Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
16 กรกฎาคม, 2561, 02:20:55

   

ผู้เขียน หัวข้อ: “เดิน” วิถีแห่งสติ.  (อ่าน 7576 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: 1 2 [3]  ทั้งหมด
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #20 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:25:39 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๒๑ )

การเดินจงกรม มีจุดมุ่งหมายให้เกิดสติ และสันติสุขขึ้น.จงปล่อยให้รอยยิ้มน้อยๆปรากฏขึ้นและรักษารอยยิ้มไว้ อย่างเป็นธรรมชาติ โดยปราศจากการเกร็ง.

สติและสันติสุข จำเป็นต้องประคองอยู่ ด้วยวิธีที่ต่อเนื่อง.เราจึงใช้การหายใจ การเดิน การนับ และการยิ้มน้อยๆ.องค์ประกอบทั้ง ๔ อย่างนี้ เป็นการพัฒนา “เนียม”( niem ) และ “ดินห์”( dinh ).

“เนียม”หมายถึง การตื่นขึ้น หรือสติ. “ดินห์”หมายถึง ความเป็นหนึ่ง,ตรงกันข้ามกับการกระจัดกระจาย.การเดินจงกรม จะรังสรรค์สติ สมาธิ และสันติสุข.

องค์ประกอบทั้ง ๔ ประการ คือการหายใจ การนับ การเดิน และการยิ้มน้อยๆ ไม่จำเป็นต้องทำพร้อมๆกันเสมอไป.มีบางครั้งที่ เพียงการเดินอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว.การตามลมหายใจ การนับ และการยิ้มน้อยๆจะเป็นประโยชน์ เมื่อเรารู้สึกลำบากในการประคองสติเอาไว้.

ทุกคนสามารถประสานการหายใจ การนับ และการเดิน เข้าด้วยกัน.แต่ถ้าเธอจดจ่อที่การเดินมากเกินไปการรับรู้การหายใจ และการนับของเธอ อาจจะอ่อนลง.
เหมือนกับหลอดไฟ ที่แสงสลัวๆลง เมื่อเราเสียบปลั๊กเครื่องทำความร้อน.

เธออาจถามว่า เมื่อเธอจดจ่ออยู่กับการเดิน เธอยังสามารถที่จะเห็นสิ่งมหัศจรรย์อื่นๆเช่น ทางเดินร่มเย็น ที่ปกคลุมไปด้วยต้นพลัม หรือ กลิ่นหอมสดชื่นของหญ้าที่ถูกตัดใหม่ๆ อีกหรือ? แน่นอน การกำหนดรู้ของเธอ จะมีแนวโน้มลดลงเมื่อความสนใจของเธอ ขยายขอบเขตกว้างขึ้น.อย่างไรก็ตาม จะเป็นการดี ถ้าเธอสามารถประคองสติในขณะเดิน.

หากเธอเลือกที่จะจดจ่ออยู่กับวลีที่ว่า “ดอกบัวบาน”เธอก็ควรจะจดจ่อเฉพาะวลีนั้น.หากเธอเลือกภาพของโลก ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเธอก็จงกำหนดรู้เฉพาะต่อพื้นโลกที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าเธอ ขณะกำลังเดินเท่านั้น. เมื่อเธอวางเท้าบนพื้นโลก เธอก็จะเห็นโลกทั้งมวลอยู่ภายใต้เท้าของเธอ อย่างทันทีทันใด.เธอสามารถเห็นเท้าของเธอเองและโลกอันเขียวขจีไปด้วย พร้อมๆกัน.

หากเธอต้องการกำหนดรู้กลิ่นของหญ้า ร่มเงาของต้นไม้ ท้องฟ้า หรือหมู่เมฆ, ก็จงหยุดเดิน.หลังจากนั้น จงเฝ้ามองอย่างกำหนดรู้.ในขณะเดียวกัน ก็ประคองการหายใจของเธอไปด้วย.

จงปล่อยให้รอยยิ้มน้อยๆปรากฏขึ้นและรักษารอยยิ้มไว้ อย่างเป็นธรรมชาติโดยปราศจากการเกร็ง.หลังจากนั้นสักครู่ ก็เริ่มเดินจงกรมต่อ
และกำหนดรู้อยู่กับการเดิน.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #21 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:27:38 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๒๒ )

อนาคตของมนุษยชาติ ขึ้นอยู่กับก้าวแต่ละก้าวของเธอ.มนุษยชาติในขณะนี้ เหมือนคนเดินละเมอในความหลับใหล ที่ไม่รู้ว่า ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ หรือกำลังเดินไปสู่ทิศทางใด. เมื่อฝึกเดินจงกรม ขอให้เดินอย่างเป็นธรรมชาติ.ไม่ต้องพนมมือ หรือทำเป็นทางการมากเกินไป.เลือกทางเดินที่เงียบสงบ ในสวนสาธารณะ หรือตามริมฝั่งน้ำ.

ในสำนักปฏิบัติของเซน เธอจะฝึกเวลาใดก็ได้.ใครที่เห็นเธอ เขาจะรู้ว่า เธอกำลังเดินจงกรมและเขาจะไม่รบกวนเธอ.เมื่อพบกับใครในระหว่างเดินจงกรมเธอทำเพียงแค่พนมมือขึ้นระดับอกแล้วจากนั้น เธอก็เดินจงกรมต่อไป.

ฉันเคยเดินจงกรมในเวลาเช้าตรู่ และยามเย็น.เมื่อฉันอยู่ที่เมืองโซ ในฝรั่งเศสหมาข้างๆบ้าน มักจะออกมาเห่า เวลาเห็นฉันเดินจงกรม.เมื่ออยู่ในศูนย์ศิลปะเซน
ในเมาท์ เทรมเปอร์ ทางตอนเหนือของรัฐนิวยอร์คฉันสอนนักเรียนเซนชาวอเมริกัน ถึงวิธีเดินจงกรม เช้าวันหนึ่งหมาก็ออกมาเห่าอีก.

ที่อเมริกา ก็เป็นเช่นเดียวกับ ที่ฝรั่งเศสคือหมาจะไม่เคยชินกับอากัปกิริยาการเดินที่ผ่อนคลาย และเงียบสงบ.แต่ถ้าเธอเดินอย่างรวดเร็ว มันจะคิดว่า นั่นเป็นสิ่งปกติ และมันก็จะไม่เอาใจใส่.

ฉันบอกกับนักเรียนว่า“ปีหน้า ถ้าครูกลับมา และเดินจงกรมร่วมกับพวกเธอบางทีหมาตัวนี้อาจจะไม่เห่า เมื่อเราเดินผ่านมันก็ได้.พวกเธอฝึกเดินจงกรมตลอดทั้งปี
หมาก็จะคุ้นเคยกับวิธีเดินอย่างมีสติของพวกเธอ.”ทุกคนเห็นด้วยกับฉัน.

บางครั้งฉันคิดว่าวิธีการเดิน การยืน การนั่ง และการดูแลสิ่งต่างๆของเรามีผลต่อโลกของสัตว์ และพืช มากจริงๆ.

ไม่รู้ว่ามีสัตว์ และพืชกี่ชนิด ที่สูญพันธ์ไปเพราะเภทภัยที่เราก่อขึ้น กับสิ่งแวดล้อม อันมีชีวิตนี้.และสภาพแวดล้อมนั้น บัดนี้ก็ได้ย้อนกลับมาทำอันตรายต่อเรา.มลภาวะของน้ำดื่ม และอากาศ ได้เริ่มเป็นอันตรายต่อมนุษย์เอง. ในปัจจุบันมีหัวรบนิวเคลียร์ มากกว่า ๕๐,๐๐๐ หัวรบ ที่ถูกสร้างขึ้นมาและนั่นก็มากพอ ที่จะทำลายโลกทั้งโลก ได้เป็นสิบๆครั้ง.แม้กระนั้น เราก็ยังสร้างกันต่อไป และมากขึ้นทุกทีดูเหมือนว่า เราไม่สามารถหยุดยั้งได้เลย.

มนุษยชาติในขณะนี้ เหมือนคนเดินละเมอในความหลับใหล  ที่ไม่รู้ว่า ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ หรือกำลังเดินไปสู่ทิศทางใด.มนุษย์จะสามารถตื่นขึ้นได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราแต่ละคน สามารถเดินอย่างมีสติ และมีสำนึกหรือไม่?

นี่คือเหตุผลที่ว่า อนาคตของมนุษยชาติ รวมถึงอนาคตของสิ่งมีชีวิตทั้งมวลบนโลกนี้ขึ้นอยู่กับก้าวแต่ละก้าวของเธอ.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #22 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:29:08 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๒๓ )

เดิน เพื่อค้นหาสันติสุข.การเดินจงกรม นำมาซึ่งสันติ ความตื่น และความสุข.ขอให้เราทำทางเดินทุกสายบนโลกใบนี้ให้เป็นทางเดินจงกรมกันเถิด.

เมื่อฝึกเดินจงกรมอย่างสม่ำเสมอ เธอจะพบว่าฝีเท้าของเธอจะแน่นอน มั่นคง และว่องไวขึ้น.การเดินจงกรม นำมาซึ่งความตื่น และสันติสุข.เธอสามารถเดินจงกรมร่วมกับคนอื่นแม้ว่าการเดินตามลำพังจะง่ายกว่า.เมื่อเดินกับคนอื่นให้ใช้วิธีเดินด้วยกัน แต่ไม่คุยกัน.

ฉันมักตื่นแต่เช้าตรู่ ขึ้นมาเดินจงกรมทุกวัน.และในระหว่างวันหากมีเวลาว่างสัก ๕ นาที ถึง ครึ่งชั่วโมงฉันก็จะเดินจงกรม.การเดินจงกรม นำมาซึ่งสันติ ความตื่น และความสุข.ขอให้เราทำทางเดินทุกสายบนโลกใบนี้ให้เป็นทางเดินจงกรมกันเถิด.

หากเธอไม่เดินจงกรม เธอก็จะขาดประโยชน์อันควร ฉันก็จะขาดประโยชน์อันควร.รวมทั้งชีวิตของสรรพสัตว์ก็จะขาดประโยชน์อันควรค่าไปด้วย.

ในวันแรกๆของการฝึก เดินให้ช้าลง มันอาจไม่มั่นคง เช่นเดียวกับ เด็กที่เพิ่งหัดเดิน. จงตามลมหายใจของตัวเอง จดจ่ออยู่ที่การก้าวแล้วเธอจะพบว่า เริ่มก้าวได้มั่นคงขึ้น.เธอเคยสังเกตเสือ ในขณะที่มันก้าวอย่างช้าๆ หรือไม่? วัว จะเดินด้วยฝีเท้าที่แน่นอน และมั่นคง.เสือ จะเดินด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบา และว่องไว.เมื่อฝึกการเดินจงกรมอย่างสม่ำเสมอ เธอจะพบว่าฝีเท้าของเธอ จะแน่นอน มั่นคง และว่องไวขึ้น.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #23 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:31:04 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๒๔ )

เดิน เพื่อสันติสุขแห่งสรรพสัตว์.สรรพสิ่งทั้งหลาย จะมีสันติสุขอันเนื่องมาจากการก้าวเดินของเธอ.อากาศในตอนเช้าตรู่ และยามค่ำคืนมักจะเย็น และสะอาดสดชื่น กว่ายามใด.ไม่มีแหล่งพลังงานใด ที่จะช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตเรายิ่งไปกว่าอากาศที่บริสุทธิ์. เมื่อเดินจงกรม เธอจะสูดเอาพลังนั้นเข้าไปและรู้สึกว่า ร่างกาย และจิตใจ เข้มแข็งขึ้น.

จงฝึกอย่างสม่ำเสมอ เธอจะพบความเปลี่ยนแปลง ในชีวิตประจำวันของเธอ.การเคลื่อนไหวของเธอ จะราบรื่นมากขึ้น ไม่ขลุกขลัก.และเธอจะรู้ตัวมากขึ้น ว่ากำลังทำอะไรอยู่.และในขณะทำกิจกรรมตามปกติประจำวัน เธอจะพบว่าเธอสงบเยือกเย็นขึ้น แลดูสิ่งต่างๆลึกซึ้งขึ้นและมองดูโลก ด้วยความเมตตากรุณามากขึ้น.

สรรพสิ่งทั้งหลาย ไม่ว่าคล้ายหรือต่าง เล็กหรือใหญ่ตั้งแต่ดวงจันทร์ ดวงดาว มาจนถึงใบไม้ และหนอนผีเสื้อ,ทั้งหมดจะมีสันติสุข อันเนื่องมาจากการก้าวเดินของเธอ.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #24 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:32:51 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๒๕ )

เธอจะรักได้ ต่อเมื่อแลเห็นสิ่งต่างๆอย่างชัดเจน และเข้าใจ เท่านั้น.ความเมตตากรุณา และปัญญา คือสิ่งเดียวกัน.หากเธอไม่อาจแลเห็นอย่างแจ่มชัดความรักของเธอ ก็ยังมิใช่ความรัก.

ก่อนจะจบ ฉันอยากบอกความลับบางอย่างแก่เธอ.ฉันได้บอกเธอแล้วว่า โลกของเรานี้มีสิ่งมหัศจรรย์ทุกอย่าง ที่มีอยู่ในดินแดนบริสุทธิ์.แต่ฉันไม่ได้ย้ำกับเธอว่าโลกของเรา มีสิ่งหนึ่ง ที่ดินแดนบริสุทธิ์ไม่มีนั่นคือ การปรากฏแห่งทุกข์.ถ้าหากฉันลังเล และไม่ปรารถนาจะไปสู่ดินแดนบริสุทธิ์แห่งนั้นนั่นมิใช่เพียงเพราะว่า ที่นั่นไม่มีเถาองุ่นและต้นมะนาว เท่านั้นแต่เพราะที่นั่น ไม่มีความทุกข์ ด้วย.

พื้นฐานสิ่งแรกสุดที่ชาวพุทธ จะต้องแลเห็นคือการปรากฏแห่งทุกข์.หากเธอไม่แลเห็นสิ่งนี้ ดังที่พระศากยมุนทรงตรัสถึงเป็นสิ่งแรก ในอริยสัจสี่เธอก็ไม่อาจเป็นชาวพุทธที่แท้ได้.จากการตระหนักรู้ ถึงความทุกข์ นี่เองที่จะก่อให้เกิดความเมตตา กรุณาและความมุ่งมาดที่จะดำเนินไป บนวิถีแห่งการดำรงอยู่ของเรา.

ความเมตตากรุณา และปัญญา คือสิ่งเดียวกัน.หากเธอไม่อาจแลเห็นอย่างแจ่มชัดความรักของเธอ ก็ยังมิใช่ความรัก.เมื่อฉันกลับไปยุโรป หลังจากพยายามช่วยเหลือผู้ลี้ภัยทางเรือแล้ว.ฉันรู้สึกว่า ชีวิตแบบตะวันตก หาใช่วิถีชีวิตของฉันไม่.

หลังจากประสบพบเห็นความทุกข์ลำเค็ญของผู้ลี้ภัยในทะเลแล้วฉันก็ได้มาถึงสนามบิน ในกรุงปารีส.ขณะที่นั่งรถกลับบ้าน ฉันได้ผ่านตัวเมืองและห้างร้านสรรพสินค้ามากมาย ที่ติดไฟหลากสีสันมันเหมือนการเดินอยู่ในความฝัน.มันมีความแตกต่างที่ไม่เท่าเทียมกันเช่นนี้ ได้อย่างไรกันนะในระหว่างสถานการณ์ทั้งสอง.

ในด้านหนึ่ง เป็นสถานการณ์อันคับขัน ของผู้ลี้ภัยทางทะเลที่ถูกตามล่า ถูกปล้นสะดม ถูกข่มขืนและฆ่า.แต่ในอีกด้านหนึ่ง เป็นสถานการณ์ของคนที่เฝ้าแสวงหาความสนุกสนาน จากแก้วเหล้า และแสงสี.คำเทศนาอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งมวล ก็ไม่อาจเทียบได้กับการเห็นแจ้งโดยตรงถึงความทุกข์ ได้.

ในระหว่างสงครามเวียดนาม ชาวตะวันตก สามารถเห็นภาพของสงคราม ผ่านทางจอโทรทัศน์ได้.ฉันสงสัยว่า เขาจะสามารถเข้าใจสถานการณ์จากการดูภาพที่เห็นทางจอโทรทัศน์นั้น ล่ะหรือ.ฉันเองก็ได้ดูภาพเหล่านั้น และฉันไม่คิดว่าภาพเหล่านั้นสามารถสื่อถึงความทุกข์ที่แท้จริงได้.

~ ติช นัท ฮันห์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #25 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:34:18 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๒๖ )

ดอกบัว กับโคลนตม เป็นดั่งกันและกัน.อย่าบดบังธรรมชาติที่แท้จริงอีกครึ่งหนึ่ง.ความดี และความงาม นั้น บางครั้งก็ได้บดบังธรรมชาติที่แท้จริงของเราอีกครึ่งหนึ่ง.

ฉันเห็นว่าชีวิตประจำวันบนโลกนี้ เป็นพื้นฐานอย่างดีที่สุด ที่จะให้เราเรียนรู้ ถึงการมีชีวิตอย่างสงบ ผาสุก.แต่ความดี และความงาม นั้น บางครั้งก็ได้บดบังธรรมชาติที่แท้จริงของเราอีกครึ่งหนึ่ง.

เพราะโฉมหน้าของธรรมชาติที่แท้จริงอีกครึ่งหนึ่งของเรา ก็เป็นโคลนตมด้วยเช่นกัน,นั่นคือ ความโลภ ความโกรธ ความโง่เขลา ความทุกข์และการประหัตประหารกันระหว่างมนุษย์.ในดินแดนบริสุทธิ์ เสียงเพลงของนก คือเสียงแห่งธรรมะ.บนโลกของเราก็เช่นกันเสียงเพลงของนก ก็เปิดเผยธรรมชาติที่แท้จริงของเรา.

สำหรับพวกเรา เสียงนกร้องเพลง มักจะแสดงถึงความร่าเริง ความงาม และความบริสุทธิ์เสียงนั้นได้กระตุ้นความรักต่อชีวิตของเราขึ้น.แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้ง เราก็สามารถแลเห็นว่า เสียงของนก ก็อาจก่อความทุกข์ได้ด้วย. วันหนึ่ง ขณะที่ฉันนั่งอยู่อย่างสงบในป่า ทันใดนั้น ฉันก็รู้สึกสั่นสะท้าน เมื่อได้ยินเสียงนกร้อง.

ฉันสามารถมองเห็นว่า ตัวหนอนที่ซ่อนอยู่ตามใบไม้หรือโพรงไม้ ก็สั่นสะท้านเช่นเดียวกับฉัน.เสียงร้องของนก สามารถทำให้หนอนและแมลง ตกใจกลัว.
เช่นเดียวกับ เสียงคำรามของเสือ ก็ทำให้มนุษย์ตกใจกลัว.เสียงเพลงที่แสดงถึงความงดงามก็สามารถก่อความกลัว และความทุกข์ ได้เช่นเดียวกัน.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #26 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:36:00 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๒๗ )

ทางเดินทุกสายในโลกนี้ คือทางจงกรมของเธอ.เลือกพระโพธิสัตว์เป็นเพื่อนร่วมทาง.

การเดินจงกรม จะช่วยให้เราเปิดตา ต่อสิ่งมหัศจรรย์มากมายในจักรวาล.มันจะเปลี่ยนโลกนี้ ให้กลายเป็นดินแดนบริสุทธิ์.มันช่วยให้เราสามารถสลัดทิ้ง ความเศร้า ความกังวลและนำสันติสุขมาให้.

แต่การเดินจงกรม ก็ช่วยให้เรา แลเห็นความทุกข์ของชีวิตด้วยเช่นกัน.

ฉันมักบอกนักเรียนเซน อยู่เสมอว่า “หากเธอ ไม่อาจแลเห็น สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า และรอบกายของเธอ,เธอจะคาดหวังที่จะแลเห็น ธรรมชาติของเธอเอง ได้อย่างไร? การแลเห็นธรรมชาติของตัวเธอเอง ไม่อาจเกิดขึ้นจากการหลับตา, ตรงกันข้าม เธอจะต้องเปิดตาและตื่นขึ้น ต่อสถานการณ์ที่เป็นจริงของโลก.และนั่นจะทำให้เธอแลเห็นได้อย่างสมบูรณ์ถึงธรรมชาติในตัวเธอ และธรรมชาติแห่งพุทธะของเธอ.

ระเบิด ความอดอยาก การไล่ตามความมั่งคั่ง และอำนาจสิ่งเหล่านี้ ไม่ได้แยกขาดจากธรรมชาติของเธอ.”

ถนนในชนบท ที่มีกลิ่นหอมของหญ้า ทางเดินที่ร่มครึ้มด้วยต้นโอ๊ก ทางเดินที่ปกคลุมด้วยใบไม้ที่ร่วงหล่นอันงดงาม,เหล่านี้ คือทางจงกรมของเธอ.ขอให้เธอเพลิดเพลินกับทางเดินเหล่านี้ มันจะไม่นำเธอไปสู่ความหลงลืม.แต่ในขณะที่เธอเดิน เธอจะจำได้ และตื่นขึ้นเพื่อที่จะแลเห็นความทุกข์ที่แท้จริงในโลก.

ดังนั้น ทางเดินทุกทาง ถนนทุกสาย จากทางเดินแคบๆ ในกรุงเบรุตจนถึงถนนในเวียดนาม ที่ซึ่งมีกับระเบิดใต้ดินฝังอยู่และยังคงระเบิดคร่าชีวิตของเด็ก และชาวนา.

ทางเดินทุกสายในโลกนี้ คือทางจงกรมของเธอ.เมื่อเธอตื่นขึ้น เธอจะไม่ลังเลที่จะเดินไปบนเส้นทางเหล่านั้นเลย.เธอจะทุกข์ระทม, แต่ไม่ใช่จากความลังเลสงสัยกังวล หรือหวาดกลัว เพื่อตัวเธอเอง.เธอจะทนทุกข์ร่วมกับสรรพชีวิตในฐานะเพื่อนร่วมทุกข์ ที่รู้สึกเมตตากรุณาอย่างบุคคลที่ตื่นขึ้นแล้ว อย่างพระโพธิสัตว์.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 [3]  ทั้งหมด
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: