Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 มิถุนายน, 2562, 19:48:55

   

ผู้เขียน หัวข้อ: พ่อสอนการเมืองลูก  (อ่าน 1149 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
แอ๋ว
คนบ้านเดียวกันฺ
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,932
สมาชิกลำดับที่ 43
อย่ากลัว...ที่จะนั่งหยุดพัก...เพื่อคิด



| |

« เมื่อ: 28 พฤศจิกายน, 2551, 16:35:14 »

เป็นเรื่องของเด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งมีครอบครัวที่อบอุ่นซึ่งในครอบครัวมีด้วยกันทั้งหมด 5 คน

วันนึงขณะที่เด็กน้อยนั่งกินข้าวเช้าอยู่บนโต๊ะอาหาร

เด็กน้อยมองเห็นคุณพ่อดูข่าว TV เกี่ยวกับการ เมือง

'พ่อ...การเมืองคืออะไรอ่ะ'

เด็กน้อยถามพ่อด้วยความสงสัย

พ่อทำท่าทางคิดหนักก่อนจะตอบกลับไปว่า

'อืม...มันก็ไม่ยากหรอกลูกเปรียบเทียบง่ายๆนะลูก'

- เปรียบ พ่อเป็นพ่อค้านายทุน ก้อคอยหาเงินไง

- เปรียบ แม่เป็นรัฐบาล  ก็คอยเอาเงินจากพ่อมาบริหารไง

- เปรียบตัวลูกเองเป็นประชาชนที่ต้องมีรัฐบาลคอยดูแล

- เปรียบน้องชายของลูกเป็นอนาคตของชาติ

- เปรียบ พี่แจ๋ว (พี่เลี้ยงของเด็กในบ้าน)  เป็นชนชั้นแรงงาน


เด็กน้อยทำหน้า งง ก่อนจะปล่อยให้ความสงสัยนั้นอยู่ในหัวตลอดทั้งวันจนเมือ

ถึงเวลาตกดึกของวันนั้นขณะเด็กน้อยกำลังหลับ

'แงๆๆๆๆๆ'

เสียงน้องชายตัวน้อยของเค้าร้องดังขึ้น

เด็กน้อยเดินไปดูที่เปลจึงได้รู้ว่าน้อยชายของเค้าขี้แตก

เด็กน้อยรู้ทันทีว่าต้องไปตามแม่มาดูน้อง

ขณะเดินไปตามแม่เด็กน้อยได้ยินเสียงออกมาจากห้องของพี่แจ๋วพี่เลี้ยงคนสวย

ด้วยความสงสัยจึงแง้มประตูดูพบว่าพ่อเค้ากำลังอยู่บนตัวของพี่แจ๋ว

เด็กน้อยจึงเดินไปที่ห้องของแม่พบว่าแม่ของเค้ากำลังนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่

เด็กน้อยพยายามปลุกแต่ก็ไม่ยอมตื่น

เด็กน้อยท้อใจเดินกลับห้องนอนและหลับไปหลังจากคิดอะไรได้มากมาย

ตื่นตอนเช้าขณะลงมาจากห้องเพื่อกินข้าวเช้า เด็กน้อยเห็นพ่อของเค้า

'พ่อๆ ผมรู้แล้วละว่าการเมืองเป็นยังไง'

เด็กน้อยยิ้มที่ตัวเองเข้าใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่บางคนยังไม่เข้าใจ

'แล้วมันเป็นยังไงละไหนบอกพ่อสิลูก'

พ่อถามด้วยความอยากรู้

'การเมืองก็คือ....การที่พ่อค้าหรือนายทุนกดขี่ชนชั้นแรงงาน!!

ในขณะที่รัฐบาลก็หลับหูหลับตาไม่สนใจประชาชน

แม้ว่าประชาชนจะเรียกร้องยังไงก็ตาม!!

.....โดยทิ้งอนาคตของชาติให้จมบนกองขี้!!
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




ตราบใดที่ความรักเคลื่อนไหวอยู่ในหัวใจของคนสองคน

ก็ไม่ต้องกังวลหรอกว่ามันจะ "มาก" หรือ "น้อย"

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: