Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 พฤศจิกายน, 2561, 23:19:49

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ประกาศผลครูดีที่ชุมชนยกย่อง 18,871 คน ครูภาษาไทยสอนดีอันดับ 1  (อ่าน 1536 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« เมื่อ: 26 มิถุนายน, 2555, 09:04:44 »


ประกาศผลครูดีที่ชุมชนยกย่อง 18,871 คน ครูภาษาไทยสอนดีอันดับ 1


ขอบคุณข่าวจาก [url=http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9550000073167][/url]




นายอำนวย ชำนาญ ครูสอนดีและได้รับทุนเพื่อดูแลเด็กขาดโอกาสในกลุ่มติดยาเสพติดและค้าบริการทางเพศ จ.ระยอง




ประกาศผลครูสอนดี ครูดีที่ชุมชนยกย่อง 18,871 คน พบครูสอนภาษาไทย สูงสุดอันดับ 1 ตามด้วยคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ขณะที่ครูสอนเด็กด้อยโอกาส 549 คน พบครูสอนเด็กพิการสูงสุด เปิดชีวิตครูสอนดีใช้ศิลปะเยียวยาเด็กติดยา-ค้าบริการทางเพศ เตรียมขยายผลทำงานเด็กด้อยโอกาส พร้อมจัดงานมอบรางวัลพร้อมกันทั่วประเทศ ก.ค.นี้

นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) กล่าวว่า คณะอนุกรรมการกำกับทิศทางและนโยบายการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา มีดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รองประธานคณะกรรมการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน คนที่ 2 เป็นประธาน ได้มีมติรับรองรายชื่อครูสอนดี ซึ่งมาจากความร่วมมือกันของจังหวัดและท้องถิ่น 7,000 กว่าแห่งทั่วประเทศ ที่ร่วมกันคัดสรรครูสอนดีซึ่งมีหัวใจอุทิศตนเพื่อลูกศิษย์ และชุมชนเล็งเห็นคุณค่า ในโครงการสังคมไทยร่วมกันคืนครูดีให้ศิษย์ เชิดชู ยกย่องครูสอนดี พบว่า มีครูสอนดีที่ได้รับการคัดเลือก จำนวน 18,871 คนเฉลี่ยตำบลละ 2-3 คน และรับรองรายชื่อครูผู้รับทุนครูสอนดี ซึ่งสอนเด็กด้อยโอกาส จำนวน 549 คน และกระจายอยู่ทั่วประเทศเช่นกัน

นพ.สุภกร กล่าวว่า สำหรับครูสอนดี พบว่า อันดับ 1 สอนวิชาภาษาไทยมากที่สุด จำนวน 4,128 คน คิดเป็น 22% ตามด้วยวิชาคณิตศาสตร์ 2,521 คน คิดเป็น 13% วิชาวิทยาศาสตร์ 2,164 คน คิดเป็น 11% ศิลปะ1,619 คน คิดเป็น 9% และการงานอาชีพ 1,461 คน คิดเป็น 8% ตามลำดับ โดยครูสอนดีจะได้รับเงินรางวัลคนละ 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร โดย สสค.ได้จัดส่งไปยังคณะกรรมการเพื่อการคัดเลือกครูสอนดีฯระดับจังหวัด ซึ่งแต่ละจังหวัดจะพิจารณาจัดกิจกรรมยกย่อง เชิดชู ครูสอนดีตามความเหมาะสมต่อไป

นพ.สุภกร กล่าวว่า สำหรับครูผู้ได้รับทุนครูสอนดี พบว่า สอนเด็กพิการทั้งทางร่างกายและทางสมองมากเป็นอันดับ 1 รองลงมา สอนเด็กยากจน ขาดโอกาสทางการศึกษา และเด็กกำพร้า ตามลำดับ ขณะที่ครูที่สอนเด็กที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร เด็กติดยาเสพติด และค้าบริการทางเพศ มีจำนวน 92 คน ทั้งนี้ ครูผู้ได้รับทุนครูสอนดีจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณ คนละ 250,000 บาท เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชนยากลำบากโดยครูสอนดี เป็นระยะเวลา 18 เดือน โดย สสค.จะเชิญครูผู้รับทุนมาร่วมประชุมเพื่อทำความเข้าใจร่วมกันถึงแนวทางการรับทุน ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในวันที่ 30 มิ.ย.นี้

นพ.สุภกร กล่าวว่า นอกจากนี้ สสค.จะจัดกิจกรรมยกย่องเชิดชู ครูผู้ได้รับทุนครูสอนดี จังหวัดที่มีกระบวนการคัดเลือกดีเด่น และจังหวัดดีเด่นด้านการสื่อสาร โดยนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้มอบรางวัล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานวันที่นายกรัฐมนตรีเห็นสมควร ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงเดือนกรกฎาคมนี้

“ตลอดปีเศษของการทำงานร่วมกันในโครงการครูสอนดี ทำให้ผมได้เห็นถึงศักยภาพในการจัดการด้านการศึกษาของจังหวัดและท้องถิ่น ที่ร่วมกันทำสิ่งดีๆ เพื่อลูกหลานของพวกเรา โครงการครูสอนดีนั้นนอกจากได้คืนครูให้ลูกศิษย์แล้วยังได้พยายามคืนครูดีให้กับชุมชนท้องถิ่น จากนี้ไปก็ขึ้นกับความตื่นตัวของแต่ละชุมชนท้องถิ่นว่าจะเห็นคุณค่าและบำรุงรักษาครูดีของท่านกันต่อไป” นพ.สุภกร กล่าว

นายอำนวย ชำนาญ ครูสอนดีและได้รับทุนเพื่อดูแลเด็กขาดโอกาสในกลุ่มติดยาเสพติดและค้าบริการทางเพศ จ.ระยอง กล่าวว่า ดีใจที่ได้รับการคัดเลือกเป็นครูสอนดีและทุนครูสอนดี ซึ่งจากที่ทำงานช่วยเหลือดูแลเด็กกลุ่มเสี่ยงกว่า 30 คนที่เผชิญกับปัญหาติดยาเสพติด และค้าบริการทางเพศ โดยใช้ศิลปะบำบัด ในนามของ “กลุ่มงานเยาวชนวรรณศิลป์สายน้ำ” ในการบำบัดดูแลเด็กที่มีปัญหา รวมทั้งการจัดค่ายการเรียนรู้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การใช้สื่อออนไลน์อย่าง Facebook ผ่านนามปากกา “ก่องแก้ว กวีวรรณ” ที่ใช้ผลิตงานวรรณกรรมเยาวชน เป็นเครื่องมือสร้างเครือข่าย ประสานความร่วมมือ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการพัฒนาเด็ก และพัฒนาไปสู่การสร้างอาชีพให้กับเยาวชน

“ผมจะใช้งานศิลปะเป็นสื่อกลางที่จะเชื่อมโยงระหว่างผมกับตัวน้อง และระหว่างตัวน้องกับชุมชน ดังนั้นสิ่งแรกที่คิดไว้ ก็คือ การสร้างกลุ่มอาชีพ เริ่มจากการที่ทำให้น้องรู้สึกผ่อนคลายจากการทำงานศิลปะก่อน เริ่มทำความเข้าใจกับน้องในเรื่องของอารมณ์ก่อน หลังจากนั้นเมื่อน้องปรับอารมณ์ตัวเองได้ และน้องมีชิ้นงาน ก็จะนำไปสู่การมีอาชีพได้สิ่งที่ผมอยากเห็น ก็คือ น้องมีงานทำ ผมศรัทธาประโยคหนึ่งว่า คนเราไม่เกเรไปจนแก่ตาย ฉะนั้น ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่จนถึงแก่ได้ เขาหยุดพฤติกรรมแบบนี้ได้แน่นนอน สิ่งที่สำคัญ คือ การให้ “โอกาส” โดยเริ่มจากสังคมต้องมองเด็กกลุ่มนี้อย่างลูกหลาน และเข้าใจว่า เขาไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหา” นายอำนวย กล่าว


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: