Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
23 กันยายน, 2561, 08:27:45

   

ผู้เขียน หัวข้อ: “เดิน” วิถีแห่งสติ.  (อ่าน 7832 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: 1 2 3 [ทั้งหมด]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 05 เมษายน, 2555, 22:25:24 »

ที่มาจาก https://www.facebook.com/profile.php?id=100003104573092



“เดิน” วิถีแห่งสติ. ( ๑ )

สันติสุขนั้น มิได้อยู่ที่ใด หากแต่สถิตอยู่ในจิตใจของเราทุกขณะ.และจะเผยแสดงให้เราได้ประสบสัมผัสเมื่อจิตใจของเราเปิดกว้างและว่างพอ สำหรับการรู้ตัวทั่วพร้อมด้วยวิถีแห่งสติ ชีวิตของเราจึงจะเป็นอิสระและงดงามได้อย่างแท้จริง.

ชีวิตของเรา เป็นอิสระและงดงามได้แต่ภาวะเช่นนั้น นับวันจะหนีห่างจากเราไกลขึ้นทุกที. วิถีสู่สันติสุขนั้น ก็มีอยู่แต่แล้ว เรากลับหลงทิศหลงทางดั้นด้นไขว่คว้าอย่างสับสนจนชีวิตหนักอึ้ง แต่ไร้แก่นสาร.

แม้นวิทยาการจะสาดส่องโลกให้สว่างไสวเทคโนโลยีจะช่วยให้เราทรงจำได้มากขึ้น.แต่แล้วเรากลับหลงลืมไปถนัดใจว่าสันติสุขนั้นมิได้อยู่ที่ใด หากแต่สถิตอยู่ในจิตใจของเราทุกขณะ.และจะเผยแสดงให้เราได้ประสบสัมผัสเมื่อจิตใจของเราเปิดกว้างและว่างพอ สำหรับการรู้ตัวทั่วพร้อม.

ด้วยวิถีแห่งสติ ชีวิตของเราจึงจะเป็นอิสระและงดงามได้อย่างแท้จริง.

วิถีแห่งสติ ได้ทอดอยู่เบื้องหน้าเราแล้ว.บนถนนทุกสายที่เราย่ำเดินแต่เช้าจรดค่ำแต่ละก้าวที่เราเดิน ก็สามารถเป็นการดำเนินสู่ชีวิตแห่งความรู้ตัวทั่วพร้อมได้.

เราทำเช่นนั้นได้มิใช่เพราะการบริกรรมอันศักดิ์สิทธิ์หรือวิธีอันผิดสามัญ.แต่เพราะการฝึกฝนที่เป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตประจำวันของเรา.

“เดิน : วิถีแห่งสติ” เป็นคู่มือแห่งการฝึกฝนซึ่งสามารถเปิดมิติใหม่ให้แก่ชีวิต ด้วยวิธีสามัญ.ท่าน ติช นัท ฮันห์ ได้นำอิริยาบถพื้นๆ คือการเดินมาเป็นอุปกรณ์ฝึกฝนได้อย่างแยบคาย และลุ่มลึก.โน้มนำผู้ปฏิบัติให้เข้าถึง ความอิสระงดงามของชีวิตด้านใน และโลกภายนอก.โดยไม่หลงลืมต่อสภาพความเป็นจริงของธรรมชาติและสังคม อันระคนด้วยทุกข์และสุข.

คำนำ สำนักพิมพ์ มูลนิธิโกมลคีมทอง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 05 เมษายน, 2555, 22:26:22 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๒ )

จงก้าวช้าๆ ด้วยอาการผ่อนคลาย และสงบพร้อมกับยิ้มน้อยๆบนใบหน้า.เธอจะต้องทำได้แน่นอน ทุกคนสามารถทำได้.การเดินจงกรม คือวิธีทำสมาธิ โดยการเดิน.วิธีนี้ จะนำสันติสุขมาให้เธอ ในขณะปฏิบัติ.เมื่อเธอฝึกเดินจงกรมจงก้าวช้าๆ ด้วยอาการผ่อนคลาย และสงบพร้อมกับยิ้มน้อยๆบนใบหน้า.

เธอควรเดินเหมือนคนที่มีเวลาว่างอย่างยิ่งและไม่มีอะไรต้องทำเลย.

ในขณะก้าวแต่ละก้าวจงสลัดทิ้งความกังวล และความเศร้าทั้งหลาย.เพื่อที่จะอยู่อย่างสันติสุขเธอควรเดินแต่ละก้าวด้วยอาการเช่นนี้.สิ่งนี้ไม่ยากเกินไปสำหรับเธอเลยเธอจะต้องทำได้แน่นอนทุกคนสามารถทำได้หากเขาหรือเธอ ต้องการอยู่ในความสุขสันติ.

ติช นัท ฮันห์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 05 เมษายน, 2555, 22:28:08 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๓ )

ไปโดยปราศจากการถึง.แต่ละก้าว คือชีวิตแต่ละก้าว คือความสุขสันติ.ในชีวิตที่ยุ่งเหยิง วุ่นวาย เรามักจะรู้สึกรีบร้อน ด้วยเรื่องบีบคั้นเรื่องใดเรื่องหนึ่ง.

เรามักจะต้องรีบเสมอ แต่เราจะรีบร้อนไปไหนเล่า? นี่เป็นคำถามที่เรามักไม่ค่อยถามตัวเอง.

การเดินจงกรม ก็เหมือนกับการเดินเล่น.เราจะไม่กำหนดเป้าหมายแน่นอนที่จะต้องไปถึงหรือกำหนดเวลาที่จะไปถึง.เป้าหมายของการเดินจงกรม ก็คือการเดินจงกรม จุดสำคัญก็คือ การเดินโดยไม่มีการไปถึง.การเดินจงกรม ไม่ใช่วิธีการแต่คือเป้าหมาย.แต่ละก้าว คือชีวิต แต่ละก้าว คือความสุขสันติ.

นี่คือเหตุผล ที่เราไม่ต้องเดินอย่างรีบร้อน
นี่คือเหตุผล ของการก้าวอย่างเนิบช้า.

เดิน แต่อย่าเอาแต่เดิน.
เดิน อย่าให้ความมุ่งหมายใด ผลักเราไปข้างหน้า.

ด้วยวิธีนี้ เมื่อเราเดิน จงเดินพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆบนใบหน้า.

ติช นัท ฮันห์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 05 เมษายน, 2555, 22:30:15 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๔ )

ก้าวอย่างผ่อนคลาย. การเดินจงกรม คือการฝึกเดินอย่างผ่อนคลายอีกครั้งหนึ่ง.ในชีวิตประจำวัน ย่างก้าวของเรา จะถูกถ่วงทับอยู่ด้วย ความวิตก ความกังวล และความกลัว.อาจกล่าวได้ว่า ชีวิตของเรา ก็คือเดือนปีแห่งความวิตกกังวล.ด้วยเหตุนี้ ย่างก้าวของเรา จึงไม่สามารถเป็นย่างก้าวแห่งความผ่อนคลาย.

โลกนี้ช่างงดงามไปด้วย เส้นทางที่น่าตื่นใจมากมาย.มีเส้นทางเล็กๆ ที่มีต้นไผ่อยู่สองข้างทาง มีเส้นทางที่ถูกอาบไล้ด้วยกลิ่นละมุนของทุ่งนาข้าว ยังมีเส้นทางแห่งสีสันอันงดงามของใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วง.

แต่เราไม่ค่อยได้รับรู้ หรือชื่นชมเส้นทางเหล่านี้ เนื่องด้วยเราไม่รู้สึกผ่อนคลายและย่างก้าวของเราก็ไม่ผ่อนคลายเช่นกัน.การเดินจงกรม คือการฝึกเดินอย่างผ่อนคลายอีกครั้งหนึ่ง. สมัยเมื่อเราอายุได้หนึ่งขวบครึ่ง เราเริ่มต้นเดินอย่างไม่มั่นคง.มาบัดนี้ เมื่อเราฝึกเดินจงกรม เราเริ่มต้นเดินอย่างไม่มั่นคงอีกครั้งหนึ่ง.

แต่หลังการฝึกสักไม่กี่อาทิตย์ เราจะเริ่มก้าวได้อย่างมั่นคง สงบ และเป็นธรรมชาติ. ข้อความต่อไปนี้ เขียนขึ้น เพื่อช่วยให้เธอเริ่มการฝึกนี้ ฉันหวังว่า เธอจะพบกับความสำเร็จ.

ติช นัท ฮันห์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 05 เมษายน, 2555, 22:31:35 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๕ )



ความลับของการเดินจงกรม ก็คือ การเดินด้วยอากัปกิริยา ที่จะจารึกแต่ความสุขสงบไว้บนรอยเท้าของเธอ เท่านั้น.

หากฉันมีดวงตา ดังพระเนตรของพระพุทธเจ้า ฉันก็จะสามารถมองเห็นรอยเท้าของเธอที่จารึกร่องรอยแห่งความกังวล และความเศร้า ที่เธอฝากไว้บนพื้นโลก ขณะที่เดินผ่านไปได้อย่างชัดเจน ราวกับนักวิทยาศาสตร์ ที่ใช้แว่นขยายส่องเห็นจุลินทรีย์ ที่ปรากฏอยู่ในน้ำซึ่งนำมาจากทะเลสาบ.

ความลับของการเดินจงกรม ก็คือ การเดินด้วยอากัปกิริยา ที่จะจารึกแต่ความสุขสงบไว้บนรอยเท้าของเธอ เท่านั้น.หากเธอปรารถนาที่จะเดินในลักษณะนี้ เธอจะต้องเรียนรู้ การสลัดทิ้งความเศร้า และความกังวลทั้งหลาย.

ติช นัท ฮันห์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #5 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:03:30 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๖ )

เดินอยู่บนดินแดนบริสุทธิ์. ฉันก็จะพาเธอไปสู่อาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้า.

การที่จะสามารถอยู่ในโลกแห่งสันติสุข เธอจะต้องสามารถเดินด้วยฝีเท้า ที่มีความสงบสุข เสียตั้งแต่ที่นี่ บนโลกแห่งนี้.

หากฉันมีเท้าดังพระบาทของพระพุทธองค์ ฉันจะพาเธอไปสู่ดินแดนบริสุทธิ์ของอามิตตพุทธ. หรือถ้าพูดด้วยภาษาของชาวคริสต์ ฉันก็จะพาเธอไปสู่อาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้า ทิวทัศน์ ณ ที่นั้น สวยสดงดงาม และสุขสงบยิ่งนัก.

หากเธอมีโอกาสไปยังดินแดนแห่งนั้น เธอจะเดินด้วยท่วงทีอย่างไร?

เธอแน่ใจหรือว่า เธอจะไม่ฝากร่องรอย แห่งความกังวล และความเศร้าของชีวิตทางโลก ไว้บนรอยเท้าของเธอ ณ ดินแดนบริสุทธิ์แห่งนั้น? หากเธอนำความเศร้า และความกังวล ไปกับเธอ และฝังรอยเหล่านั้น บนดินแดนบริสุทธิ์แห่งนั้น เธอก็จะทำให้ดินแดนแห่งนั้นมัวหมอง.

การที่จะสามารถอยู่ในโลกแห่งสันติสุข เธอจะต้องสามารถเดินด้วยฝีเท้า ที่มีความสงบสุข เสียตั้งแต่ที่นี่ บนโลกแห่งนี้.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #6 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:04:35 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๗ )

โลกนี้ คือ “ดินแดนบริสุทธิ์”.โลกีย์วิสัย และความบริสุทธิ์ ล้วนเกิดจากจิตใจของเรา.

มีสิ่งหนึ่งทีฉันใคร่จะกระซิบบอกเธอ ก็คือ หากเธอสามารถก้าวเดินด้วยความสุขสันติได้ ที่นี่ บนโลกแห่งนี้.เธอก็ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องไปถึงดินแดนของพระพุทธเจ้าหรืออาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้าเลย.

โลกีย์วิสัย และความบริสุทธิ์ ล้วนเกิดจากจิตใจของเรา. เมื่อใดก็ตาม ที่เธอเป็นอิสระ และอยู่ในความสุขสงบ โลกีย์วิสัย ก็คือ ความบริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์ ก็คือ โลกีย์วิสัย.จึงไม่มีที่แห่งใดที่เธอต้องเข้าถึง.

และเมื่อนั้น ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องอาศัยพระบาทแห่งพระพุทธองค์เลยแม้เธอจะมีก็ตาม.

~ ติช นัท ฮันห์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #7 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:05:52 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๘ )

โลกนี้มีสิ่งมหัศจรรย์ทุกอย่าง ที่มีอยู่ในดินแดนบริสุทธิ์.ความกังวล และความเศร้านั่นเองที่บดบังเรา จากสิ่งมหัศจรรย์ทั้งหลายนั้น.เธอจะต้องเรียนรู้ที่จะสลัดทิ้งความกังวล และความเศร้าโศกทั้งหลายเพื่อที่จะเป็นอิสระ และอยู่ในสันติสุข.

แรกสุด เธอจะต้องเฝ้าสังเกตอย่างระมัดระวัง และแลเห็นโลกนี้ มีสิ่งมหัศจรรย์ทุกอย่าง ที่มีอยู่ในดินแดนบริสุทธิ์.ความกังวล และความเศร้านั่นเองที่บดบังเรา จากสิ่งมหัศจรรย์ทั้งหลายนั้น.

ฉันคิดเสมอว่า ฉันพอใจในโลกแห่งนี้ ยิ่งกว่าดินแดนบริสุทธิ์เป็นไหนๆ.เพราะว่ามีหลายสิ่งหลายอย่าง ที่ฉันชอบมากบนโลกใบนี้เช่น เถาองุ่น ต้นมะนาว ต้นกล้วย
ตันส้ม ต้นสน และต้นหลิว.

มาบัดนี้ เมื่อได้รู้ว่าโลกีย์วิสัย และความบริสุทธิ์นั้น แท้จริงเกิดจากจิตใจ ฉันรู้สึกมีความสุข. ฉันมีความสุข เพราะฉันรู้ว่ามีเถาองุ่น และต้นมะนาว บนดินแดนบริสุทธิ์
และรวมทั้งยังมีทางเดินที่ปูด้วยทรายแดง และหญ้าเขียวขจี ขึ้นอยู่สองข้างทาง.

ฉันรู้ว่า หากฉันลืมตาขึ้นอย่างมีสติและก้าวอย่างมั่นคง และสันติสุขแล้วฉันก็จะเห็นดินแดนบริสุทธิ์แห่งนั้น.นี่เป็นเหตุผลที่ฉันเดินจงกรมอยู่ทุกวัน.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #8 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:07:07 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๙ )

ก้าวแต่ละก้าวของเธอ จะนำความสุขหรือความทุกข์มาให้แก่เธอ.โลกแห่งความสันติสุข ขึ้นอยู่กับว่า เธอจะสามารถก้าวอย่างสุขสันติได้หรือไม่?

เลือกทางเดินที่เรียบสม่ำเสมอ เพื่อฝึกเดินจงกรม อาจจะเป็นริมฝั่งแม่น้ำ สวนสาธารณะ ลานบ้าน
ในป่า หรือทางเดินเล็กๆระหว่างต้นไม้.ยังมีคนฝึกเดินจงกรมในค่ายกักกัน แม้แต่ในคุกอันคับแคบ และมืดทึบ.

จะเป็นการดี หากว่าทางเดินนั้นไม่ขรุขระหรือชันเกินไป.

เดินให้ช้าลงและจดจ่อความสนใจของเธอลงไปในแต่ละก้าวมีสติรู้อยู่ในการก้าวแต่ละก้าว ก้าวอย่างระมัดระวัง และสงบ.ก้าวด้วยอาการดำเนินแห่งพระพุทธองค์.เมื่อเธอก้าว จงประทับรอยเท้าของเธอ ลงบนพื้นโลกอย่างระมัดระวัง และด้วยความมั่นใจประดุจดังกษัตริย์ที่ทรงประทับตราประจำพระองค์ ลงบนโองการแผ่นดิน.

ตราประทับของกษัตริย์บนโองการแผ่นดิน อาจนำความสุข หรือความทุกข์ มาให้แก่ประชาชน.ฝีเท้าของเธอก็เช่นเดียวกัน.โลกแห่งความสันติสุข ขึ้นอยู่กับว่าเธอจะสามารถก้าวอย่างสุขสันติได้หรือไม่?ทุกสิ่งทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับก้าวแต่ละก้าวของเธอ.

หากเธอสามารถก้าวหนึ่งก้าว ได้อย่างสันติสุข เธอก็สามารถก้าวอีกสองก้าว ได้อย่างสันติสุขจนกระทั่งสามารถก้าวได้ ๑๐๘ ก้าว อย่างสันติสุข.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #9 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:08:05 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๑๐ )

การก้าวของเธอ คือการกระทำที่สำคัญที่สุด.สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต ก็คือการอยู่อย่างสันติสุขกับตัวเอง.

การกระทำใดบ้าง ที่เป็นการกระทำที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ?สอบไล่ผ่าน ซื้อรถ ซื้อบ้านหรือการได้เลื่อนตำแหน่งการงาน? มีคนจำนวนมาก ที่สอบไล่ผ่าน ซื้อรถและได้เลื่อนตำแหน่งแต่เขาเหล่านั้น ไม่เคยอยู่กับความสงบสุขเขาไม่เคยรู้สึกเต็มเปี่ยม.ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต ก็คือการอยู่อย่างสันติสุขกับตัวเองและแบ่งปันสันติสุขนั้น กับผู้อื่น.

แต่การที่เธอจะสามารถอยู่ได้อย่างสันติสุขนั้น เธอจะต้องมีสติ กับการก้าว แต่ละก้าว.การก้าวของเธอ เป็นการกระทำที่สำคัญที่สุดของเธอมันจะชี้ชะตาในทุกสิ่ง.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #10 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:08:59 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๑๑ )

สายลมสดชื่น ปรากฏขึ้นจากเท้าแต่ละก้าว.เมื่อเธอก้าวด้วยอาการเช่นนี้ เธอจะสามารถช่วยโลกได้.

ในวัดแห่งหนึ่ง ที่จุดเริ่มของทางเดินจงกรม มีคำจารึก ๕ คำ บนแผ่นหินขนาดใหญ่ว่า :โบ โบ ทัน ฟอง กอย : ซึ่งมีความหมายว่าสายลมสดชื่น ปรากฏขึ้นจากเท้าแต่ละก้าว.เธอไม่รู้สึกหรือว่า มันช่างเป็นคำพูดที่ไพเราะ.

สายลมสดชื่น คือ ความแจ่มใส ความสงบสุข และอิสระ ที่พัดพาเอาความเศร้าของชีวิต และความตายออกไปให้สิ้น.และนำเอาความสดชื่นแห่งสันติสุขมาสู่จิตใจของเรา.เมื่อเธอก้าวด้วยอาการเช่นนี้ เธอจะสามารถช่วยโลกได้.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #11 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:10:24 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๑๒ )

จงตื่นขึ้น เพื่อที่จะปล่อยวาง.ตื่นขึ้น เพื่อจะได้เห็นว่าเธอได้แบกเอาความกังวล และความเศร้า ไว้หนักอึ้ง เพียงไร?

ความกังวล และความเศร้า มักจะเกาะตรึงอยู่กับชีวิตของเราเราจะสลัดทิ้งมันได้อย่างไร? ก้าวอย่างมั่นคง ตื่นขึ้น และมีความมุ่งมาดอันหนักแน่น. ตื่นขึ้น เพื่อจะได้เห็นว่าเธอได้แบกเอาความกังวล และความเศร้าไว้หนักอึ้ง เพียงไร? มีความมุ่งมาดอันหนักแน่น เพื่อจะละวาง ความกังวล และความเศร้านั้นเสียอย่างเด็ดเดี่ยว.

ความกังวล และความเศร้า เกิดขึ้นเมื่อเธอถูกครอบงำด้วยอดีต และอนาคต.เมื่อใดที่เราเห็นความกังวล และความเศร้า เมื่อนั้น เราก็ได้ตื่นขึ้น.

ขอให้เรามีความเมตตา ต่อตัวเราเอง.เราจะรู้สึกเมตตาตนเอง เมื่อเราได้แลเห็นว่าเราถูกจำกัดอยู่ด้วยโครงสร้างของเวลาถูกจำกัดอยู่ด้วยความกังวล และความเศร้า.
หากเราต้องการ เราก็สามารถปล่อยวางมันเสียแต่เดี๋ยวนี้.เหมือนดังเราถอดเสื้อฝนออกสะบัดให้หยาดฝนที่เกาะอยู่นั้น หลุดออกไป.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #12 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:12:16 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๑๓ )

ยิ้ม ดุจการแย้มโอษฐ์ แห่งพระพุทธองค์. การยิ้มน้อยๆนี้ มันเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขของเธอ.

เมื่อเธอสลัดความกังวล และความเศร้าออกไป จงปล่อยให้รอยยิ้มปรากฏออกมาแทนที่.ยิ้มน้อยๆ และถนอมรอยยิ้มนั้นไว้ บนริมฝีปาก ดุจการแย้มโอษฐ์ แห่งพระพุทธองค์.จงเรียนรู้ที่จะก้าว ดุจการดำเนิน แห่งพระพุทธองค์.

ยิ้มดุจการแย้มโอษฐ์ แห่งพระพุทธองค์เธอสามารถทำได้.เธอไม่จำเป็นต้องรอจนกว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าเสียเองซึ่งไม่มีใครรู้ว่า เมื่อไรวันนั้นจะมาถึง.แต่เธอสามารถเป็นพระพุทธเจ้าได้ในขณะปัจจุบันนี้ เลยทีเดียว.

ในหนังสือ ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอฉันได้กล่าวหลายครั้ง ถึงเรื่องการยิ้มน้อยๆ และประโยชน์ของมัน.

การยิ้มน้อยๆนี้ ไม่เพียงแต่เป็นผลจากสติ และสันติสุขเท่านั้น.แต่การยิ้มน้อยๆนี้ยังมีผลในการหล่อเลี้ยงและรักษาสติด้วย.นี่เป็นปาฏิหาริย์ที่แท้จริง ขอเธออย่าได้ละเลยเป็นอันขาด เพราะมันเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขของเธอ.

มันจะนำความสงบสุข และสติ มาให้แก่เธอ.ในขณะเดียวกัน ก็จะช่วยให้คนรอบข้างเธอ ได้พบสันติสุข และสติ ด้วยเช่นกัน. สิ่งนี้ จะเปลี่ยนโลกนี้ให้กลายเป็นดินแดนบริสุทธิ์.

ในขณะเดินจงกรมขอให้เธออย่าลืมรักษารอยยิ้มน้อยๆไว้ มันจะช่วยให้เธอก้าวได้อย่างผ่อนคลายมากขึ้น สงบ และมีสติมากขึ้น.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #13 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:13:25 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๑๔ )

ลมหายใจของเธอ คือสายร้อยแห่งไข่มุก.ขอให้เธอหายใจอย่างมีสติเช่นเดียวกับ เวลาเธอเดินจงกรม.รอยยิ้มน้อยๆ และก้าวที่สุขสงบอาจเปรียบได้กับประกายแสงแห่งไข่มุกแต่ละเม็ด.

ลมหายใจของเธอคือเชือกร้อยไข่มุกทุกเม็ดเข้าด้วยกัน เป็นสายไม่มีการแยกขาด ระหว่างไข่มุกสองเม็ด.ขอให้เธอหายใจอย่างมีสติเช่นเดียวกับ เวลาเธอเดินจงกรม.การตามรู้ลมหายใจ เป็นวิธีที่วิเศษในการประคองสติ และความสุขสงบเอาไว้.และด้วยวิธีนี้เธอได้หล่อเลี้ยง การก้าวแต่ละก้าวของเธอ ไว้ด้วย.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #14 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:15:11 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๑๕ )

กำหนดรู้ทั้งการหายใจ และการเดิน ในเวลาเดียวกัน.รอยยิ้มน้อยๆของเธอ จะมีส่วนสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับความสงบ และแจ่มใสของการเดิน และการหายใจของเธอ.การหายใจอย่างมีสติ แตกต่างจากการหายใจตามธรรมดา.การหายใจอย่างมีสติ หมายความว่า

เมื่อเธอหายใจ เธอรู้ว่าเธอหายใจ,
เมื่อเธอหายใจยาว เธอย่อมรู้ว่า เธอกำลังหายใจยาว,
เมื่อเธอหายใจสั้น เธอย่อมรู้ว่า เธอกำลังหายใจสั้น,
เมื่อเธอหายใจละเอียด เธอย่อมรู้ว่า เธอกำลังหายใจละเอียด.

เธออาจจะถามว่า เธอจะกำหนดรู้ทั้งการหายใจ และการเดิน ในเวลาเดียวกัน ได้อย่างไร? มันทำได้ หากว่าเราเชื่อมประสานการหายใจและการเดิน เข้าด้วยกัน.
เราสามารถทำได้ โดยอาศัยวิธีนับ เรานับจำนวนก้าว หรือพูดอีกนัยหนึ่ง ก็คือเราวัดความยาวของลมหายใจ ด้วยจำนวนก้าว.เช่น เราก้าวได้กี่ก้าว เมื่อหายใจเข้า,และก้าวได้กี่ก้าว เมื่อเราหายใจออก.

นี่เป็นวิธีที่ฉันเริ่มใช้ เมื่อสิบห้าปีที่แล้ว ฉันปรารถนาจะแบ่งปันสิ่งนี้กับเธอเพื่อว่า เธอจะได้นำไปทดลองดู.ก้าวให้ช้าลง แต่อย่าให้ช้าเกินไป และหายใจตามปกติอย่าพยายามเพิ่มความยาวของลมหายใจ.ลองทำวิธีนี้สักพักหนึ่ง แล้วจึงเริ่มสังเกตว่าเวลาหายใจเข้า เธอก้าวได้กี่ก้าว.ด้วยวิธีนี้ การกำหนดรู้ของเธอจะอยู่ที่การหายใจ และการเดิน ไปพร้อมๆกัน.

รอยยิ้มน้อยๆของเธอ จะมีส่วนสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับความสงบ และแจ่มใสของการเดิน และการหายใจของเธอ.นี่เป็นวิธีประคองการกำหนดรู้ และสันติสุข
รวมทั้งวัตถุแห่งการกำหนดรู้นั้นด้วย.ภายหลังการฝึกอย่างเอาจริงเอาจังชั่วระยะเวลาหนึ่ง เธอก็จะแลเห็น ทั้งลมหายใจ การนับ การเดินและรอยยิ้มน้อยๆ คละเคล้าด้วยกันในภาวะแห่งการกำหนดรู้และผ่อนคลาย.

นี่คือ การตื่นขึ้น
นี่คือ ปัญญาญาณ.


~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #15 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:16:59 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๑๖ )

ปรับความยาวก้าว แต่ละก้าวของเธอ เพื่อจะได้นับง่ายๆ.ขอให้รักษาจังหวะการนับ และการหายใจนี้ไว้.การหายใจในความเร็วขนาดนี้เหมาะกับปอดของเธอ และทำให้เธอรู้สึกสบาย.ขอให้ฉันได้อธิบายเกี่ยวกับวิธีนับอีกสักหน่อย.เธอควรจะปรับความยาวก้าว แต่ละก้าวของเธอเพื่อจะได้นับง่ายๆ.

ตัวอย่างเช่น หากเธอพบว่าไม่อาจขยายการหายใจออกไปได้ถึง ๓ ก้าวแต่จะได้เพียง ๒ ก้าวครึ่ง,เธออาจจะเลือกวิธีก้าวให้เร็วขึ้นอีกสักนิดเพื่อนับลมหายใจให้ได้ ๓ ก้าวพอดี,หรือไม่ก็ ก้าวให้ช้าลงอีกสักหน่อย เพื่อให้ลมหายใจนับได้ ๒ ก้าว ก็ได้เช่นกัน.

ขอให้รักษาจังหวะการนับ และการหายใจนี้ไว้.ลมหายใจออกของเธอ อาจมีความยาวมากกว่าลมหายใจเข้าโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้เริ่มฝึก.

ลองเฝ้าสังเกตดูสักครู่เธอก็จะรู้ความยาวของลมหายใจตามปกติ.ตัวอย่างเช่น ๓ – ๓ หรือ ๒ – ๓ในกรณีแรก ลมหายใจเข้า และลมหายใจออกมีความยาวเท่ากัน ( ๓ – ๓ ) ,ในกรณีที่สอง ลมหายใจเข้า จะสั้นกว่าลมหายใจออก.

หากเธอก้าวได้ ๒ ก้าว ในการหายใจเข้าแต่ละครั้งและก้าวได้ ๓ ก้าว ในการหายใจออกแต่ละครั้ง,ก็แสดงว่า แบบแผนการหายใจตามปกติและการก้าวของเธอ คือ ๒ – ๓.การหายใจในความเร็วขนาดนี้เหมาะกับปอดของเธอ และทำให้เธอรู้สึกสบาย.เธอสามารถหายใจเช่นนี้สักครู่ โดยที่ไม่รู้สึกเหนื่อย.

๒ เป็นตัวเลขแรกที่แสดงจำนวนก้าว ในขณะหายใจเข้าแต่ละครั้ง,
๓ เป็นตัวเลขที่สองที่แสดงจำนวนก้าว ในขณะหายใจออกแต่ละครั้ง.

หากเธอกำลังปีนขึ้นที่สูง หรือเดินลงตามที่ลาดช่วงหายใจแต่ละช่วงจะสั้นลงและไม่ใช่การหายใจตามปกติของเธอ.ขอให้เธอ ตามลมหายใจ ในระดับปกตินี้.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #16 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:18:58 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๑๗ )

การฝึกการหายใจ เพื่อให้ปอดของเธอแข็งแรงขึ้นเธอจะรู้สึกสบายขึ้นและเลือดของเธอ จะถูกฟอกให้บริสุทธิ์ขึ้น.หลังจากการฝึกเป็นเวลาหลายวัน เธออาจลองวิธีต่อไปนี้.ขณะเดิน และหายใจตามปกติลองยืดลมหายใจออก ออกไปอีก ๑ ก้าว.ตัวอย่างเช่น ถ้าการหายใจปกติของเธอเป็น ๒ – ๒,ลองฝึกหายใจเป็น ๒ – ๓ สัก ๔ – ๕ ครั้ง, แล้วกลับมาหายใจตามปกติ ที่ ๒ – ๒ .

การฝึกเช่นนี้ เธออาจจะรู้สึกสบายขึ้น เพราะว่าเมื่อลมหายใจออกของเธอยาวกว่าปอดของเธอจะบีบตัวมากขึ้นทำให้ไล่อากาศออกไปได้มากขึ้น.เมื่อเราหายใจตามปกติ อากาศที่อยู่ส่วนล่างของปอดจะไม่ถูกขับออกไปทั้งหมด.แต่ถ้าเรายืดลมหายใจออก ให้ยาวขึ้นอีก ๑ ก้าวอากาศส่วนนี้ จะถูกขับออกไป.

หายใจเช่นนี้สัก ๔ – ๕ ครั้งก็พอ มิเช่นนั้น เธออาจจะรู้สึกเหนื่อย.ลองหายใจด้วยวิธีนี้สัก ๔ – ๕ ครั้งแล้วกลับมาหายใจตามปกติ.เว้นช่วงสัก ๕ นาที แล้วกลับมาทำใหม่อีกครั้ง.

การทำครั้งใหม่ก็ยังคงทำแบบเดิม คือทำวิธีใหม่ ๔ – ๕ ครั้ง แล้วกลับมาหายใจตามปกติ.ขอให้จำไว้ว่า ให้เพิ่มความยาวอีก ๑ ก้าว เฉพาะที่ลมหายใจออกเท่านั้น ไม่ใช่ลมหายใจเข้า.

หลังจากฝึกวิธีนี้สักพัก เธออาจจะรู้สึกอยากขยาย ลมหายใจเข้าอีกสักหนึ่งก้าว.ปอดของเธออาจจะแสดงอาการว่าหากเธอขยายลมหายใจเข้า อีกสัก ๑ ก้าว เป็น ๓ – ๓ก็จะดีมาก.เมื่อใดที่เธอรู้สึกเช่นนี้ ค่อยขยายลมหายใจเข้าซึ่งเธอจะรู้สึกสบาย.อย่างไรก็ดี อย่าฝึกวิธีนี้ เกินกว่า ๔ – ๕ ครั้ง.

จงจำไว้ว่า ให้กลับมาที่การหายใจปกติของเธอ เช่น ที่ ๒ – ๒หลังจากนั้นสักครู่หนึ่ง ถ้าเธอต้องการเธอก็สามารถฝึกขยายลมหายใจออก (๒ – ๓)แล้วก็ลมหายใจเข้า (๓ – ๓).

หลายเดือนผ่านไป ปอดของเธอจะแข็งแรงขึ้นและเลือดของเธอ จะถูกฟอกให้บริสุทธิ์ขึ้น.การหายใจตามปกติของเธอ อาจจะเปลี่ยนไปตัวอย่างเช่น มันอาจกลายเป็น ๓ – ๓ จาก ๒ – ๒ .หายใจตามปกติ เมื่อเธอฝึกเดินจงกรม ความยาวของก้าวที่เธอเดิน จะเป็นของเธอเอง.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #17 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:20:03 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๑๘ )

การเดิน การยืน การนั่ง และการกระทำแต่ละอย่าง ล้วนเป็นงานสานต่อความรู้แจ้ง.ด้วยว่า ไม่มีการตรัสรู้ใด ที่อยู่นอกเหนือวิถีแห่งการดำรงอยู่ ในชีวิตประจำวันของเธอ.ฉันได้แนะนำให้เธอเดินดุจเดียวกับการดำเนินแห่งพระพุทธองค์.และก้าวด้วยท่วงท่าเฉกเช่นที่พระพุทธองค์ทรงกระทำ.

แต่ละก้าวจะจารึกสันติสุขและความผ่อนคลายของเธอ ลงบนพื้นโลก.โลกที่เธอก้าวเดินไป จะกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์.มิใช่เพียงการเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนเท่านั้น ที่เป็นวิธีดำรงมรรควิถีแห่งการตรัสรู้ และปรีชาญาณ.แต่ด้วยหนทางอันสามัญแห่งชีวิตประจำวันของเธอในการเดิน ยืน นั่ง และการกระทำสิ่งต่างๆ.

ด้วยว่า ไม่มีการตรัสรู้ใด ที่อยู่นอกเหนือวิถีแห่งการดำรงอยู่ ในชีวิตประจำวันของเธอ.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #18 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:21:55 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๑๙ )

ดอกบัวบาน จากเท้าแต่ละก้าว.การฝึกเดินจงกรม ก็คือการฝึกใช้ชีวิตอย่างมีสติ.สติ และการตรัสรู้ คือสิ่งเดียวกัน.

เมื่อศิลปินวาดภาพหรือแกะสลักรูปของพระพุทธเจ้า ประทับบนดอกบัว.เขามิได้ต้องการเพียงจะแสดงความเคารพสักการะพระองค์เท่านั้น.แต่ศิลปินปรารถนาจะแสดงให้เห็นว่า พระพุทธเจ้าประทับอยู่ในสันติสุข และความรู้แจ้ง.

เราแต่ละคนนั่งลงหลายครั้งในวันหนึ่งๆ แต่มีน้อยคนนัก ที่จะสามารถนั่งลงอย่างเป็นสุขเช่นเดียวกับพระพุทธองค์.พวกเราหลายๆคน เมื่อนั่งลง จะเหมือนกับว่าเราได้นั่งลงไปบนถ่านร้อนๆ.เรานั่งลงยังไม่ทันไร เราก็จะคิดถึงอะไรสักอย่างแล้วก็พรวดพราดลุกขึ้นอีก.

แม้ว่าศิลปินจะวาดภาพพระพุทธเจ้าประทับบนแผ่นหินพระองค์ก็ยังคงประทับอย่างสงบ แจ่มใสดุจเดียวกับประทับบนดอกบัว.ฉันอยากจะย้ำเตือน ผู้ที่ปรารถนาจะเข้าสู่ดินแดนบริสุทธิ์ว่าขอให้นั่งอย่างสันติสุข ดุจนั่งอยู่บนดอกบัวเสียแต่เดี๋ยวนี้เถิดอย่ารอจนกว่าเธอจะสามารถเข้าสู่ดินแดนบริสุทธิ์แห่งนั้น.ขอให้เธอได้เกิดใหม่ในดอกบัว ในขณะแห่งปัจจุบันนี้.

การเดินก็เช่นเดียวกัน.ภาพของพระพุทธเจ้าเมื่อทรงประสูติมักแสดงด้วยการเดิน ๗ ก้าวแต่ละก้าว จะมีดอกบัวบานขึ้น จากรอยพระบาทที่ประทับบนพื้นโลก.เราควรที่จะเดินอย่างสันติสุข เสียจนกระทั่งสามารถมีดอกบัวบานขึ้น จากเท้าแต่ละก้าวนี้.ต่อไปเมื่อเธอฝึกเดินจงกรม ขอให้ลองทำดู ให้ดอกบัวบาน รับเท้าแต่ละก้าวของเธอเช่นเดียวกับพระพุทธองค์ เมื่อแรกประสูติ.

ขอเธออย่าได้รู้สึกต่ำต้อย หรือไม่คู่ควรแก่งานเช่นนี้.หากว่าแต่ละก้าวของเธอสงบ และแจ่มใสมันก็สมควรแก่การที่ดอกบัว จะบานขึ้นจากรอยเท้านั้น.เธอก็สามารถเป็นพระพุทธเจ้าได้เช่นเดียวกับทุกๆคนนี่เป็นพระดำรัสของพระองค์เอง.

พระองค์ตรัสว่า สรรพสัตว์ทั้งหลาย ย่อมมีธรรมชาติแห่งการตรัสรู้ เช่นเดียวกันทั้งหมด.
การฝึกเดินจงกรม ก็คือการฝึกใช้ชีวิตอย่างมีสติ.สติ และการตรัสรู้ คือสิ่งเดียวกัน.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #19 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:23:32 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๒๐ )

เดินบนพื้นโลก เป็นปาฏิหาริย์.การเดินอย่างสันติสุข และผ่อนคลายบนพื้นโลกเป็นปาฏิหาริย์.

คนเรามักจะพูดว่า การเดินบนถ่านไฟหรือการเดินบนน้ำได้ เป็นปาฏิหาริย์.แต่ฉันคิดว่า การเดินบนพื้นโลกนี่แหละ เป็นปาฏิหาริย์.

ขอให้เราลองจินตนาการว่า เราเป็นนักบินอวกาศที่รอดชีวิตและกลับมายังโลกได้.เราจะมีความสุขที่ได้เดินอย่างสันติสุข บนโลกอันเขียวขจีของเรา.เราได้สร้างปาฏิหาริย์ จากการเดินแต่ละก้าวของเรานี่คือความหมายของดอกบัว ที่บานขึ้นจากเท้าแต่ละก้าว.

ขอให้เธอฝึกหัด และตระหนักว่าเธอกำลังเดินด้วยก้าวอันปาฏิหาริย์ บนพื้นโลก.โลกจะปรากฏแก่สายตาและรองรับเท้าของเธอดุจสิ่งมหัศจรรย์ ด้วยสติ.และด้วยวิธีแห่งการเพ่งพินิจอย่างเป็นสมาธิเธอจะสามารถเดินอย่างเป็นสุข และอิสระ บนพื้นโลก.

ลองยืนด้วยเท้าข้างเดียว แบบเด็กๆในขณะเล่นกันดู เธอจะแลเห็นโลกทั้งมวลอยู่ภายใต้เท้าของเธอ.ในขณะเดินเธอก็สามารถมองดูพื้นดิน ที่เธอกำลังจะก้าวเท้าลงไป. ก้าวเดินอย่างมีสติบนพื้นดินและรับรู้ทั้งเท้าที่ก้าวเดิน และพื้นโลก ไปพร้อมๆกัน.

เธอจะเห็นด้วยตาภายในว่าเท้าของเธอ คือตราประทับแห่งกษัตริย์.เมื่อเธอเดินในห้องฝึกสมาธิ เธออาจจะลองใช้วลีต่อไปนี้ เป็นหัวข้อในการภาวนาก็ได้ เช่น ตราประทับแห่งกษัตริย์ดอกบัวบานจากเท้าแต่ละก้าว และโลกปรากฏขึ้น.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #20 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:25:39 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๒๑ )

การเดินจงกรม มีจุดมุ่งหมายให้เกิดสติ และสันติสุขขึ้น.จงปล่อยให้รอยยิ้มน้อยๆปรากฏขึ้นและรักษารอยยิ้มไว้ อย่างเป็นธรรมชาติ โดยปราศจากการเกร็ง.

สติและสันติสุข จำเป็นต้องประคองอยู่ ด้วยวิธีที่ต่อเนื่อง.เราจึงใช้การหายใจ การเดิน การนับ และการยิ้มน้อยๆ.องค์ประกอบทั้ง ๔ อย่างนี้ เป็นการพัฒนา “เนียม”( niem ) และ “ดินห์”( dinh ).

“เนียม”หมายถึง การตื่นขึ้น หรือสติ. “ดินห์”หมายถึง ความเป็นหนึ่ง,ตรงกันข้ามกับการกระจัดกระจาย.การเดินจงกรม จะรังสรรค์สติ สมาธิ และสันติสุข.

องค์ประกอบทั้ง ๔ ประการ คือการหายใจ การนับ การเดิน และการยิ้มน้อยๆ ไม่จำเป็นต้องทำพร้อมๆกันเสมอไป.มีบางครั้งที่ เพียงการเดินอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว.การตามลมหายใจ การนับ และการยิ้มน้อยๆจะเป็นประโยชน์ เมื่อเรารู้สึกลำบากในการประคองสติเอาไว้.

ทุกคนสามารถประสานการหายใจ การนับ และการเดิน เข้าด้วยกัน.แต่ถ้าเธอจดจ่อที่การเดินมากเกินไปการรับรู้การหายใจ และการนับของเธอ อาจจะอ่อนลง.
เหมือนกับหลอดไฟ ที่แสงสลัวๆลง เมื่อเราเสียบปลั๊กเครื่องทำความร้อน.

เธออาจถามว่า เมื่อเธอจดจ่ออยู่กับการเดิน เธอยังสามารถที่จะเห็นสิ่งมหัศจรรย์อื่นๆเช่น ทางเดินร่มเย็น ที่ปกคลุมไปด้วยต้นพลัม หรือ กลิ่นหอมสดชื่นของหญ้าที่ถูกตัดใหม่ๆ อีกหรือ? แน่นอน การกำหนดรู้ของเธอ จะมีแนวโน้มลดลงเมื่อความสนใจของเธอ ขยายขอบเขตกว้างขึ้น.อย่างไรก็ตาม จะเป็นการดี ถ้าเธอสามารถประคองสติในขณะเดิน.

หากเธอเลือกที่จะจดจ่ออยู่กับวลีที่ว่า “ดอกบัวบาน”เธอก็ควรจะจดจ่อเฉพาะวลีนั้น.หากเธอเลือกภาพของโลก ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเธอก็จงกำหนดรู้เฉพาะต่อพื้นโลกที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าเธอ ขณะกำลังเดินเท่านั้น. เมื่อเธอวางเท้าบนพื้นโลก เธอก็จะเห็นโลกทั้งมวลอยู่ภายใต้เท้าของเธอ อย่างทันทีทันใด.เธอสามารถเห็นเท้าของเธอเองและโลกอันเขียวขจีไปด้วย พร้อมๆกัน.

หากเธอต้องการกำหนดรู้กลิ่นของหญ้า ร่มเงาของต้นไม้ ท้องฟ้า หรือหมู่เมฆ, ก็จงหยุดเดิน.หลังจากนั้น จงเฝ้ามองอย่างกำหนดรู้.ในขณะเดียวกัน ก็ประคองการหายใจของเธอไปด้วย.

จงปล่อยให้รอยยิ้มน้อยๆปรากฏขึ้นและรักษารอยยิ้มไว้ อย่างเป็นธรรมชาติโดยปราศจากการเกร็ง.หลังจากนั้นสักครู่ ก็เริ่มเดินจงกรมต่อ
และกำหนดรู้อยู่กับการเดิน.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #21 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:27:38 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๒๒ )

อนาคตของมนุษยชาติ ขึ้นอยู่กับก้าวแต่ละก้าวของเธอ.มนุษยชาติในขณะนี้ เหมือนคนเดินละเมอในความหลับใหล ที่ไม่รู้ว่า ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ หรือกำลังเดินไปสู่ทิศทางใด. เมื่อฝึกเดินจงกรม ขอให้เดินอย่างเป็นธรรมชาติ.ไม่ต้องพนมมือ หรือทำเป็นทางการมากเกินไป.เลือกทางเดินที่เงียบสงบ ในสวนสาธารณะ หรือตามริมฝั่งน้ำ.

ในสำนักปฏิบัติของเซน เธอจะฝึกเวลาใดก็ได้.ใครที่เห็นเธอ เขาจะรู้ว่า เธอกำลังเดินจงกรมและเขาจะไม่รบกวนเธอ.เมื่อพบกับใครในระหว่างเดินจงกรมเธอทำเพียงแค่พนมมือขึ้นระดับอกแล้วจากนั้น เธอก็เดินจงกรมต่อไป.

ฉันเคยเดินจงกรมในเวลาเช้าตรู่ และยามเย็น.เมื่อฉันอยู่ที่เมืองโซ ในฝรั่งเศสหมาข้างๆบ้าน มักจะออกมาเห่า เวลาเห็นฉันเดินจงกรม.เมื่ออยู่ในศูนย์ศิลปะเซน
ในเมาท์ เทรมเปอร์ ทางตอนเหนือของรัฐนิวยอร์คฉันสอนนักเรียนเซนชาวอเมริกัน ถึงวิธีเดินจงกรม เช้าวันหนึ่งหมาก็ออกมาเห่าอีก.

ที่อเมริกา ก็เป็นเช่นเดียวกับ ที่ฝรั่งเศสคือหมาจะไม่เคยชินกับอากัปกิริยาการเดินที่ผ่อนคลาย และเงียบสงบ.แต่ถ้าเธอเดินอย่างรวดเร็ว มันจะคิดว่า นั่นเป็นสิ่งปกติ และมันก็จะไม่เอาใจใส่.

ฉันบอกกับนักเรียนว่า“ปีหน้า ถ้าครูกลับมา และเดินจงกรมร่วมกับพวกเธอบางทีหมาตัวนี้อาจจะไม่เห่า เมื่อเราเดินผ่านมันก็ได้.พวกเธอฝึกเดินจงกรมตลอดทั้งปี
หมาก็จะคุ้นเคยกับวิธีเดินอย่างมีสติของพวกเธอ.”ทุกคนเห็นด้วยกับฉัน.

บางครั้งฉันคิดว่าวิธีการเดิน การยืน การนั่ง และการดูแลสิ่งต่างๆของเรามีผลต่อโลกของสัตว์ และพืช มากจริงๆ.

ไม่รู้ว่ามีสัตว์ และพืชกี่ชนิด ที่สูญพันธ์ไปเพราะเภทภัยที่เราก่อขึ้น กับสิ่งแวดล้อม อันมีชีวิตนี้.และสภาพแวดล้อมนั้น บัดนี้ก็ได้ย้อนกลับมาทำอันตรายต่อเรา.มลภาวะของน้ำดื่ม และอากาศ ได้เริ่มเป็นอันตรายต่อมนุษย์เอง. ในปัจจุบันมีหัวรบนิวเคลียร์ มากกว่า ๕๐,๐๐๐ หัวรบ ที่ถูกสร้างขึ้นมาและนั่นก็มากพอ ที่จะทำลายโลกทั้งโลก ได้เป็นสิบๆครั้ง.แม้กระนั้น เราก็ยังสร้างกันต่อไป และมากขึ้นทุกทีดูเหมือนว่า เราไม่สามารถหยุดยั้งได้เลย.

มนุษยชาติในขณะนี้ เหมือนคนเดินละเมอในความหลับใหล  ที่ไม่รู้ว่า ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ หรือกำลังเดินไปสู่ทิศทางใด.มนุษย์จะสามารถตื่นขึ้นได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราแต่ละคน สามารถเดินอย่างมีสติ และมีสำนึกหรือไม่?

นี่คือเหตุผลที่ว่า อนาคตของมนุษยชาติ รวมถึงอนาคตของสิ่งมีชีวิตทั้งมวลบนโลกนี้ขึ้นอยู่กับก้าวแต่ละก้าวของเธอ.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #22 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:29:08 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๒๓ )

เดิน เพื่อค้นหาสันติสุข.การเดินจงกรม นำมาซึ่งสันติ ความตื่น และความสุข.ขอให้เราทำทางเดินทุกสายบนโลกใบนี้ให้เป็นทางเดินจงกรมกันเถิด.

เมื่อฝึกเดินจงกรมอย่างสม่ำเสมอ เธอจะพบว่าฝีเท้าของเธอจะแน่นอน มั่นคง และว่องไวขึ้น.การเดินจงกรม นำมาซึ่งความตื่น และสันติสุข.เธอสามารถเดินจงกรมร่วมกับคนอื่นแม้ว่าการเดินตามลำพังจะง่ายกว่า.เมื่อเดินกับคนอื่นให้ใช้วิธีเดินด้วยกัน แต่ไม่คุยกัน.

ฉันมักตื่นแต่เช้าตรู่ ขึ้นมาเดินจงกรมทุกวัน.และในระหว่างวันหากมีเวลาว่างสัก ๕ นาที ถึง ครึ่งชั่วโมงฉันก็จะเดินจงกรม.การเดินจงกรม นำมาซึ่งสันติ ความตื่น และความสุข.ขอให้เราทำทางเดินทุกสายบนโลกใบนี้ให้เป็นทางเดินจงกรมกันเถิด.

หากเธอไม่เดินจงกรม เธอก็จะขาดประโยชน์อันควร ฉันก็จะขาดประโยชน์อันควร.รวมทั้งชีวิตของสรรพสัตว์ก็จะขาดประโยชน์อันควรค่าไปด้วย.

ในวันแรกๆของการฝึก เดินให้ช้าลง มันอาจไม่มั่นคง เช่นเดียวกับ เด็กที่เพิ่งหัดเดิน. จงตามลมหายใจของตัวเอง จดจ่ออยู่ที่การก้าวแล้วเธอจะพบว่า เริ่มก้าวได้มั่นคงขึ้น.เธอเคยสังเกตเสือ ในขณะที่มันก้าวอย่างช้าๆ หรือไม่? วัว จะเดินด้วยฝีเท้าที่แน่นอน และมั่นคง.เสือ จะเดินด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบา และว่องไว.เมื่อฝึกการเดินจงกรมอย่างสม่ำเสมอ เธอจะพบว่าฝีเท้าของเธอ จะแน่นอน มั่นคง และว่องไวขึ้น.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #23 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:31:04 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๒๔ )

เดิน เพื่อสันติสุขแห่งสรรพสัตว์.สรรพสิ่งทั้งหลาย จะมีสันติสุขอันเนื่องมาจากการก้าวเดินของเธอ.อากาศในตอนเช้าตรู่ และยามค่ำคืนมักจะเย็น และสะอาดสดชื่น กว่ายามใด.ไม่มีแหล่งพลังงานใด ที่จะช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตเรายิ่งไปกว่าอากาศที่บริสุทธิ์. เมื่อเดินจงกรม เธอจะสูดเอาพลังนั้นเข้าไปและรู้สึกว่า ร่างกาย และจิตใจ เข้มแข็งขึ้น.

จงฝึกอย่างสม่ำเสมอ เธอจะพบความเปลี่ยนแปลง ในชีวิตประจำวันของเธอ.การเคลื่อนไหวของเธอ จะราบรื่นมากขึ้น ไม่ขลุกขลัก.และเธอจะรู้ตัวมากขึ้น ว่ากำลังทำอะไรอยู่.และในขณะทำกิจกรรมตามปกติประจำวัน เธอจะพบว่าเธอสงบเยือกเย็นขึ้น แลดูสิ่งต่างๆลึกซึ้งขึ้นและมองดูโลก ด้วยความเมตตากรุณามากขึ้น.

สรรพสิ่งทั้งหลาย ไม่ว่าคล้ายหรือต่าง เล็กหรือใหญ่ตั้งแต่ดวงจันทร์ ดวงดาว มาจนถึงใบไม้ และหนอนผีเสื้อ,ทั้งหมดจะมีสันติสุข อันเนื่องมาจากการก้าวเดินของเธอ.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #24 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:32:51 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๒๕ )

เธอจะรักได้ ต่อเมื่อแลเห็นสิ่งต่างๆอย่างชัดเจน และเข้าใจ เท่านั้น.ความเมตตากรุณา และปัญญา คือสิ่งเดียวกัน.หากเธอไม่อาจแลเห็นอย่างแจ่มชัดความรักของเธอ ก็ยังมิใช่ความรัก.

ก่อนจะจบ ฉันอยากบอกความลับบางอย่างแก่เธอ.ฉันได้บอกเธอแล้วว่า โลกของเรานี้มีสิ่งมหัศจรรย์ทุกอย่าง ที่มีอยู่ในดินแดนบริสุทธิ์.แต่ฉันไม่ได้ย้ำกับเธอว่าโลกของเรา มีสิ่งหนึ่ง ที่ดินแดนบริสุทธิ์ไม่มีนั่นคือ การปรากฏแห่งทุกข์.ถ้าหากฉันลังเล และไม่ปรารถนาจะไปสู่ดินแดนบริสุทธิ์แห่งนั้นนั่นมิใช่เพียงเพราะว่า ที่นั่นไม่มีเถาองุ่นและต้นมะนาว เท่านั้นแต่เพราะที่นั่น ไม่มีความทุกข์ ด้วย.

พื้นฐานสิ่งแรกสุดที่ชาวพุทธ จะต้องแลเห็นคือการปรากฏแห่งทุกข์.หากเธอไม่แลเห็นสิ่งนี้ ดังที่พระศากยมุนทรงตรัสถึงเป็นสิ่งแรก ในอริยสัจสี่เธอก็ไม่อาจเป็นชาวพุทธที่แท้ได้.จากการตระหนักรู้ ถึงความทุกข์ นี่เองที่จะก่อให้เกิดความเมตตา กรุณาและความมุ่งมาดที่จะดำเนินไป บนวิถีแห่งการดำรงอยู่ของเรา.

ความเมตตากรุณา และปัญญา คือสิ่งเดียวกัน.หากเธอไม่อาจแลเห็นอย่างแจ่มชัดความรักของเธอ ก็ยังมิใช่ความรัก.เมื่อฉันกลับไปยุโรป หลังจากพยายามช่วยเหลือผู้ลี้ภัยทางเรือแล้ว.ฉันรู้สึกว่า ชีวิตแบบตะวันตก หาใช่วิถีชีวิตของฉันไม่.

หลังจากประสบพบเห็นความทุกข์ลำเค็ญของผู้ลี้ภัยในทะเลแล้วฉันก็ได้มาถึงสนามบิน ในกรุงปารีส.ขณะที่นั่งรถกลับบ้าน ฉันได้ผ่านตัวเมืองและห้างร้านสรรพสินค้ามากมาย ที่ติดไฟหลากสีสันมันเหมือนการเดินอยู่ในความฝัน.มันมีความแตกต่างที่ไม่เท่าเทียมกันเช่นนี้ ได้อย่างไรกันนะในระหว่างสถานการณ์ทั้งสอง.

ในด้านหนึ่ง เป็นสถานการณ์อันคับขัน ของผู้ลี้ภัยทางทะเลที่ถูกตามล่า ถูกปล้นสะดม ถูกข่มขืนและฆ่า.แต่ในอีกด้านหนึ่ง เป็นสถานการณ์ของคนที่เฝ้าแสวงหาความสนุกสนาน จากแก้วเหล้า และแสงสี.คำเทศนาอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งมวล ก็ไม่อาจเทียบได้กับการเห็นแจ้งโดยตรงถึงความทุกข์ ได้.

ในระหว่างสงครามเวียดนาม ชาวตะวันตก สามารถเห็นภาพของสงคราม ผ่านทางจอโทรทัศน์ได้.ฉันสงสัยว่า เขาจะสามารถเข้าใจสถานการณ์จากการดูภาพที่เห็นทางจอโทรทัศน์นั้น ล่ะหรือ.ฉันเองก็ได้ดูภาพเหล่านั้น และฉันไม่คิดว่าภาพเหล่านั้นสามารถสื่อถึงความทุกข์ที่แท้จริงได้.

~ ติช นัท ฮันห์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #25 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:34:18 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๒๖ )

ดอกบัว กับโคลนตม เป็นดั่งกันและกัน.อย่าบดบังธรรมชาติที่แท้จริงอีกครึ่งหนึ่ง.ความดี และความงาม นั้น บางครั้งก็ได้บดบังธรรมชาติที่แท้จริงของเราอีกครึ่งหนึ่ง.

ฉันเห็นว่าชีวิตประจำวันบนโลกนี้ เป็นพื้นฐานอย่างดีที่สุด ที่จะให้เราเรียนรู้ ถึงการมีชีวิตอย่างสงบ ผาสุก.แต่ความดี และความงาม นั้น บางครั้งก็ได้บดบังธรรมชาติที่แท้จริงของเราอีกครึ่งหนึ่ง.

เพราะโฉมหน้าของธรรมชาติที่แท้จริงอีกครึ่งหนึ่งของเรา ก็เป็นโคลนตมด้วยเช่นกัน,นั่นคือ ความโลภ ความโกรธ ความโง่เขลา ความทุกข์และการประหัตประหารกันระหว่างมนุษย์.ในดินแดนบริสุทธิ์ เสียงเพลงของนก คือเสียงแห่งธรรมะ.บนโลกของเราก็เช่นกันเสียงเพลงของนก ก็เปิดเผยธรรมชาติที่แท้จริงของเรา.

สำหรับพวกเรา เสียงนกร้องเพลง มักจะแสดงถึงความร่าเริง ความงาม และความบริสุทธิ์เสียงนั้นได้กระตุ้นความรักต่อชีวิตของเราขึ้น.แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้ง เราก็สามารถแลเห็นว่า เสียงของนก ก็อาจก่อความทุกข์ได้ด้วย. วันหนึ่ง ขณะที่ฉันนั่งอยู่อย่างสงบในป่า ทันใดนั้น ฉันก็รู้สึกสั่นสะท้าน เมื่อได้ยินเสียงนกร้อง.

ฉันสามารถมองเห็นว่า ตัวหนอนที่ซ่อนอยู่ตามใบไม้หรือโพรงไม้ ก็สั่นสะท้านเช่นเดียวกับฉัน.เสียงร้องของนก สามารถทำให้หนอนและแมลง ตกใจกลัว.
เช่นเดียวกับ เสียงคำรามของเสือ ก็ทำให้มนุษย์ตกใจกลัว.เสียงเพลงที่แสดงถึงความงดงามก็สามารถก่อความกลัว และความทุกข์ ได้เช่นเดียวกัน.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #26 เมื่อ: 18 เมษายน, 2555, 07:36:00 »

เดิน วิถีแห่งสติ. ( ๒๗ )

ทางเดินทุกสายในโลกนี้ คือทางจงกรมของเธอ.เลือกพระโพธิสัตว์เป็นเพื่อนร่วมทาง.

การเดินจงกรม จะช่วยให้เราเปิดตา ต่อสิ่งมหัศจรรย์มากมายในจักรวาล.มันจะเปลี่ยนโลกนี้ ให้กลายเป็นดินแดนบริสุทธิ์.มันช่วยให้เราสามารถสลัดทิ้ง ความเศร้า ความกังวลและนำสันติสุขมาให้.

แต่การเดินจงกรม ก็ช่วยให้เรา แลเห็นความทุกข์ของชีวิตด้วยเช่นกัน.

ฉันมักบอกนักเรียนเซน อยู่เสมอว่า “หากเธอ ไม่อาจแลเห็น สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า และรอบกายของเธอ,เธอจะคาดหวังที่จะแลเห็น ธรรมชาติของเธอเอง ได้อย่างไร? การแลเห็นธรรมชาติของตัวเธอเอง ไม่อาจเกิดขึ้นจากการหลับตา, ตรงกันข้าม เธอจะต้องเปิดตาและตื่นขึ้น ต่อสถานการณ์ที่เป็นจริงของโลก.และนั่นจะทำให้เธอแลเห็นได้อย่างสมบูรณ์ถึงธรรมชาติในตัวเธอ และธรรมชาติแห่งพุทธะของเธอ.

ระเบิด ความอดอยาก การไล่ตามความมั่งคั่ง และอำนาจสิ่งเหล่านี้ ไม่ได้แยกขาดจากธรรมชาติของเธอ.”

ถนนในชนบท ที่มีกลิ่นหอมของหญ้า ทางเดินที่ร่มครึ้มด้วยต้นโอ๊ก ทางเดินที่ปกคลุมด้วยใบไม้ที่ร่วงหล่นอันงดงาม,เหล่านี้ คือทางจงกรมของเธอ.ขอให้เธอเพลิดเพลินกับทางเดินเหล่านี้ มันจะไม่นำเธอไปสู่ความหลงลืม.แต่ในขณะที่เธอเดิน เธอจะจำได้ และตื่นขึ้นเพื่อที่จะแลเห็นความทุกข์ที่แท้จริงในโลก.

ดังนั้น ทางเดินทุกทาง ถนนทุกสาย จากทางเดินแคบๆ ในกรุงเบรุตจนถึงถนนในเวียดนาม ที่ซึ่งมีกับระเบิดใต้ดินฝังอยู่และยังคงระเบิดคร่าชีวิตของเด็ก และชาวนา.

ทางเดินทุกสายในโลกนี้ คือทางจงกรมของเธอ.เมื่อเธอตื่นขึ้น เธอจะไม่ลังเลที่จะเดินไปบนเส้นทางเหล่านั้นเลย.เธอจะทุกข์ระทม, แต่ไม่ใช่จากความลังเลสงสัยกังวล หรือหวาดกลัว เพื่อตัวเธอเอง.เธอจะทนทุกข์ร่วมกับสรรพชีวิตในฐานะเพื่อนร่วมทุกข์ ที่รู้สึกเมตตากรุณาอย่างบุคคลที่ตื่นขึ้นแล้ว อย่างพระโพธิสัตว์.

~ ติช นัท ฮันห์ ~
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 3 [ทั้งหมด]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: