Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
16 กรกฎาคม, 2561, 23:04:55

   

ผู้เขียน หัวข้อ: นางสาวแพน เรืองนนท์ “เจ้าจอม” ที่ถูกลืมของ“กษัตริย์กัมพูชา”  (อ่าน 2822 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 05 มีนาคม, 2556, 22:33:12 »

นางสาวแพน เรืองนนท์ สตรีไทยในพระราชวังกัมพูชา “เจ้าจอม” ที่ถูกลืมของ“กษัตริย์กัมพูชา”

ที่มา https://www.facebook.com/siamhistory



ภาพประกอบ: แม่แพน เรืองนนท์ ในวัย ๖๐ ปี ถ่ายโดยเอนก นาวิกมูล เมื่อปี พ.ศ.2522

เรื่องราวชะตาชีวิตที่ผกผันของนางละครเร่ชาวสยาม ที่กลายเป็น “เจ้าจอมที่ถูกลืมของกษัตริย์กัมพูชา” โดยอ้างถึงข้อมูลที่ เอนก นาวิกมูล บันทึกไว้หลังพบกับอดีตเจ้าจอมผู้นี้ในปี พ.ศ.2522 ซึ่งเป็นเวลาหลายทศวรรษหลังเกิดเหตุการณ์รักต่างชนชั้น ข้ามพรมแดนของหญิงสามัญชนชาวสยามกับพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา

เหตุการณ์นี้เกิดในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ มุนีวงศ์ ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวแห่งราชอาณาจักรสยามในช่วงก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง

แม่แพนเกิดที่บ้านหลานหลวง กรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ.2457 เป็นบุตรของครูพูน เรืองนนท์ กับแม่แป้น เรืองนนท์ ช่วงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นางสาวแพนมีอายุ 16 ปี และพระบาทสีสวัสดิ์ มณีวงศ์ พระเจ้ากรุงกัมพูชามีพระชนมายุ 55 พรรษา

นางสาวแพน เรืองนนท์ ขณะนั้นมีอายุ 16 ปี นางรำในคณะละครเร่จากสยาม ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าให้มีตำแหน่งเป็น "เจ้าจอมสีสวัสดิ์ อำไพพงศ์" ในพระบาทสีสวัสดิ์ มณีวงศ์ พระเจ้ากรุงกัมพูชาอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่งก่อนที่จะถูกส่งตัวกลับมาด้วยเหตุผลใดไม่แจ้งชัด

Bangkok Daily Mail เป็นหนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษ พิมพ์ข่าวในประเทศและข่าวต่างประเทศ บทความสั้นๆ และแจ้งความโฆษณาสินค้า ออกครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2451 นายแอนดริว เอ. ฟรีแมน ฟรีแมนเขียนบันทึกประสบการณ์ของเขาในประเทศสยามไว้ในหนังสือเรื่อง "Brown Women and White" ตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกที่อเมริกาในปี พ.ศ. 2475 เขาสารภาพไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า "...หากเดอะ เดลี่ เมล์ ไม่เป็นผู้ป่าวประกาศเรื่องนี้ออกไปในวงกว้าง นางสาวแพนและกษัตริย์มณีวงศ์คงครองรักกันอย่างมีความสุขต่อไป…"

ฟรีแมนบันทึกไว้ว่า เขารู้เบาะแสเรื่องนางสาวแพน (Nangsao Baen) เป็นครั้งแรก เพราะนักข่าวที่เป็นคนไทย ของหนังสือพิมพ์เดลี่ เมล์ ชื่อประสุต บังเอิญไปได้ยินคำสนทนาของกลุ่มสตรีที่เพิ่งลงจากรถไฟที่สถานีรถไฟหัวลำโพง พวกเธอกำลังซุบซิบกันถึงเรื่องที่มารดาของนางสาวแพนเล่าให้ฟังระหว่างที่ นั่งรถไฟกลับมาด้วยกันจากชายแดน ไทย-กัมพูชา เรื่องที่บุตรสาวของเธอกำลังจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นราชินีของกัมพูชา

ด้วยสัญชาตญาณนักข่าว ประสุตจึงรีบตามไปดักตัวมารดานางสาวแพนไว้เพื่อซักถามรายละเอียด ประสุตบรรยายบุคลิกลักษณะ และการแต่งกายของมารดานางสาวแพนไว้ว่า"ดูเหมือนเป็นชาวนามากกว่าจะเป็นนางละคร" และ "เธอสวมสร้อยเงินมีเหรียญทองสลักรูปพระเจ้าแผ่นดินกัมพูชาห้อยอยู่"

เมื่อประสุตถามว่าทำไมเธอถึงคิดว่าบุตรสาวของเธอจะได้เป็นราชินีของกัมพูชา เธอบอกว่า เพราะพระมหากษัตริย์กัมพูชา ทรงมีบัญชาให้อาลักษณ์หลวงบันทึกตำแหน่งของบุตร สาวของเธอเป็น 'เจ้าจอม' และทรงพระราชทานนามใหม่ให้นางสาวแพนว่า 'สีสวัสดิ์ อำไพพงศ์'

ประสุตรีบโทรศัพท์เข้ามารายงานเรื่องนี้กับบรรณาธิการ และบรรณาธิการฟรีแมนก็ตัดสินใจพาดหัวข่าวนี้สำหรับ Bangkok Daily Mail ฉบับวันรุ่งขึ้นทันที SIAMESE DANCER MAY BE CAMBODIA'S QUEEN "นาง ละครชาวสยามอาจได้เป็นราชินีของกัมพูชา" รายงานข่าวชิ้นนี้ทำให้นาง สาวแพน เรืองนนท์ กลายเป็น 'Talk of the Town' ของวงสังคมในเมืองบางกอกเมื่อปี พ.ศ. 2470

ในการให้สัมภาษณ์ มารดาของนางสาวแพนเล่าว่า เธอและบุตรสาวตระเวนเล่นละครอยู่ที่พระตะบอง ตอนนั้นธุรกิจละครเร่ดำเนินไปอย่างขัดสนเพราะเศรษฐกิจไม่ดี จนคนไม่อยากจ่ายสตางค์เพื่อดูละคร ธอกำลังครุ่นคิดว่าอาจต้องปิดวิกละครเร่และกลับเข้ากรุงเทพฯ แต่ในเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ละครกำลังแสดงอยู่ ผู้ดูแลคณะละครได้มากระซิบกับเธอว่าพระเจ้ามณีวงศ์ทรงประทับอยู่ในหมู่ผู้ชมละคร

เธอเล่าว่ากษัตริย์กัมพูชาทรงเสด็จมาชมการแสดงทั้งสองคืนที่คณะละครของเธอ แสดงอยู่ที่พระตะบอง และเธอสังเกตว่าพระองค์ทรงปรบพระหัตถ์เสียงดังเมื่อบุตรสาวของเธอปรากฏตัววันรุ่งขึ้นคณะละครเร่ถูกเรียกตัวให้ไปแสดงเบื้องพระพักตร์พระเจ้าอยู่หัวมณีวงศ์ในบรมมหาพระราชวังในกรุงพนมเปญ หลังจากนั้นพระเจ้าอยู่หัวทรงมีรับสั่งให้มารดานางสาวแพนเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ในวันรุ่งขึ้น

เมื่อฉันไปถึง พระองค์ทรงทักทายอย่างเป็นกันเองและตรัสชมว่าลูกสาวของฉันสวย พระองค์ทรงตรัสขอแพนจากฉัน ซึ่งฉันยินยอมพร้อมใจอยู่แล้ว พระองค์ทรงตรัสถามอีกว่าพ่อของแพนจะยินดีเหมือนฉันหรือไม่ ฉันกราบทูลว่า เขาจะต้องยินดีเหมือนกัน แต่พระองค์ไม่ยึดคำของฉัน ทรงรับสั่งให้ฉันโทรเลขมาเรียกสามีของฉันให้เดินทางมาที่กรุงพนมเปญ

บิดาของนางสาวแพนเป็นนักแสดงบทตัวตลกในคณะละครที่กรุงเทพฯ เมื่อได้รับโทรเลข เขารีบเดินทางโดยรถไฟ ไปกรุงพนมเปญ และยินยอมยกบุตรสาวให้พระมหากษัตริย์กัมพูชา พระองค์จึงทรงพระราชทานบรรดาศักดิ์ 'หลวง' ให้เป็นการตอบแทน

ส่วนปฏิกิริยาของนางสาวแพนนั้น มารดาของเธอเล่าว่า เมื่อทราบว่าพระเจ้าแผ่นดินกัมพูชาทรงโปรดปราน นางสาวแพนไม่ได้แสดงความยินดีปรีดากับวาสนานี้เลย จนมารดาต้องย้ำว่า "อย่าโง่ รู้ไหมว่านี่เป็นโอกาสหนึ่งในล้าน หนึ่งในร้อยล้านที่จะเกิดขึ้น ในชีวิตของนางละครทั้งหลาย" จากนั้นมารดาจัดแจงให้นางสาวแพนแต่งตัวด้วยผ้าซิ่น และเสื้อที่งดงามที่สุด ที่มีอยู่ และพาเข้าไปถวายตัว

หลังการถวายตัวผ่านไปสามวัน พระบาทสีสวัสดิ์ มณีวงศ์ ทรงประกาศว่าพระองค์จะทรงสถาปนานางละครชาวสยามผู้นี้เป็น 'เจ้าจอม' และทรงดำริจะสถาปนายศเพิ่มให้เป็นพระราชินี หรือพระมเหสีลำดับที่ 1 จากจำนวนชายา 5 นาง ที่พระองค์มีอยู่แล้ว หลังการจัดพระราชพิธีพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าสีสวัสดิ์ พระราชบิดาของพระองค์ที่เสด็จสวรรคตสองเดือนก่อนหน้านี้

มารดานางสาวแพนซึ่งไปอยู่กับบุตรสาวที่พระราชวังกรุงพนมเปญในช่วงแรกเล่าว่า เจ้าจอมแพนซึ่งเป็น "ตัวโปรด" คนใหม่นี้ ก็ต้องประสบกับปัญหาแบบนี้เหมือนกัน แต่โชคดีที่กษัตริย์มณีวงศ์ทรงโปรดให้นางมีตำหนักส่วนตัวที่แยกออกไป และทรงเข้าข้างเจ้าจอมคนใหม่ทุกครั้งที่มีเรื่องขัดแย้งใดเกิดขึ้น

มารดาของเจ้าจอมแพนเล่าว่า พระมหากษัตริย์แห่งกัมพูชาทรงโปรดปรานบุตรสาวของเธอถึงขั้นมอบหมายให้เจ้า จอมแพนถือกุญแจหีบททรัพย์สินส่วนพระองค์ ดูแลการจัดเครื่องทรงและเครื่องเสวย และกิจการต่างๆ ของฝ่ายใน

"ก่อนที่ฉันเดินทางกลับมา ทั้งสองคนกำลังมีความสุขมาก แพนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอเป็นภรรยาที่ดีได้เท่าๆ กับเป็นนางรำ”

มารดาของเจ้าจอมแพนยังเล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ลูกสาวของนางเป็นที่โปรดปรานจนกล้าขัดพระทัยพระมหากษัตริย์กัมพูชาที่อยาก ให้เจ้าจอมชาวสยามตัดผมสั้น ตามแบบที่สตรีชาวกัมพูชานิยมกันในยุคนั้น "เธอบอกกับฉันว่าพระองค์ทรงขอร้องเพียงให้เธอตัดผมให้สั้นลงอีกนิด หน่อยเท่านั้น แต่เธอยืนกรานว่าไม่ตัดท้ายที่สุดพระองค์ทรงประนีประนอมยอมให้เธอไว้ผมทรงเดิมได้จนกว่าจะถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ของพระราชบิดาของพระองค์ ซึ่งเธอต้องโกนหัวเพื่อเป็นการไว้ทุกข์ตามประเพณี และเมื่อผมขึ้นใหม่ค่อยไว้ตามแบบสตรีชาวกัมพูชา"

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตนางสาวแพนในราชสำนักพนมเปญที่ฟรีแมนบันทึกไว้นี้ เป็นเรื่องเล่าที่มาจากปากคำของผู้เป็นมารดา ซึ่งเป็นไปได้ว่านางอาจเลือกเล่าแต่ด้านดีเท่านั้น และเป็นไปได้ด้วยว่าอาจถูกต่อเติมเสริมแต่งทั้งจากฝ่ายมารดา

ตอนนั้นเรื่องของหญิงสามัญชนชาวสยามกับพระมหากษัตริย์กัมพูชาเป็นที่โจษ ขานกันทั่วในสังคมกรุงเทพฯ ฟรีแมนบันทึกไว้ว่า "บ้านของบิดามารดานางสาวแพนกลายเป็นศาลเจ้า สำหรับคนที่เชื่อในความมหัศจรรย์ พวกเขาถูกถ่ายรูป ถูกสัมภาษณ์และได้รับการว่าจ้างให้ไปปรากฏตัวบนเวทีการแสดงต่างๆ"

แต่นั่นเป็นเพียงภาคแรกของเรื่องของนางสาวแพนที่ฟรีแมนเรียกว่า "ซินเดอเรล่าสยาม" ก่อนที่จะเขียนถึงตอนจบลงแบบหักมุมจากเรื่องรักราวเทพนิยายกลายเป็นการเมือง เรื่องอำนาจของฝรั่งเศสในราชอาณาจักรกัมพูชา

ระหว่างที่เรื่องของนางสาวแพนเป็น 'Talk of the Town' อยู่ในสังคมบางกอกนั้น สำนักข้าหลวงฝรั่งเศสในกรุงพนมเปญได้ติดตามข่าวนี้จากหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่ถูกส่งไปจากสยาม หนึ่งในนั้น คือ Bangkok Daily Mail

เมอสิเออร์ ชาลองต์ (Monsieur Chalant) กงสุลฝรั่งเศสประจำสยาม ได้โทรศัพท์มาที่กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ Bangkok Daily Mail เพื่อแจ้งกับบรรณาธิการคือนายฟรีแมน ว่า "เรื่องที่คุณลงตีพิมพ์เกี่ยวกับกษัตริย์มณีวงศ์นั้นผิดทั้งหมด" พร้อมกันนี้ท่านกงสุลฯแจ้งเชิงออกคำสั่งด้วยว่า "ผมกำลังจะส่งแถลงการณ์ที่เราร่างไว้ไปให้คุณ และเมอสิเออร์ เรโอ ต้องการให้คุณตีพิมพ์แถลงการณ์นี้ตามที่เราเขียน นับจากนี้เราต้องขอร้องให้คุณหยุดเขียนถึงเรื่องของพระองค์กับเด็กสาวคนนี้"

เมื่อบรรณาธิการเดลี่เมล์ย้อนถามถึงเหตุผลที่ขอร้องไม่ให้เขียนถึง เรื่องนี้ ท่านกงสุลฝรั่งเศสตอบว่า"เพราะทั้งหมดเป็นเรื่องไร้สาระ" หลังจากกงสุลฝรั่งเศสวางหูไปไม่นานแถลงการณ์ที่ท่านกงสุลฯอ้างถึงก็ถูกส่งมาถึงกองบรรณาธิการ ความว่า "ตามข่าวที่สถานกงสุลฝรั่งเศสได้รับจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจสูงสุด ในกรุงพนมเปญ ข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องที่จะมีการสมรสของพระมหากษัตริย์แห่งกัมพูชากับนางละครชาวสยามนั้น เป็นเรื่องที่ไม่มีมูลความจริงโดยสิ้นเชิง จริงๆ แล้วนางละครคนนี้ได้รับการว่าจ้างให้อยู่ในคณะนาฎศิลป์หลวงที่กรุงพนมเปญและ มีสถานภาพเช่นเดียวกับนางละครคนอื่นๆที่เป็นชาวกัมพูชา เรา [The Daily Mail] เสียใจอย่างยิ่งที่ทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์นี้"

ฟรีแมนเล่าว่า เขาได้นำแถลงการณ์นั้นไปให้ผู้บริหารหนังสือพิมพ์ คือ กรมพระสวัสดิ์ฯ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ ทรงทำหน้าที่เป็นผู้บริหารหนังสือพิมพ์ "บางกอก เดลี่ เมล์" ทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งกรมพระสวัสดิ์ฯบอกกับเขาว่า "ตามประเพณีของสยาม และกัมพูชาแล้ว นางสาวแพนเป็นชายาของกษัตริย์มณีวงศ์ ซึ่งพระองค์สามารถสถาปนาเธอเป็นราชินีได้หากพระองค์ทรงมีพระราชประสงค์เช่นนั้น"

ฟรีแมนยังได้ไปปรึกษากับเสนาบดีสยามหลายคนว่า "ทำไมฝรั่งเศสถึงต้องการปิดข่าวนี้?" คำตอบที่เขาได้รับคือเสียงหัวเราะ! อย่างไรก็ตาม Bangkok Daily Mail จำต้องตีพิมพ์แถลงการณ์ดังกล่าว เพียงแต่ตัดประโยคสุดท้ายที่ทางสถานกงสุลฝรั่งเศสเขียนว่า "เรา [The Daily Mail] เสียใจอย่างยิ่ง ที่ทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์นี้" ออกไป แต่หลังจากตีพิมพ์แถลงการณ์นี้แล้ว ทางกองบรรณาธิการเดลี่ เมล์ ก็ยังมีการส่งนักข่าวไปเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของบิดาของนางสาวแพนไว้

แม้หลังจากนั้นจะไม่มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับนางสาวแพนอีก แต่ทางสถานกงสุลฝรั่งเศสที่กรุงเทพก็ไม่ยังไม่ยอมเลิกรา โดยได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ออกมาอีก ข้อความว่า "กษัตริย์สีสวัสดิ์ มณีวงศ์ แห่งกัมพูชา ทรงไม่พอพระพระทัย และปฎิเสธข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและไร้สาระจากการให้ สัมภาษณ์ของบิดาของนางสาวแพน จึงทรงบัญชาให้ ส่งตัวนางสาวแพนกลับกรุงเทพโดยทันที

นางสาวแพนกลับมาถึงกรุงเทพในวันรุ่งขึ้น แต่เธอปฏิเสธข่าวที่ว่าพระเจ้ามณีวงศ์ทรงส่งตัวเธอกลับมา เธอบอกว่าเธอขอกลับมาเยี่ยมน้องชายที่กำลังป่วย "พระองค์ไม่ต้องการให้ฉันออกมา พระองค์ทรงยินยอมก็ต่อเมื่อ ฉันสัญญาว่าจะมาไม่กี่วันและจะรีบกลับไปหา พระองค์ ฉันยังเป็นชายาของพระองค์อยู่"

ครั้งนี้ Bangkok Daily Mail นำคำพูดของเจ้าจอมแพนมาพาดหัวข่าวว่า "ฉันเป็นชายาของกษัตริย์กัมพูชา" "I AM THE CAMBODIAN KING'S WIFE"

สถานกงสุลฝรั่งเศสในกรุงเทพโต้ตอบทันทีด้วยการส่งแถลงการณ์ อีกฉบับไปที่หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษอีก 2 ฉบับคือ Siam Observer และ The Bangkok Times แต่ไม่ได้ส่งมาที่กองบรรณาธิการ The Daily Mail หนังสือพิมพ์ทั้งสองฉบับตีพิมพ์ข้อความว่า "เราได้รับแจ้งจากสถานกงสุล ฝรั่งเศสว่า นางสาวแพนได้ถูกขับออกจากกัมพูชาในฐานะบุคคลไม่เป็นที่พึงปรารถนา และเธอจะไม่ได้รับอนุญาตให้กลับมาที่กรุงพนมเปญอีก"

ไม่มีใครทราบเหตุผลที่แท้จริงว่า เหตุใดทางฝรั่งเศสถึงได้เดือดร้อนกีดกันนักหนากับการที่กษัตริย์มณีวงศ์จะมี เจ้าจอมเพิ่มขึ้นมาอีกสักคน ทั้งๆ ที่เรื่องกษัตริย์มณีวงศ์มักจะโปรดปรานหลงใหลนางละครนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย และเป็นวิถีชีวิตปกติของกษัตริย์มณีวงศ์ที่เป็นที่รับรู้กันดี

หากจะโยงให้เป็นเรื่องการเมือง แม้ว่านางสาวแพนจะเป็นชาวสยาม แต่นางสาวแพนก็เป็นเพียงสามัญชนที่แทบไม่มีใครรู้จักมาก่อน ไม่ได้มีบทบาทใดที่จะไปเกี่ยวข้องกับการเมืองของสยาม กัมพูชา และฝรั่งเศสเลย แต่สถานทูตกงสุลฝรั่งเศสไม่ยอมให้เรื่องเจ้าจอมชาวสยามผ่านเลย ถึงขั้นไปขอความร่วมมือกับรัฐบาลสยามให้ช่วยปิดข่าว

ฟรีแมนเล่าว่านายเรย์มอน บี. สตีเฟ่น (Raymond B. Stevens) ที่ปรึกษาชาวอเมริกาของกระทรวงต่างประเทศเรียกตัวไปพบ และถามว่า "ผมไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมคุณถึงให้เนื้อที่มากมายกับข่าวไร้สาระเกี่ยวกับนางละครกับกษัตริย์กัมพูชา" ทั้งยังบอกเชิงสั่งว่า "ผมเห็นด้วยกับทางฝรั่งเศสว่ามันไร้สาระมาก และคุณต้องหยุดตีพิมพ์ข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้"

ก่อนที่ข่าวของนางสาวแพนค่อยๆ หายไปจากหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในสยาม มีปฏิกิริยาเล็กๆ จากกลุ่มผู้อ่าน Bangkok Daily Mail ด้วยการส่งจดหมายมาที่กองบรรณาธิการ แสดงความขุ่นเคืองต่อท่าทีที่ฝรั่งเศสกระทำต่อสตรีชาวสยาม มีการเรียกร้องให้ฝรั่งเศสขอโทษนางสาวแพนที่กล่าวหาว่าเธอ "ไม่เป็นที่พึงปรารถนา" ของราชสำนักกัมพูชา

นับจากนั้น เจ้าจอมแพนจึงไม่มีโอกาสได้กลับไปทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับกษัตริย์มณีวงศ์ ที่จะยอมโกนหัวเพื่อไว้ทุกข์ ตามราชประเพณีในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระเจ้าสีสวัสดิ์

ฟรีแมนบันทึกไว้ในหนังสือ ว่านางสาวแพนเก็บตัวอยู่ในบ้านของบิดา มีเจ้าของวิกละครต่างๆ มาเสนอค่าตอบแทนจำนวนสูงถึงคืนละ 300 บาท เพื่อให้เธอไปปรากฎตัว ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวเทียบเท่ากับรายได้ที่เธอจะหาได้ [ในฐานะนางละคร] ในหนึ่งปี

แม้แต่คณะละครเพลงต่างชาติที่กำลังแสดงอยู่ที่กรุงมะนิลา และได้อ่านข่าวเกี่ยวกับนางสาวแพนยังติดต่อเสนอให้เธอเดินทางไปปรากฎตัวที่ อเมริกา นางสาวแพนปฏิเสธข้อเสนอทั้งหมด เธอให้เหตุผลว่า"ฉันไม่ใช่นางละครอีกต่อไปแล้ว ฉันเป็นชายาของพระเจ้าแผ่นดินกัมพูชา"

ฟรีแมนบอกด้วยว่าเขาส่งประสุต นักข่าวของ Bangkok Daily Mail ผู้เปิดเรื่องนี้ โดยการสัมภาษณ์มารดาของนางสาวแพน เป็นคนแรกนั้น ไปเกลี้ยกล่อมให้นางสาวแพนรับข้อเสนอต่างๆแต่ไม่เป็นผล เพราะนางสาวแพนไม่สามารถเข้าใจได้ว่าผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในราชอาณาจักร กัมพูชานั้นไม่ใช่พระเจ้าสีสวัสดิ์ มณีวงศ์ พระมหากษัตริย์แห่งกัมพูชา แต่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่รัฐบาลฝรั่งเศสส่งมาประจำที่กรุงพนมเปญ

ฟรีแมนจบบันทึกของเขาเกี่ยวกับชะตาชีวิตของนางละครแห่งสยามไว้ว่า "พระเจ้ามณีวงศ์มองหาหญิงคนใหม่ที่ทางฝรั่งเศสยอมรับมาเป็นราชินีของพระองค์ ท้ายสุดนางสาวแพนกลับไปใช้ชีวิตที่ไม่มีใครรู้จักเช่นเดิม เธอกลับไปเป็นนางละครร่วมคณะกับมารดา และบิดาที่ยังคงเล่นเป็นตัวตลกในคณะละครต่อไป"

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: