Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 กรกฎาคม, 2561, 10:58:13

   

ผู้เขียน หัวข้อ: เครือข่ายที่ดินฯ ยื่นหนังสือผู้ว่าตรัง แก้ปัญหาการคุกคามสวนยางในพื้นที่โฉนดชุมชน  (อ่าน 4447 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 04 เมษายน, 2555, 08:53:27 »

เครือข่ายที่ดินฯ ยื่นหนังสือผู้ว่าตรัง แก้ปัญหาการคุกคามสวนยางในพื้นที่โฉนดชุมชน เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. วันที่ 3 มีนาคม 2555

ที่มา  ฮาริ บัณฑิตา



เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด กว่า 200 คน ได้มารวมตัวกันบริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดตรัง ท่ามกลางสายฝน เพื่อยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เรียกร้องให้กำกับหน่วยงานป่าไม้และหน่วยงานอื่น ภายใต้การบริหารงานของจังหวัดตรัง เพื่อให้เกิดการปราบปรามผู้บุกรุกป่าตัวจริง และยุติการกลั่นแกล้ง ข่มขู่คุกคามดำเนินคดีกับเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ชุมชนดั้งเดิม โดยนายชัยยศ ธงไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้เป็นตัวแทนรับหนังสือของเครือข่ายฯ พร้อมรับปากจะส่งต่อข้อเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อเร่งแก้ปัญหา

นอกจากนั้น ทางเครือข่ายฯ ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เรียกร้องให้รัฐบาลสานต่อนโยบายโฉนดชุมชน โดยให้นายกรัฐมนตรีมอบหมายนโยบายที่ชัดเจนเรื่องโฉนดชุมชนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการทำหนังสือเวียนถึงส่วนราชการต่างๆ เพื่อให้มีการปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางโฉนดชุมชน ซึ่งจะต้องมีการคุ้มครองพื้นที่และรับรองสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร ทั้งในส่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงอื่นๆ พร้อมกันนั้น ทางเครือข่ายฯ ได้ยื่นหนังสือถึงกองทัพภาคที่ 4 ผ่านตัวแทน กอ.รมน. จ.ตรัง ด้วย

นายสมนึก พุฒนวล กรรมการเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด กล่าวว่า ทางเครือข่ายฯ มายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายกรัฐมนตรี และแม่ทัพภาคที่ 4 เนื่องจากเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2555 นายสมชัย แสงแก้ว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จำนวน 50 นาย เข้าไปตัดฟันสวนยางของชาวบ้านจำนวน 3 แปลง เนื้อที่ 8 ไร่ ในพื้นที่นำร่องโฉนดชุมชนบ้านทับเขือ-ปลักหมู ม.1 ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง ทั้งๆ ที่หัวหน้าอุทยานฯ ได้มาเดินแนวเขตโฉนดชุมชนร่วมกับชาวบ้าน และสัญญาว่าจะไม่เข้ามาตัดฟันต้นยางในพื้นที่โฉนดชุมชนบ้านทับเขือ-ปลักหมู แต่เขาก็ทำผิดสัญญา

“นโยบายของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเน้นการปราบปรามชุมชนในเขตป่า โดยไม่ได้แยกแยะพิจารณาข้อเท็จจริงว่าชุมชนอยู่อาศัยและทำกินมาก่อนการประกาศเขตป่า เราขอเรียกร้องให้กรมอุทยานฯ หยุดการกระทำที่มีเจตนาแอบแฝง และหันกลับมาร่วมมือกับชุมชนในการรักษาป่า โดยเคารพสิทธิของชุมชนท้องถิ่นในการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติร่วมกับรัฐ ตามแนวทางโฉนดชุมชนและสิทธิชุมชนมาตรา 66 ในรัฐธรรมนูญ”

นายสมนึก กล่าว ด้านนางกันยา ปันกิติ กรรมการเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด กล่าวเสริมว่า รัฐบาลพูดเรื่องการปรองดอง แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ได้ปรองดองกับคนยากจน น่าสังเกตว่ารัฐบาลกำลังใช้เกษตรกรรายย่อย และปัญหาที่ดินทำกินเป็นหมากในเกมการเมืองระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ทั้งที่นโยบายโฉนดชุมชนเป็นนโยบายของภาคประชาชน ซึ่งเราได้นำเสนอต่อพรรคการเมืองทุกพรรค รวมทั้งพรรคไทยรักไทย ในปี พ.ศ.2550 “รัฐบาลต้องสานต่อนโยบายโฉนดชุมชน ขอให้นายกรัฐมนตรีควรมอบหมายนโยบายที่ชัดเจนเรื่องโฉนดชุมชนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการทำหนังสือเวียนถึงส่วนราชการต่างๆ เพื่อให้มีการปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางโฉนดชุมชน ซึ่งจะต้องมีการคุ้มครองพื้นที่และรับรองสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร ทั้งในส่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงอื่นๆ” นางกันยา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนเครือข่ายฯ ได้เข้าไปประชุมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดตรังประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง แล้วแยกย้ายกันกลับเมื่อเวลา 16.30 น. ทั้งนี้ ทางเครือข่ายฯ ได้ปิดถนนหน้าศาลากลาง 1 ช่องจราจร เนื่องจากมีกลุ่มผู้เดือดร้อนเรื่องการยื่นคำขอออกโฉนดพร้อมชำระค่ารังวัดที่ดินไปเมื่อปี พ.ศ.2543 จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับโฉนดที่ดิน ในพื้นที่ ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง กว่า 200 คน ได้ชุมนุมอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดตรัง ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (2 มีนาคม 2555) และจะชุมนุมยืดเยื้อจนกว่าจะได้รับคำตอบจากรัฐบาล
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 09 เมษายน, 2555, 21:21:02 »


เครือปฏิรูปที่ดินตรัง นัดรวมพลเคลื่อนไหวทั้งจังหวัด


เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด เตรียมรณรงค์แจกแถลงการณ์ประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และปลุกมวลชนคนอยู่กับป่าในทุกอำเภอของจังหวัดตรัง พร้อมยื่นหนังสือถึงพ่อเมืองตรัง

สืบเนื่องจากสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด จ.ตรัง ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า นำกำลังเข้าไปตัดฟันสวนยางพาราในพื้นที่โฉนดชุมชนบ้านทับเขือ-ปลักหมู และรื้อสะพานเข้าพื้นที่โฉนดชุมชนบ้านหาดสูง

วันนี้ (9 เม.ย. 2555) เวลา 11.00 น. ที่มูลนิธิอันดามัน เลขที่ 35/10 หมู่ที่ 4 ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง นางกันยา ปันกิติ พร้อมด้วย นายสมนึก พุฒนวล และกรรมการเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด ประมาณ 20 คน ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น และทิศทางการขับเคลื่อนของเครือข่าย

นางกันยา ปันกิติ กรรมการเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด กล่าวว่า จากที่มีกระแสข่าวว่าชาวบ้านใช้ความรุนแรงขัดขืนการปราบปรามของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย กรณีบ้านหาดสูง พี่น้องได้กราบวิงวอนร้องขอ เหมือนคนไม่มีทางสู้ แต่ในที่สุดก็ถูกฟันทำลายสะพานเข้าหมู่บ้านโดยไม่มีความปราณี ทั้งๆ ที่สำนักงานโฉนดชุมชน สำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ชะลอการรื้อถอนสะพาน และส่งข้อมูลไปให้สำนักงานโฉนดชุมชนภายในวันที่ 10 เม.ย. แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ปฏิบัติตาม

“นอกจากนั้น มีข่าวว่าเร็วๆ นี้ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด จะนำกำลังประมาณ 200-300 คน จะเข้าไปรื้อถอนสวนยางพาราที่บ้านตระ การกระทำเหล่านี้ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม รัฐบาลปล่อยปละละเลยให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้มารังแกคนจนที่อยู่อาศัยในชุมชนดั้งเดิมได้อย่างไร แสดงว่ารัฐบาลไม่ได้ปรองดองกับชาวบ้าน ไม่ได้ปฏิบัติตามนโยบายการรับรองสิทธิชุมชน ตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา และคนไทย ขอให้สังคมร่วมกันตรวจสอบการกระทำของรัฐบาล และกรมอุทยานฯ ด้วย” นางกันยา กล่าวและว่า

ด้านนายสมนึก พุฒนวล กรรมการเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น ทางเครือข่ายฯ มีข้อเรียกร้อง 4 ข้อ คือ 1.ให้รัฐบาลสานต่อนโยบายโฉนดชุมชน โดยให้คุ้มครองพื้นที่ และรับรองสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร 2.ให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ หยุดการกระทำที่ป่าเถื่อนและแอบแฝงทุจริต และหันกลับมาทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นในการดูแลรักษาป่า 3.ให้ ผวจ.ตรัง กำกับหน่วยงานป่าไม้และหน่วยงานอื่น เพื่อให้เกิดการปราบปรามผู้บุกรุกป่าตัวจริง และยุติการกลั่นแกล้ง ข่มขู่คุกคามดำเนินคดีในพื้นที่ชุมชนดั้งเดิม 4.ให้สังคมร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง และขอบเขตการใช้อำนาจรัฐของกรมอุทยาน

นายสมนึก กล่าวต่อไปว่า ทางเครือข่ายฯ มีกำหนดจะเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 10 เม.ย. จะเคลื่อนขบวนรณรงค์ออกแจกแถลงการณ์ในพื้นที่อำเภอเมืองตรัง คาดว่าจะมีสมาชิกเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 200 คน ซึ่งจะมีทั้งขบวนรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ทั้งนี้ จะเข้ายื่นหนังสือถึงนายเสนีย์ จิตตเกษม ผวจ.ตรัง ด้วย

หลังจากนั้น ในช่วงสัปดาห์นี้จะรณรงค์อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดตรัง โดยเฉพาะอำเภอที่ติดอยู่ในเขตป่า เพื่อให้คนตรังได้รู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเข้าใจว่าสมาชิกเครือข่ายฯ ไม่ใช่ผู้บุกรุกป่า แต่เป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่มายาวนาน และมีกติกาในการดูแลรักษาป่าอย่างชัดเจน ในส่วนพี่น้องที่เดือดร้อนจากการประกาศเขตป่าทับซ้อนพื้นที่กลุ่มอื่นๆ ก็จะได้ลุกขึ้นมาต่อสู้ร่วมกับเครือข่ายฯ ต่อไป


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: