Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
17 กรกฎาคม, 2561, 05:29:33

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ประภาส ชลศรานนท์  (อ่าน 3958 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« เมื่อ: 03 เมษายน, 2555, 10:18:59 »


ประภาส ชลศรานนท์



พี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ เป็นอีกคนหนึ่งที่มีความสามรถในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านงานเขียน ทั้งการเขียนหนังสือ ทั้งการแต่งเพลง เป็นคนที่เข้าใจใช้คำในการเขียนในทุกวาระ ยิ่งหลัง ๆ มานี้ แวดวง social network อย่าง facebook เป็นที่นิยม บังเอิญเราได้ไปเป็นเพื่อนทางเฟสกับพี่จิก แล้วรู้สึกชื่นชมคน ๆ นี้มากขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้พี่จิกโพสท์สเตตัสเกี่ยวกับประวัติตัวเอง ทำให้เราฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า เอ...แล้ว siamsouth.com ของเรามีเรื่องราวของพี่จิกมาลงบ้างหรือยังหนอ ปรากฎว่ายังไม่มี วันนี้เลยเอามาลงให้อ่านกัน จากนั้นจะตามด้วยสเตตัสที่พี่จิดโพสท์ลงเฟสบุ๊กวันนี้






ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก ::  วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี




ประภาส ชลศรานนท์
เกิดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2503   เป็น นักคิด นักเขียน นักแต่งเพลง และ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) กับ ปัญญา นิรันดร์กุล

เป็นชาว จังหวัดชลบุรี จบการศึกษาระดับมัธยมปลายจาก โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และระดับปริญญาตรีจาก คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ก่อตั้ง และนักแต่งเพลง ให้กับวงดนตรีเฉลียง ซึ่งนับเป็นกลุ่มดนตรีที่ได้รับการยอมรับกันว่า เป็นการบุกเบิกแนวเพลงใหม่ๆ ทั้งเนื้อหาและท่วงทำนอง ให้กับวงการเพลงไทย

มีผลงานเพลงที่แต่งไว้และยังได้รับการกล่าวขานจนถึงทุกวันนี้มากมาย ด้วยมีรูปแบบและเนื้อหาที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน พ่อ พี่ชายที่แสนดี คู่ทรหด เที่ยวละไม ต้นชบากับคนตาบอด นิทานหิ่งห้อย สาวลาวบ่าวไทย อื่นๆอีกมากมาย เจ้าภาพจงเจริญ ฯลฯ มีนามปากกาอื่น เช่น สารภี โก๋ ลำลูกกา

นอกจากนี้ยังเป็นนักแต่งเพลงประจำรายการคุณพระช่วย แต่งเพลงนำเสนอ ศิลปะ วัฒนธรรม ของไทย อาทิ เพลงควายไทย เพลงข้าวเหนียว เพลงรากไทยฯลฯ

ในเดือนกรกฎาคม 2551 ได้มีคอนเสิร์ทของเพลงที่ประภาสแต่ง ชื่อว่า คอนเสิร์ทเพลงแบบประภาส มีนักร้อง นักดนตรีระดับคุณภาพของเมืองไทยมาร่วมงานมากมาย อาทิ บีพีรพัฒน์ ป้างนครินทร์ เบน ชลาทิศ เพลิน พรหมแดน เฉลียง เจนนิเฟอร์ คิ้ม เป็นต้น นอกจากใช้วงออเครสตร้าขนาดใหญ่บรรเลงเพลงทั้งคอนเสิร์ตแล้ว ยังนับเป็นคอนเสิร์ตที่ผู้คนในแวดวงดนตรีกล่าวกันว่ามีการนำเสนอเพลงแต่ละเพลงอย่างงดงามและสร้างสรรค์ที่สุดคอนเสิร์ตหนึ่ง


ได้รับรางวัลด้านสื่อสารมวลชนมากมาย เช่น รางวัลบทละครยอดเยี่ยมโทรทัศน์ทองคำจาก เทวดาตกสวรรค์, รางวัลละครยอดเยี่ยม เอเชียน เทเลวิชั่น อวอร์ดส์ จากละครชุด พ่อ, รางวัลแมกซีเลี่ยนอวอร์ด ของ ประเทศโปแลนด์ จากละครเรื่อง ผู้หญิงที่อยากกอดตลอดชีวิต, รางวัลเพลงยอดเยี่ยม สีสันอวอร์ด ถึงสามครั้งจากเพลง โลกาโคม่า, "วิงวอน" และเพลง "นาฬิกา" รางวัล B.A.D. (Bangkok Art Director) Awards จาก มิวสิกวิดีโอ เพลง เร่ขายฝัน ได้รับ รางวัลนักอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. 2548 จาก กระทรวงวัฒนธรรม รางวัลบุคคลเบื้องหลังแห่งปีจากไนน์เอนเตอร์เทนอวอร์ด พ.ศ. 2551 และได้รับรางวัล Fat Awards Life Time Achievement ซึ่งถือเป็นรางวัลเกียรติยศของคนทำงานด้านบทเพลงและดนตรียุคใหม่ ซึ่งรางวัลนี้ จัดโดย แฟต เรดิโอ

เนื่องในวโรกาสมหามงคล ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ในปี พ.ศ. 2549 ประภาส ร่วมกับ บมจ.เวิร์คพอยท์ และ เครือซิเมนต์ไทย จัดทำ สารคดีในรูปแบบใหม่คือ สารคดีดนตรีเล่าเรื่อง ชื่อ "น้ำคือชีวิต" เป็นการถ่ายทอด พระราชกรณียกิจ ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในเรื่องของ "น้ำ" ให้พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ได้เห็น และตระหนักถึง สิ่งที่ทรงทำ เกี่ยวกับ เรื่องของ "น้ำ" มาโดยตลอด น้ำคือชีวิตเป็นสารคดีทีเล่าด้วยเพลงที่ขับร้องและบรรเลงโดย ศิลปินสามวง คือ คาราบาว เฉลียง และโมเดิร์นด็อก

ด้านงานเขียน ประภาสมีผลงานเรื่องสั้นนับสิบเรื่อง หนังสือวรรณกรรมเยาวชน นอกจากนั้นยังเป็นผู้ก่อตั้ง นิตยสารไปยาลใหญ่ นิตรสารทางเลือกที่เป็นที่นิยมของวัยรุ่นยุคหนึ่ง และมีผลงานรวมเล่มจากการเขียนบทความ ในคอลัมน์ คุยกับประภาส ใน หนังสือพิมพ์มติชน ซึ่งนับได้ว่าเป็นหนังสือชุดที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงว่าเป็นหนังสือที่มีมุมมองเกี่ยวกับชีวิตและโลกอย่างมีความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก




ผลงานเขียนที่ได้รับการรวมเล่ม


รวมผลงานเรื่องสั้น


- ขอชื่อสุธีสามสี่ชาติ, พิมพ์ครั้งแรก สำนักศิษย์สะดือ, พ.ศ. 2530

- สุธีเสมอ , สำนักพิมพ์แม่ขมองอิ่ม, สิงหาคม 2543

- ห้องครูวิไลตึกใหม่ชั้นสอง , สำนักศิษย์สะดือ, กันยายน 2531

- สมุดขบ,
เวิร์คพอยท์ พับลิชชิง, 2550

- เขียนแบบถาปัด,สำนักพิมพ์มติชน, พฤษภาคม 2548

- ใจประทับใจ, สำนักพิมพ์ มติชน 2543

- เพลงเขียนคนดนตรีเขียนโลก, พิมพ์ครั้งที่ 1 ปีที่พิมพ์ ตุลาคม 2537 สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม , พิมพ์ครั้งที่ 2 ปีที่พิมพ์ มีนาคม 2542 สำนักพิมพ์ กระดาษพ่อดินสอแม่ พิมพ์ครั้งที่ 3 โดยเวิร์คพอยท์พับลิชชิ่ง; กรกฎาคม 2551 ใช้ชื่อ เพลงเขียนคน ดนตรีเขียนโลก ฉบับ 2551

- แม่เภา, พิมพ์ครั้งแรก เวิร์คพอยท์พับลิชชิ่ง, ตุลาคม 2553

- สุธี, (รวมเรื่องสั้น ขอชื่อสุธีสามสี่ชาติ และ สุธีเสมอ" พิมพ์รวมเล่มครั้งแรก เวิร์คพอยท์พับลิชชิ่ง, มิถุนายน 2549, พิมพ์ครั้งที่ 25 เวิร์คพอยท์พับลิชชิ่ง, พฤษภาคม 2554

- อภินิหารพระดิน, พิมพ์ครั้งแรก เวิร์คพอยท์พับลิชชิ่ง, ตุลาคม 2554



วรรณกรรมเยาวชน


- มังกรไฟไม่เรียนหนังสือ
, เวิร์คพอยท์ พับลิชชิง, 2548

- นิทานล้านบรรทัด ,
a book, ตุลาคม 2554




รวมบทความจากคอลัมน์ คุยกับประภาส


- คุยกับประภาส , สำนักพิมพ์กระดาษพ่อดินสอแม่, 2542

- ตัวหนังสือคุยกัน , สำนักพิมพ์แม่ขมองอิ่ม, มีนาคม 2543

- กบเหลาดินสอ , สำนักพิมพ์มติชน, สิงหาคม 2544

- มะเฟืองรอฝาน , สำนักพิมพ์มติชน, กรกฎาคม 2545

- เชือกกล้วยมัดต้นกล้วย , สำนักพิมพ์มติชน, กันยายน 2546

- ยอดมนุษย์ลำลอง , เวิร์คพอยท์ พับลิชชิง, ตุลาคม 2547

- เท่าดวงอาทิตย์
, เวิร์คพอยท์ พับลิชชิง, กันยายน 2548

- แมงกระพรุนถนัดซ้าย
, เวิร์คพอยท์ พับลิชชิง, 2549



รวมผลงานบทเพลง

- เพลงเขียนคน ดนตรีเขียนโลก เรียบเรียงโดย สมชัยพหลกุลบุตร , ณ บ้านวรรณกรรม, ตุลาคม 2537


รวมบทสัมภาษณ์

- เหมือนไขมัน, อะบุค พับลิชชิง, มีนาคม 2543

- หลังตู้เย็น, เวิร์คพอยท์ พับลิชชิง, ตุลาคม 2547



บทละคร


- วัคซีน, สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย, กุมภาพันธ์ 2542

- เหมือนแม่ครึ่งหนึ่งก็พึงใจ, สำนักพิมพ์ฤดูร้อน, ตุลาคม 2542

- ผู้หญิงที่อยากกอดตลอดชีวิต, เวิร์คพอยท์ พับลิชชิง, ธันวาคม 2547

- พ่อ - วัคซีน ,สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย 2542


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 03 เมษายน, 2555, 10:23:33 »



วันนี้ (3 เมษายน 2555 ) ไปอ่านเจอสเตตัสนี้จากหน้าแฟนเพจของพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ เลยขออนุญาตนำมาแปะไว้ที่นี่


- ผมเขียนสุธีครั้งแรก ตอนอยู่ปีสอง เพราะซนอยากเขียน

- ผมเขียนครูวิไลครั้งแรกตอนเรียนจบแล้ว เพราะจุ้ยอยากให้ผมลองเขียนเรื่องวัยรุ่นลงหนังสือที่เราลงขันทำกันเองชื่อไปยาลใหญ่ ผมก็ทะลึ่งตอบรับคำท้าของจุ้ย เขียนเรื่องที่ไม่ยอมพล็อตล่วงหน้าเลย เขียนไปก็ผจญภัยไปกับตัวหนังสือของตัวเองไป

- ผมเขียนบทละครทีวีครั้งแรกตอนเพิ่งเรียนจบ เรื่องคุยยายกายสิทธิ์ เขียนเพราะอยากให้เมืองไทยได้มีละครตลกตามสถานการณ์ที่จบในตอนแบบที่ฝรั่งเรียกว่าซิทคอมดูบ้าง

- ผมเขียนเพลงครั้งแรกตอนอายุสิบขวบ เพราะตอนนั้นบ้าเพลงลูกทุ่ง เลยอยากแต่งเองบ้าง

- ผมเขียนเพลงกล้วยไข่ครั้งแรกตอนอยู่ม.4 เพราะกำลังหัดเล่นกีต้าร์

- ผมเขียนเพลงร่วมกับทำนองคนอื่นครั้งแรกเพราะพี่เต๋อชวนมาทำเพลงประกอบวัยระเริง ตอนนั้นอยู่ปีห้า พี่เต๋อเอาทำนองจากพี่วิชัย พี่อุกฤษณ์ ผมเขียนจากวันนั้นถึงวันนี้ และชีวิตนี้ของใครใส่หนัง ฟังกี่ทีก็ต้องบอกว่าเด็กปีห้าแต่ซีเรียสเป็นบ้า

- ผมเขียนบทหนังครั้งแรกเพราะอาเปี๊ยก โปสเตอร์ชอบเพลงที่ผมเขียนให้วัยระเริง เลยชวนผมเขียนบทหนังเรื่องวัยระเริงด้วยกัน ตอนนั้นกำลังทำทีสิส ทำทีซิสไปเขียนบทไป เพื่อนๆมันกลัวผมไม่จบกันทั้งนั้น

- ผมเขียนคุยกับประภาสครั้งแรก เพราะทำหนังสือไปยาลใหญ่ ต้องเขียนในฐานะบ.ก. ใคร ๆ ก็ว่าทำไมบ.ก.ไปยาลใหญ่ดุจัง

- ผมกลับมาเขียนคุยกับประภาสอีกครั้งตามคำชวนของหนุ่ม เมืองจันท์ ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่าจะเขียนอะไร และตอนนั้นก็ถือว่าทำงานมาหลากหลาย ทั้งเพลงหนังสือมิวสิกวิดิโอทีวีหนังละคร เฉลียงเลิกวงไปแล้ว คีตาเลิกไปแล้ว มูเซอร์ก็เลิกไปแล้ว แต่พอได้ตอบจดหมายฉบับแรกไป ผมก็รู้แล้วว่า ผมมีเรื่องอยากบอกเล่าให้ผู้คนในชาติของผมฟังอีกมากมาย

............... ................

และวันนั้นผมก็รู้อีกว่า ผมคงต้องเขียนหนังสือไปอีกตลอดชีวิต

Prapas Cholsaranon
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: