โสมไทย

(1/1)

นภดล:
โสมไทย



มีชื่อพื้นบ้านว่า โสมจีน โสมคน ว่านผักปัง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า แฟมฟลาวเวอร์ (Fame - Flower) ซีลอนสปิแนซ(Ceylon Spinach) สวีทฮาร์ท(Sweetheart) ซูรินัม เพอร์สเลน (Surinam Purslane) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าทาลินั่ม พานิคูลาทัม (Talinum paniculatum Gaetn) จัดอยู่ในวงศ์พอร์ทูลาซีอี้ (Portulacaceae)

โสม มีหลายชนิดด้วยกันชื่อที่เรียกแตกต่างกันออกไป ตามท้องถิ่นที่ปลูก และตามลักษณะของโสม

1. โสมที่มีชื่อเรียกว่า โสมคน โสมเกาหลี หรือที่จีนเรียกว่า หยิ่นเซียม เซียนเช่า (จีน)ได้จากต้น Panax C.A.Meyer มีปลูกที่ประเทศจีน เกาหลี รัสเซีย ญี่ปุ่น
2. โสมที่มีชื่อเรียกว่า โสมอเมริกันได้จากต้น Panax quinquefolium L. มีปลูกที่อเมริกา และแคนาดา
3. โสมที่มีชื่อเรียกว่า โสมญี่ปุ่น มีถิ่นปลูกที่ประเทศญี่ปุ่น
4. โสมที่มีชื่อเรียกว่า โสมไทย (Talinum patens Willd) เป็นต้นไม้คล้ายโสมเกาหลี แต่เป็นผักเบี้ย และมีรากขนาดเล็กกว่าโสมเกาหลี

"โสมไทย" มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัสเหล็ก วิตามิน เอ / บี1 / บี2 / มี เอสเซนเซียลออยล์ (essential oils) มีสารที่เรียกว่า ฟลาโวนอยด์ (flavonoids) มีโครมีน (chromene) มีน้ำมันหอมระเหยเล็กน้อย และมีสารสำคัญ เช่น ทูจีน (thujene) บอร์นีออล (borneol) เมอร์ซีน (myrcene) ไลโมนีน (limonene) ไพนีน (pinene) แคมฟีน (camphene) การบูร (camphor) ซินีออล (cineol) รูบรามีน (rubramine) และ พินโนสโตรบิน (pinostrobin) เป็นต้น

แหล่งที่พบ พบทั่วไปทุกภาค ตามป่าโปร่ง ไร่สวนทั่วไป

"โสมไทย" มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส เหล็ก

อุดมด้วยวิตามิน เอ และ ซี และเร่ธาตุ เช่น เหล็ก และแคลเซียม
มีเอสเซนเซียลออยล์ (essential oils) มีสารที่เรียกว่า ฟลาโวนอยด์ (flavonoids) มีโครมีน (chromene) มีน้ำมันหอมระเหยเล็กน้อย และมีสารสำคัญ เช่น ทูจีน (thujene) บอร์นีออล (borneol) เมอร์ซีน (myrcene) ไลโมนีน (limonene) ไพนีน (pinene) แคมฟีน (camphene) การบูร (camphor) ซินีออล (cineol) รูบรามีน (rubramine) และ พินโนสโตรบิน (pinostrobin) เป็นต้น

ข้อควรระวัง ผู้ที่มีอาการของโรคไต โรคเกาต์ และโรคไขข้ออักเสบ ไม่ควรรับประทานในปริมาณมาก เนื่องจากมีกรดออกซาลิสูง

สรรพคุณของโสมไทยและวิธีใช้

ส่วนที่ใช้ประโยชน์คือ ยอดอ่อน ใบ และหัว

- หัว นำมาดองกับเหล้าแล้วนำน้ำที่ได้มาดื่มใช้บำรุงร่างกาย และบำรุงกำลัง

- ใบและยอดอ่อน ใช้รับประทานเป็นผักใบเขียว หรือต้มจืด มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย



สรรพคุณทางสมุนไพร


เหง้า รสหวานร้อน บำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ แก้อ่อนเพลีย หรือทาภายนอกแก้อักเสบ ลดอาการบวม

ใบ แก้บวมอักเสบมีหนอง ขับน้ำนม ราก บำรุงปอด แก้อาการอ่อนเพลีย หรือหลังฟื้นไข้ ปัสสาวะขัด เหงื่อออกมาก ศีรษะมีไข้ ไอเป็นเลือด แก้ไอ บำรุงปอด ประจำเดือนผิดปกติ ท้องเสีย

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ