังว่าจะร่ำจะรวยสุดท้ายกลายเป็นความล่มจมไปเสียก็มีเสียมากมาย นี่แหละเราเชื่อกิเลสเราเชื่อเกินไป
พออยู่พอกินพอเป็นพอไปก็ไม่ทุกข์มากคนเรานะ อันนี้ความโลภมันเหลือตัวล้นหัวใจ ได้เท่านี้แล้วอยากได้เท่านั้น อยากได้เท่านี้ ปรารถนามากเข้า ๆ ก็กลายเป็นปรารถนาลามกไป
อันนี้ก็พาเจ้าของให้ล่มจมและทำคนอื่นให้กระทบกระเทือนไปด้วยมีมากมายเวลานี้"

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 25 มีนาคม, 2556, 00:03:13 »

"เวลาบังคับเวลาทำจิตให้สงบก็ให้สงบนะ
ไม่ใช่จะมีแต่พิจารณาเรื่อยเปื่อยไปอย่างเดียว
เวลาจะให้สงบก็ให้สงบซิ เข้าใจเหรอ ก็อย่าไปเลยครูเกินไปซิ
สมาธิปริภาวิตา ปญฺญา มหปฺผลา โหติ มหานิสํสา
สมาธิเป็นฐานที่ตั้งที่จะให้เกิดปัญญา นั่น ฟังซิ
ถ้ามีแต่ปัญญาจะให้ก้าวเดินอย่างเดียวฐานที่ตั้งไม่มี
ปัญาญามันก็ล้มได้เข้าใจเหรอ นี่ละที่ท่านสอนไว้หลักใหญ่
อยู่ตรงนี้"

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #5 เมื่อ: 27 มีนาคม, 2556, 08:43:14 »

กรรมและกฎแห่งกรรม

“สัตว์โลกทั้งหลายเกิดมาด้วยอำนาจแห่งกรรมนะ ไม่ได้เหนือกรรมมาเกิด ไม่มีใครเหนือกรรมมาเกิด มีแต่คนอยู่ใต้อำนาจของกรรม กรรมคือการกระทำของตัวเองนั่นแหละ ถ้าทำลงไปแล้วอำนาจแห่งกรรมนั้นมาบังคับตัวเอง บังคับให้ขึ้นสูงลงต่ำได้ทั้งนั้น ให้สุขให้ทุกข์ได้ จากกรรมของตนที่ทำเรียบร้อยแล้วกลับมาเป็นสมบัติของตัวเอง ส่วนที่เป็นภัยก็เป็นภัย ส่วนที่เป็นคุณก็เป็น ให้พากันระมัดระวังนะ

เราเกิดมาด้วยกรรมทุกคน ไม่มีใครเหนือกรรมมาเกิดได้ ไม่มีในโลกธาตุนี่ สัตว์ก็เหมือนกัน ไม่ว่าสัตว์ว่าบุคคลที่ไหนอยู่ใต้อำนาจแห่งกรรมของตัวเอง ไปเป็นมดเป็นแมงสัตว์เล็กสัตว์น้อยอยู่ใต้อำนาจแห่งกรรมพาให้เกิดเป็นนั้นๆ ก็เป็นไปตามกรรมนั้นละ ไม่มีใครไปแต่งกรรมได้ละ กรรมแต่งคน ให้จำเอานะ ให้เชื่อบุญเชื่อกรรมพวกเรา ไม่เชื่อไม่ได้”

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #6 เมื่อ: 29 มีนาคม, 2556, 22:54:43 »

ธรรมเมื่อเข้าสู่หัวใจใดแล้วย่อม พอ ไม่มีอะไรเลิศเลอยิ่งกว่าคำว่า พอ

คำว่า นิพพาน แปลว่า ดับกองทุกข์ทั้งหลายนั้นแลจากจิตใจเมื่อสมมุติดับโดยสิ้นเชิงแล้ว ใจก็พอ

( หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน )
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #7 เมื่อ: 30 มีนาคม, 2556, 22:27:40 »

การได้เกิดมาเป็นมนุษย์
และได้มาพบพระพุทธศาสนา ถือเป็นบุญยิ่งนัก..

การถือศีล บำเพ็ญเพียร เจริญสมาธิ ภาวนา
และ หมั่นทำบุญกับเนื้อนาบุญ...
เป็นสิ่งที่มนุษย์เราพึงปฏิบัติ

การได้มีส่วนร่วมในบุญกับวัดต่างๆ
เพื่อดำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของพระพุทธศาสนา
เป็นสิ่งที่ชาวพุทธทุกท่านควรทำ..
เพราะ "บุญ" และ บาป เท่านั้น
ที่จะติดตามตัวเราไปได้ในทุกภพทุกชาติ


หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #8 เมื่อ: 30 มีนาคม, 2556, 22:29:42 »

“...ผู้กำหนดอานาปานสติก็ให้รู้แต่ลมเข้าลมออก สูงต่ำก็ช่างไม่สำคัญ สำคัญที่ความรู้ความสัมผัสของลมเข้าลมออกรู้กันอยู่ทุกๆ ระยะ จะสูงจะต่ำหยาบละเอียดให้กำหนดรู้ที่ลมเข้าออกนี้เท่านั้น อย่าไปคาดหมายให้เกิดความลังเลสงสัยและตั้งลมบ่อยๆ ไม่ถูก

.. การตั้งลมจะตั้งสูงตั้งต่ำ เราตั้งที่ตรงไหนแล้วก็ให้จับที่ตรงนั้นไว้ แล้วกำหนดให้รู้ลมเข้า รู้ลมออกอยู่ทุกระยะๆ .. จับลมไม่หยุดไม่ถอย .. สุดท้ายก็เหลือแต่ลม เหลือแต่ลมก็กำหนดแต่ลมจนละเอียดเข้าไป เอ้า ลมจะหมดจริงๆ ก็ให้หมด อย่าไปตกใจอย่าไปกลัวตาย เมื่อจิตยังครองร่างอยู่ ลมจะหมดไปก็ไม่ตาย

.. ถึงลมจะหมดไปก็ตามให้ทราบว่า ลมที่กำหนดนั้นหมดไป แต่ความรู้ที่เป็นตัวการสำคัญซึ่งเราต้องการนั้นมีอยู่กับเรา..นี่คือหลักของการภาวนาอานาปานสติ…”

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #9 เมื่อ: 30 มีนาคม, 2556, 22:35:35 »

"เราเป็นชาวพุทธ อย่าให้กิเลสมากล่อมเสียจนตาย
ตายทั้งเป็นตายไม่เกิดประโยชน์อะไร เกิดมาชาติหนึ่ง ๆ
หาคุณงามความดีติดเนื้อติดตัวไม่มี ครั้นตายลงไปแล้ว
เวลาเรายังไม่ตายก็สร้างแต่บาปแต่กรรม
ด้วยความลบล้างบาปบุญนรกสวรรค์ว่าไม่มี ๆ นั่นแหละ
เวลาสร้างบาปบุญเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำลบล้างนะ
ขึ้นอยู่กับความจริง ใครทำดีได้ดี ใครทำชั่วได้ชั่ว
เป็นอย่างนี้ตลอดมาแต่กาลไหน ๆ และจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป ไม่มีคำว่าครึว่าล้าสมัย ทำไมให้กิเลสมาหลอกลวงได้ถ้าไม่โง่เสียจนเกินไปมนุษย์เราน่ะ ให้พากันพิจารณาทุกคน"


"พ่อแม่ครูอาจารย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน"
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: