Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
14 พฤศจิกายน, 2561, 16:24:39

   

ผู้เขียน หัวข้อ: พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าผ่องประไพ  (อ่าน 1514 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 05 มีนาคม, 2556, 00:53:07 »

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าผ่องประไพ พระราชธิดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่5

ที่มา https://www.facebook.com/siamhistory



พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าผ่องประไพ หรือ พระองค์เจ้าหญิงผ่อง ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดี เดือนอ้าย แรม 8 ค่ำ ปีเถาะ ตรงกับวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2410 พระราชธิดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนพินิตประชานาถ ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาหม่อมราชวงศ์แข พึ่งบุญ ซึ่งเป็นพระพี่เลี้ยงในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะมีพระชนมายุเพียง 14-15 พรรษา ส่วนคุณแขมีอายุมากกว่าสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนพินิตประชานาถ ประมาณ 3 ปี

เมื่อแรกประสูติใหม่ๆนั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่4 ทรงกริ้วคุณแขที่ทำให้พระราชโอรสทรงประพฤติผิดเกินวัย แต่พระองค์ก็มิได้ทรงลงโทษคุณแข เพราะทรงมีพระเมตตาอยู่แล้ว

มีเรื่องเล่าอีกเรื่องว่าเมื่อทรงประสูติใหม่ๆเจ้าจอมมารดาเที่ยง พระสนมเอกในรัชกาลที่ 4 ทรงอุ้มพระองค์ให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระเนตร ทรงถามว่าพระองค์ทรงเป็นธิดาของใคร เจ้าจอมมารดาเที่ยงท่านก็ไม่ตอบเจ้าจอมมารดาเที่ยงถามว่าเด็กหญิงคนนี้รูปร่างหน้าตาเหมือนใคร ทรงตอบว่า "เหมือนแม่เพย" ซึ่งก็คือสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระมเหสีองค์ที่สอง

ต่อมาในปี พ.ศ. 2411 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นครองราชย์ คุณแขก็ได้เลื่อนเป็นเจ้าจอมมารดา หม่อมเจ้าผ่องประไพ ก็ทรงเลื่อนเป็นพระองค์เจ้าเช่นกัน แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดคุณแพ จากสกุลบุนนาคมาก และทรงโปรดพระองค์เจ้าหญิงศรีวิไลยลักษณ์เป็นพิเศษ ทำให้เจ้าจอมมารดาแข และพระองค์ถูกลดความสำคัญลง ประกอบกับพระอุปนิสัยของพระองค์ที่ค่อนข้างดื้อจึงมิได้เป็นที่โปรดปรานของพระราชบิดา เมื่อยังทรงพระเยาว์พระองค์อยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของสมเด็จกรมพระยาสุดารัตนราชประยูร ด้วยความที่พระองค์มีพระอุปนิสัยที่ดื้อ ขณะที่ทรงพระบังคนในโถ มักไม่ใคร่ลุกออกจากโถ แม้พระพี่เลี้ยงจะตักเตือนแต่ก็ไม่ยินยอม บางครั้งจึงปล่อยให้ทรงนั่งโถเช่นนั้นนานหลายชั่วโมง

ในปี พ.ศ. 2416 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งให้เจ้านายทุกพระองค์ทรงยกเลิกการหมอบคลาน แต่ให้ยืนคำนับแบบตะวันตก ซึ่งเจ้านายทุกพระองค์ทรงยืนหมดยกเว้นพระองค์เจ้าหญิงผ่องที่ยังทรงหมอบอยู่พระพุทธเจ้าหลวงทรงกริ้วมาก เลยเสด็จไปดึงพระเมาลี (จุก) ของพระองค์ แต่พระองค์ก็ทรงหมอบอยู่ตลอด

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างพระราชวังสวนดุสิต พระมเหสี เจ้าจอมมารดา เจ้าจอม พระราชธิดา ต่างเสด็จออกไปมีตำหนักหรือสำนักเพื่อเฝ้าแหนใกล้ชิด แต่พระองค์เจ้าหญิงผ่องยังคงประทับแต่ในวังหลวง และห่างเหินกับพระชนกจนกระทั่งพระราชชนกสวรรคต

ครั้งหนึ่งเมื่อมีงานพระราชพิธีในพระบรมมหาราชวัง พระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ ได้ทรงเก็บขนนกทำเป็นพัดถวายรัชกาลที่ 5 พระองค์ท่านได้ตรัสถามพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ ว่า "อยากได้อะไร" พระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ ได้กราบทูลว่าอยากได้พระธำมรงค์ รัชกาลที่ 5 ได้ทรงจัดพระราชทาน

ในรัชกาลที่ 6 เมื่อมีงานที่บ้านเจ้าพระยารามราฆพ ก็ได้เชิญเสด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ ครั้งแรกพระองค์ท่านตัดสินพระทัยว่าจะไม่เสด็จ เนื่องจากทรงเป็นเจ้านายฝ่ายใน ขุนนางควรมาเฝ้า มิใช่เสด็จไปหาขุนนาง ก็ได้มีผู้ทูลว่าไม่เสียหายอะไรเพราะว่าเป็นพระญาติ (ราชสกุล พึ่งบุญ) จึงยอมเสด็จ แต่เสด็จเพียงครั้งเดียว

เมื่อเจ้านายฝ่ายในนิยมเสด็จ "ตากอากาศ" ที่หัวหิน ก็ได้มีผู้ทูลถามว่าไม่ทรงเสด็จตากอากาศบ้างหรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ ทรงตอบว่า "ไปตากอากาศแล้วได้อะไร ฉันก็ยังเห็นพวกเธอตายกันโครม ๆ

พระองค์เจ้าหญิงผ่องทรงมีพระชันษายืนยาวถึง 75พรรษา ทรงประทับอยู่เงียบๆ เฝ้าทอดพระเนตรความเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัยไปเรื่อยๆนับแต่แผ่นดินของพระราชบิดา ผ่านไปในสมัยของรัชกาลที่ 6 ซึ่งเท่ากับเป็นพระอนุชาต่างพระชนนีกัน และผ่านสมัยรัชกาลที่ 7 ซึ่งก็เป้นพระอนุชาต่างพระชนนีเช่นกัน เรียกได้ว่าพระองค์เจ้าหญิงผ่องทอดพระเนตรความอบอุ่น เรืองโรจน์ของพระราชวังหลวงจนผันผ่านสู่ความเสื่อมสูญหม่นหมอง รวมกระทั่งช่วงที่แผ่นดินเปลี่ยนการปกครองแล้ว

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าผ่องประไพ ทรงสิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ 8 เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2485 สิริพระชนมายุ 75 พรรษา นับเป็นพระประวัติอันน่าเศร้าของพระเจ้าลูกเธอในรัชกาลที่5พระองค์นี้ซึ่งมิค่อยมีผู้ใดกล่าวถึง พระประวัติและพระจริยาวัตรก็แทบจะไม่มีผู้ใดบันทึกไว้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: