Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 สิงหาคม, 2562, 20:39:47

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ที่มาของ"รถเจ๊ก"ในสยาม  (อ่าน 1469 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,915
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 07 มีนาคม, 2556, 23:22:08 »

ที่มาของ"รถเจ๊ก"ในสยาม



เมื่อในสมัยตอนกลางรัชกาลที่ 5 ในกรุงเทพฯ และตามหัวเมืองต่าง ๆ มียานพาหนะชนิดหนึ่งวิ่งอยู่เกลื่อนถนน ยานดังกล่าว เป็นรถไม้มีล้อขนาดใหญ่2ล้อ มีประทุนผ้าใบพับได้คลี่ได้ และมีคานยาวยื่นออกมาจากตัวถุง 2 ข้าง เป็นที่สำหรับคนจับลาก แรกทีเดียว ชาวบ้าน เรียกรถชนิดนี้ว่า "รถลาก" หรือ "รถญี่ปุ่น" หรือ "รถยินริกชอ"

ตามประวัติกล่าวว่า นายอิสุมิ โยสุกิ ชาวญี่ปุ่น เป็นผู้ประดิษฐ์ สร้างขึ้นใช้กันแพร่หลาย ในประเทศญี่ปุ่นก่อน เมื่อประมาณ 140 ปีมาแล้ว แล้วจึงแพร่หลายมาในประเทศจีน

ส่วนในเมืองไทย รถลากเริ่มเข้ามาแพร่หลาย เมื่อปลายรัชกาลที่ 4 คือ หลังจากที่นาย อิสุมิ โยสุกิ สร้างขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ประมาณ 40 ปี สาเหตุที่จะเข้ามาแพร่หลายในเมืองไทยนั้น ก็เนื่องจาก จีนพุก พ่อค้าจีนในเมืองไทย ได้แต่งเรือสำเภาออกไปค้าขายยังประเทศจีน ได้เห็นรถลากวิ่งกันอยู่ขวักไขว่แพร่หลายในเมืองจีน เป็นที่นิยมของชาวจีน จึงได้ซื้อรถลากบรรทุกเรือสำเภาเอาเข้ามาเมืองไทยหลายคัน แล้วได้น้อมเกล้าฯ ถวายรถดังกล่าว แด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ได้โปรดเกล้าฯ ให้จีนพุก สั่งรถลากจากเมืองจีนหลายสิบคัน เพื่อพระราชทานแก่เจ้านาย และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และก็ได้มีเจ้านาย และข้าราชการตลอดจนเจ้าสัวสั่งให้จีนพุก ซื้อเข้ามาฝากอีกเป็นจำนวนมาก รวมกันแล้วนับเป็นร้อย ๆ คันทีเดียว

สำหรับประวัติผู้นำรถลาก เข้ามาสู่เมืองไทยนี้ ได้ความว่า ต่อมาจีนพุก ได้เข้ารับราชการ สังกัดอยู่ในกรมท่าซ้าย ซึ่งเป็นกรมที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ เป็นพระยาโชฏึกราชเศรษฐีในที่สุด

แต่การที่มีรถลาก เข้ามาเมืองไทยในครั้งแรกนั้น หาได้เอาออกวิ่งตามถนนรับจ้างบรรทุกคน และบรรทุกของไม่ คงใช้วิ่งเป็นของหลวง และเป็นของส่วนตัวอยู่ ต่อมานาย ฮวงเชียง แซ่โหงว ได้สั่งรถลากมาจากประเทศญี่ปุ่นอีกจำนวนหนึ่ง แล้วใช้วิ่งส่งคนโดยสาร และรับบรรทุกของอยู่ในกรุงเทพฯ โดยใช้คนจีนเป็นคนลาก ด้วยเหตุนี้ ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า "รถเจ๊ก" ตั้งแต่นั้นมา

ฝ่ายพระยาโชฏึกราชเศรษฐี (พุก) เมื่อเห็นว่าเป็นที่นิยมในเมืองไทยมากขึ้น จนรถลากที่่สั่งเข้ามาไม่พอ และอีกประการหนึ่ง ถ้าสร้างในเมืองไทยขึ้นเอง ก็จะเป็นการสะดวกดีกว่าสั่งมาจากประเทศจีน หรือประเทศญี่ปุ่น และเป็นการลดต้นทุน ซึ่งจะทำให้ราคาถูกลงอีกด้วย พระยาโชฏึกฯ จึงได้สั่งช่างจากเมืองจีน มาตั้งโรงงานสร้างรถลากขึ้นในกรุงเทพฯ เสียเองเลย

ตั้งแต่นั้น รถลากก็เลยวิ่งกันเกลื่อนถนนในกรุงเทพฯ แล้วก็ได้แพร่ออกไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วพระราชอาณาจักด้วย

ส่วนเจ๊กลากรถ แต่งตัวใส่หมวกกุยเล้ย นุ่งกางเกงใส่เสื้อผ้าดิบ ส่วนใหญ่เป็นสีกรมท่า (น้ำเงิน) หรือสีเทา กางเกงจีนไม่มีจีบ ไม่มีกระเป๋า ขาสั้นแค่เข่า เสื้อจีนปล่อยชาย ผ่าอก กระดุมถัก แขนยาว มีกระเป๋าสองข้างตรงชายเสื้อ บางคนยังคาดเข็มขัด กระเป๋าเส้นหนาสวมเกือกเจ๊ก และที่ปากเจ๊กลากรถ จะมีก้อนยาฉุนจุกอยู่เป็นประจำ กับน่องจะเห็นเส้นเอ็นเป็นปุ่มขอด ซึ่งเกิดเพราะการวิ่งเป็นแรมเดือนแรมปี

สัญลักษณ์ของรถลาก หรือรถเจ๊กอีกอย่างหนึ่งก็คือ เวลาวิ่งเจ๊กที่ลากรถ จะร้องขอทางว่า "เฮ้ย....เฮ้ย" เพราะรถลาก ไม่มีกระดิ่ง หรือแตรกดบีบขอทาง และเสียงเกือกเจ๊กลากรถที่สวม จะดัง "บั๊บ...บั๊บ" ไปตลอดทาง

ที่มา allknowledges
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: