Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
25 ตุลาคม, 2557, 06:07:09

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ฮัจญ์  (อ่าน 4294 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
Siteemaream
คนบ้านเดียวกัน
หัวหน้ากลุ่ม
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 347
สมาชิกลำดับที่ 27


| |

« เมื่อ: 27 พฤศจิกายน, 2551, 21:43:13 »

         
                 การทำฮัจญ์

                                                                                                                                                                                                       

                                                                             มัสยิด Al-Harram


การประกอบพิธีทำฮัจญ์เป็นหนึ่งในรุกน(หลัก)อิสลาม เป็นที่ทราบกันมาแล้วว่า การทำฮัจญ์ คือการเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่นครมักกะหฺ

ในเดือนซุลฮิจญะห์ ตามวันเวลา และสถานที่ต่างๆที่ทางศาสนากำหนดไว้  ซึ่งศาสนกิจข้อนี้เป็นหน้าที่สำหรับมุสลิมทั้งชายและหญิง ทุกคนที่มี

ความสามารถในด้านร่างกาย  ทรัพย์สิน   และการเดินทาง ที่จะต้องปฏิบัติ

ในช่วงฮัจญ์ ชาวมุสลิมทั่วโลกจะเดินทางเข้าสู่อารเบีย โดยก่อนอื่นจะมีการทำ อิฮฺรอม นั่นคือการตั้งใจว่าจะทำพิธีฮัจญ์ ก่อนการเข้าไปในแผ่น

ดินฮะรอม (แผ่นดินต้องห้าม) โดยจะปฏิบัติตามกฏของฮัจญ์ อาทิเช่น การไม่สมสู่ การไม่ล่าสัตว์ในแผ่นดินฮะรอม การไม่ตัดเล็บหรือผม

การไม่เสริมสวยหรือใช้น้ำหอม ผู้ชายจะเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย มาสวมผ้าเพียงสองผืน แล้วต่างก็จะมาชุมนุมกันที่ ทุ่งอะร็อฟะหฺ ในตอนเช้าตรู่

ของวันที่เก้าของเดือนซุลฮิจญะหฺ

แล้วพอตกค่ำ ซึ่งตามปฏิฐินจะเป็นคืนที่สิบ เหล่านักแสวงบุญกจะเดินทางผ่าน ทุ่งมุศดะลิฟะหฺ พักชั่วครู่หนึ่งก่อนที่จะมุ่งหน้าสู่ ทุ่งมีนา

ก่อนเที่ยงของวันต่อไป

ส่วนชาวมุสลิมทั่วโลกที่ไม่ได้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ก็จะเฉลิมฉลองทำบุญเลี้ยงอาหารที่บ้าน เรียกวันนี้ว่าวันอีดุลอัฎฮา ทีเรียกว่าอัฎฮา

เพราะมีการเชือดสัตว์พลีให้ผู้คนรับประทานในยามดุฮา คือยามสายหลังตะวันขึ้น แต่ก่อนเที่ยง   

หรือชาวมลายูในห้าจังหวัดภาคใต้เรียกว่าวันรายอ (รายาฮาญี) ซึ่งแปลเป็นไทยตามตรงก็คือ วันใหญ่ นั่นเอง

นักแสวงบุญจะพักอยู่ที่ ทุ่งมีนา เป็นเวลาสามวัน เพื่อขอพรและบำเพ็ญตนตามพิธีฮัจญ์ หลังจากนั้นจึงเดินทางเข้ากรุงมักกะหฺ

เพื่อฏอวาฟเวียนรอบ กะอฺบะหฺ หรือที่เรียกว่า บัยตุลลอหฺ อันเป็นเสมือนเสาหลักของชุมทิศ ซึ่งตั้งอยู่ใน มัสญิด อัลฮะรอม (มัสยิดต้องห้าม)

หลังจากนั้นผู้แสวงบุญก็จะเดินจากเนินเขา อัซซอฟา สู่เนินเขา อัลมัรวะหฺ ซึ่งมีระยะทาง ๔๕๐ เมตร ไปมาจนครบเจ็ดเที่ยว ระหว่างที่เดินก็จะ

กล่าวคำขอพรและคำวิงวอนต่อพระผู้เป็นเจ้า เมื่อเสร็จพิธีนี้แล้วก็จะขลิบผมหรือโกนหัว และผู้แสวงบุญก็จะหลุดพ้นจากภาวะ อิฮฺรอม

การทำฮัจญ์เป็นพิธีกรรม ทางศาสนาที่เก่าแก่ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยศาสดาอิบรอฮีม การทำฮัจญ์เริ่มต้นขึ้นเมื่ออัลลอฮได้บัญชาให้ศาสดาอิบรอฮีม 
และศาสดาอิสมาอีล ผู้เป็นลูกชายร่วมกันสร้าง บัยตุลลอฮ  ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับการเคารพบูชาอัลลอฮ  เมื่อสร้างเสร็จแล้ว

พระองค์ก็ทรงบัญชาให้ศาสดาอิบรอฮีม เรียกร้องให้มนุษย์ชาติมาร่วมกันแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ เมื่อกาลเวลาผ่านไป  ชนรุ่นหลังได้

อุตริรูปแบบการทำฮัจญ์ จนมันได้เปลี่ยนแปลงไปจากรูปแบบเดิมที่อัลลอหฺได้ทรงกำหนดไว้  เช่น มีการนำ เทวรูปต่างๆ มาตั้งรอบๆ กะอฺบะหฺ

เพื่อบูชาในระหว่างการทำฮัจญ์และมีการเปลือยกายในยามทำพิธีฏอวาฟ พร้อมกับกู่ร้องและปรบมือ

จนกระทั่ง มาถึงสมัยของท่านศาสดามุฮัมมัด(ซล)  สิ่งแรกที่ท่านปฏิบัติก็คือการทุบทำลายเทวรูปและเจว็ดรอบข้างกะอฺบะหฺจนหมดสิ้น

และท่านก็ได้แสดงแบบอย่างของการทำฮัจญ์ที่ถูกต้องให้บรรดาผู้ศรัทธาได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาจนถึงวันนี้



                                                  มัสยิด Al-Harram



                                                  มัสยิด Al-Harram



                                                  มัสยิด Al-Harram



                                                  มัสยิด Al-Harram










 
บันทึกการเข้า




ทุกสิ่งทุกอย่าง (ความดีความชั่ว) ที่ปรากฏบนโลกใบนี้ เชื่อมโยงกับอาม้าล

อาม้าลของคนเราที่ปรากฏให้เห็น ,, เชื่อมโยงกับร่างกาย

ร่างกายจะปรากฏให้เห็น ,, ต้องสอดคล้องกับหัวใจ

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: