Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
23 กันยายน, 2560, 21:34:05

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ดีเอสไอบุกตรวจค้นบริษัทขายทรายชื่อดังภูเก็ต  (อ่าน 529 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์, 2556, 15:28:22 »

ดีเอสไอบุกตรวจค้นบริษัทขายทรายชื่อดังภูเก็ต

ดีเอสไอบุกตรวจค้นบริษัทขายทรายชื่อดังภูเก็ตยึดสิ่งของตรวจสอบ เส้นทางการเงิน-การจ่ายภาษีให้รัฐ ผลพวงจากการจับกุมผู้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมืองจ.พังงา เมื่อปี 55

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 27 ก.พ.พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการพิเศษกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักปฏิบัติการพิเศษ และชุดสารวัตรทหารที่ 3 ทัพเรือภาคที่ 3 นำหมายศาลอาญา เลขที่ 48 /2556 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 เข้าตรวจค้นบริษัท ทรายสีน้ำเงิน จำกัด เลขที่ 115/7 หมู่ที่ 2 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพื่อพบและยึดสิ่งของ (เอกสารทางบัญชีการขายทราย สมุดบัญชี ภาพถ่าย สัญญาซื้อขายทราย หลักฐานการเดินทาง สมุดบันทึก คอมพิวเตอร์ เอกสารการควบคุมและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ นำตรวจค้น

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการพิเศษ กล่าวถึงการตรวจค้นบริษัทฯ ดังกล่าวว่า เป็นการนำหมายค้นของศาลอาญามาทำการตรวจค้น ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ทำการจับกุมผู้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองทุ่งมะพร้าว จ.พังงา และจากการตรวจสอบ เชื่อว่าบริษัทฯ ดังกล่าวอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย จึงได้ขอหมายศาลอาญาและนำมาทำการตรวจค้น เพื่อตรวจยึดเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบเสร็จ เอกสารการสั่งซื้อทรายทั้งหมด เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น โดยหลังจากได้หลักฐานต่างๆ ดังกล่าวแล้วก็จะนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายภาษีให้กับรัฐ หากดำเนินการไม่ถูกต้องก็จะมีการเรียกเก็บย้อนหลัง และเนื่องจากความผิดมูลฐานที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ใดครอบครองทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการค้า ก็จะส่งเรื่องให้กับทาง ปปง. ตรวจอายัดทรัพย์ต่อไปด้วย

“กรณีที่มีการตรวจยึดคอมพิวเตอร์ไปด้วยนั้น ด้วยเชื่อว่าน่าจะมีรายละเอียดการสั่งทราย โดยจะตรวจสอบว่ายอดการซื้อขายเป็นอย่างไร ตรงกับข้อมูลที่ดีเอสไอมีอยู่หรือไม่อย่างไร และแต่รายการสั่งซื้อได้มีการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ รายรับที่ได้มานั้นไปเข้าบัญชีผู้ใด มีใครเกี่ยวข้องบ้าง”

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า หลังจากที่มีการรวบรวมและตรวจสอบหลักฐานต่างๆ แล้ว หากพบว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องก็จะได้มีการขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับต่อไป ส่วนของทรัพย์สินที่ตรวจสอบแล้วพบว่าได้มาโดยมิชอบและเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดก็จะส่งเรื่องให้กับ ปปง.ในการตรวจอายัดทรัพย์ต่อไป ทั้งนี้เดิมได้มีการตั้งข้อหาเกี่ยวกับการบุกรุกป่าสงวนฯ ในการทำทราย โดยไม่ได้รับอนุญาต และหากมีความผิดที่เกี่ยวกับนายทุนและมีกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการค้าก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป รวมไปถึงเรื่องของการฟอกเงินด้วย แต่ท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับหลักฐาน และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งทางบริษัทฯ สามารถที่จะชี้แจงข้อมูลกับทางดีเอสไอได้ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งก็จะมีการตรวจพิสูจน์หลักฐานต่างๆ

ทั้งนี้การตรวจยึดทรัพย์สินในครั้งก่อนเมื่อปี 2555 นั้นมีมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท จากมูลค่าเครื่องจักรและรถ ซึ่งในครั้งนั้นมีรถของบริษัทฯ ดังกล่าวอยู่ด้วยหลายคัน ส่วนมูลค่าการขายทรายว่ามีมากน้อยเพียงใดคงต้องมีตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลอีกครั้ง พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว

สำหรับการตรวจค้นของกรมสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าวในวันที่ 27 ก.พ. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการพิเศษ และ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ได้สนธิกำลังร่วมกับ รองผู้บังคับกการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 3 จุด ภายใต้ความเห็นชอบจาก ร.ต.อ.ปรีเชาว์ พิพัฒน์พานิชย์ อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการสูงสุดที่ร่วมสอบคดีนี้ ประกอบด้วย จ.พังงา 1 จุด คือ บ้านเลขที่ 32/2 หมู่ที่ 5 ต.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ซึ่งเป็นบ้านของนักการเมืองท้องถิ่น กับในพื้นที่ จ.ภูเก็ต 2 จุด ได้แก่ บริษัท ทรายสีน้ำเงิน จำกัด เลขที่ 115/7 หมู่ที่ 2 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กับบริษัท ฉัตรชัยภูเก็ตทรานสปอร์ต (2006) จำกัด เลขที่ 128/11หมู่ที่ 5 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2555 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท้ายเหมือง ภ.จว.พังงา เจ้าหน้าที่ทหารเรือ ทัพเรือภาคที่ 3 และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำผิดในจำนวน 6 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 15 คน รถยนต์บรรทุก จำนวน 17 คัน รถแบ็คโฮ จำนวน 8ตัว อาวุธปืน จำนวน 2 กระบอก และสิ่งของอื่นๆ จำนวน 21 รายการ

โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันลักทรัพย์ที่ใช้หรือไว้เพื่อสาธารณประโยชน์, ร่วมกันยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออาศัยในที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถาง เผาป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียให้แก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโยได้กระทำเป็นเนื้อที่เกิน 25 ไร่, ร่วมกันเข้าไปยึดถือครองที่ดินของรัฐ ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดินโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่, ร่วมกันตั้งและประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334,335 (1),83 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14,31, พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54,72 ตรี, ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ, และพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 12,50 นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท้ายเหมือง ดำเนินคดี ซึ่งพื้นที่เกิดเหตุทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองทุ่งมะพร้าว

CR...ขอขอบคุณภาพข่าวจาก...นสพ.เสียงใต้รายวัน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: